สภาวิศวกรและสภาสถาปนิก จัดสัมมนา ระดมสมองข้อเสนอองค์กรวิชาชีพเรื่องการถ่ายโอนเทคโนโลยี โครงการรถไฟความเร็วสูง

คุณกมล ตรรกบุตร นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมขององค์กรวิชาชีพที่จะเข้าร่วมโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นแรกกรุงเทพฯนครราชสีมา ตามความร่วมมือไทยจีน  ซึ่งสภาวิศวกรได้รับมอบหมาย 2 เรื่อง คือ 1.การอบรมวิศวกรจากจีน ประเด็นสำคัญที่หารือก่อนหน้านี้ เช่น ความรู้เกี่ยวกับสภาพภูมิประเทศและกายภาพทางพื้นที่ของไทย กฎหมายเกี่ยวข้องกับสิ่งปลูกสร้าง  จรรยาบรรณของสภาวิชาชีพ รวมทั้งมาตรฐานความปลอดภัยของการก่อสร้าง 2.การถ่ายโอนเทคโนโลยีจากจีนมาให้ไทย จากการหารือเบื้องต้นยอมรับความร่วมมือมีแนวโน้มดีสามารถทำให้โครงการขับเคลื่อนต่อไปได้

อย่างไรก็ดี จากที่ 2 สภาวิชาชีพได้เตรียมความพร้อมในการอบรมวิศวกรและสถาปนิกจีน สำหรับดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯนครราชสีมา ภายใต้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 30/2560 แล้ว จุดยืนของ 2 สภาวิชาชีพในเรื่องการถ่ายโอนเทคโนโลยีตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบ ก่อสร้าง เดินรถ บำรุงรักษานั้น จะต้องกำหนดรูปแบบที่จะทำให้เกิดความยั่งยืน

ทั้งนี้ ผู้แทนจากสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาคณบดีแห่งประเทศไทย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ต่างให้ความเห็นว่า การถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงจากจีนนั้น ไทยจะต้องกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าทำเพื่ออะไร และต้องสร้างระบบในการถ่ายโอน และต้องเพิ่มโอกาสให้คนไทยสามารถพัฒนาระบบรางและทำการค้าขายได้ โดยเฉพาะซัปพลายเออร์อุตฯ ระบบรางทั้งในอาเซียนและระดับสากล เพราะขณะนี้แม้แต่มาเลเซียยังเริ่มผลิตบางส่วนของรถไฟฟ้าขายได้แล้ว ดังนั้น การถ่ายโอนต้องทำอย่างต่อเนื่องและควรใช้รูปแบบจีทูจีต่อยอดจากความร่วมมือไทยจีน เพื่อให้การลงทุน 1.7 แสนล้านบาทมีประโยชน์สูงสุด

ด้าน คุณอมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมอบรมวิศวกรจากจีนภายในเดือนสิงหาคม 2560 นี้ คาดว่าจะสามารถนำร่องอบรมวิศวกรจากจีนล็อตแรก 50 คนเสร็จตามกรอบที่วิศวกรจีนต้องร่วมมือกับกรมทางหลวงในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงแรก 3.5 กม.ระหว่างสถานีกลางดง–ปางอโศก ส่วนจะดำเนินการอบรมครบทั้ง 200 คน เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้ครบภายใน 120 วันนับจากหัวหน้า คสช.ประกาศใช้ ม.44 เพื่อผลักดันเร่งรัดโครงการ

ส่วนการอบรมและออกใบรับรองให้วิศวกรและสถาปนิกจีนกว่า 400 คนนั้น ขณะนี้ได้ตกลงหลักการอบรมแล้ว อยู่ในขั้นตอนเอกสารอบรม ซึ่งจะแบ่งเป็น 4 รุ่น รุ่นแรก 40-50 คน เป็นกลุ่มที่ออกแบบในช่วง 3.5 กม. จะส่งข้อสอบให้จีนได้ในสัปดาห์แรกของเดือน ส.. และเข้าสู่การอบรมใน 3 สัปดาห์ต่อไป ส่วนที่เหลือจะแบ่งอบรม 3 รอบ ขณะที่สัญญาการออกแบบ (สัญญา 2.1) นั้นตั้งเป้าจะลงนามกับจีนในกลางเดือน ส..นี้จะต้องเขียนเงื่อนไข NTP: Notice to Proceed หรือหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน กำหนดให้วิศวกรจีนจะเริ่มงานได้ต่อเมื่อผ่านการอบรมก่อน

ขณะที่ คุณเจตกำจร พรหมโยธี นายกสภาสถาปนิก กล่าวว่า  ในส่วนของสภาสถาปนิกจะออกแบบทั้ง 6  สถานีของโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะต้องร่วมกับจีน โดยฝ่ายจีนจะดำเนินการในส่วนเทคโนโลยี  แต่โจทย์การออกแบบกำหนดสถานีต้องมีลักษณะสอดคล้องกับหลักสถาปัตย์ของไทย ดังนั้น สภาสถาปนิกจะกำหนดแบบรายละเอียด โดยจะมีสถาปนิกจากจีน 20 คนเข้าร่วม