เชื้อเพลิงทางเลือก

เมื่อสภาพภูมิอากาศมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่แย่ลง หลายคนจึงหันมาให้ความสนใจในด้านพลังงานทางเลือกมากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าเชื้อเพลิงทางเลือกทุกชนิดจะเหมาะสมกับทุกการใช้งาน มีปัจจัยหลายอย่างซึ่งขึ้นอยู่กับรถที่ใช้งานปัจจุบัน เชื้อเพลิงประเภทหนึ่งอาจมีข้อดีแตกต่างจากเชื้อเพลิงอีกประเภทหนึ่งก็ได้

ดังนั้นมักเกิดคำถามขึ้นว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าเชื้อเพลิงชนิดใดที่เหมาะสมกับกองรถขนส่ง การพิจารณาข้อมูลของแต่ละประเภทจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอันดับต้น ๆ

ข้อมูลสรุปของเชื้อเพลิงทดแทน 5 ประเภท

1. ไบโอดีเซล

จากมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมไบโอดีเซลมีความยั่งยืนและช่วยให้กองรถขนส่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ เนื่องจากทำมาจากน้ำมันพืชที่บริโภคไม่ได้ ไขมันสัตว์ และไขมันจากเศษอาหาร จึงเป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียน หมายความว่าทำมาจากของเสียที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ ไบโอดีเซลจึงปลอดภัยกว่า ปลอดสารพิษและย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ไบโอดีเซลสามารถลดการปล่อยมลพิษได้มากถึง 86% เช่น B-20 ลด CO2 ลง 15% แม้ว่าไบโอดีเซลจะทำมาจากวัตถุดิบและกระบวนการที่แตกต่างจากน้ำมันดีเซล แต่ส่วนประกอบทางเคมีก็ยังคงมีความคล้ายคลึง นั่นหมายความว่าสามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้

2. น้ำมันดีเซลหมุนเวียน

คล้ายกันกับไบโอดีเซล น้ำมันดีเซลหมุนเวียนทำมาจากวัตถุดิบที่หมุนเวียนได้ เช่น ข้าวโพดที่กินไม่ได้และน้ำมันถั่วเหลือง ไขและไขมันจากเศษอาหาร แต่น้ำมันดีเซลหมุนเวียนจะเผาไหม้ได้สะอาดกว่าไบโอดีเซลเล็กน้อย ดีเซลหมุนเวียนลดการปล่อย CO2 ได้ถึง 100% เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซล ในขณะที่ไบโอดีเซลอยู่ที่ 86% น้ำมันดีเซลหมุนเวียนมีลักษณะทางเคมีเหมือนกับน้ำมันดีเซล

3. โพรเพน

โพรเพนหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ไม่ใช่เชื้อเพลิงหมุนเวียนเหมือนกับไบโอดีเซลหรือน้ำมันดีเซลหมุนเวียน แต่เป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เผาไหม้ซึ่งใช้ในเครื่องยนต์สันดาป โพรเพนมีแนวโน้มที่ราคาจะถูกกว่าน้ำมันเบนซิน อีกทั้งยังไม่ลดทอนประสิทธิภาพ สำหรับกองรถบรรทุกขนส่งคลาส 3-7 โพรเพนก็เป็นตัวเลือกที่ดี

นอกจากนี้ยังมีปริมาณคาร์บอนต่ำกว่าน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลทั่วไป มีกระบวนการการเผาไหม้สะอาดกว่าก๊าซ จึงสามารถลดต้นทุนค่าบำรุงรักษาได้

4. ก๊าซธรรมชาติ

ก๊าซธรรมชาติมีสองรูปแบบคือ ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) หรือก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แม้ว่าก๊าซธรรมชาติจะเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทน หนึ่งในเชื้อเพลิงทางเลือกที่สะอาดที่สุด ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซธรรมชาติปล่อย GHG น้อยกว่า 21%  เมื่อเทียบกับรถยนต์น้ำมันดีเซล หากใช้ก๊าซธรรมชาติหมุนเวียนจะลดการปล่อย GHG ได้ถึง 382%

5. พลังงานไฟฟ้า

ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของรถที่ใช้ไฟฟ้าคือไม่มีการปล่อยไอเสียและไม่เกิดมลภาวะทางเสียง พลังงานไฟฟ้ามีราคาถูกที่สุดในบรรดาเชื้อเพลิงทางเลือกทั้งหมด และช่วยให้กองรถบรรทุกขนส่งลดงบประมาณด้านเชื้อเพลิงได้

ในปัจจุบันประเทศไทยได้หันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้ากันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ แม้กระทั่งรถใหญ่อย่างรถบรรทุกหรือรถเมล์ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างบริษัท ฮีโน่ มอเตอร์ส เซลส์ (ประเทศไทย) ที่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้า แบบปลอดมลพิษ ที่ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

โดย…เทลเลอร์

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement