ขนส่งสินค้าอันตราย

ในประเทศไทยแทบทุกวงการอุตสาหกรรมล้วนต้องใช้ เคมีภัณฑ์ หรือ วัตถุอันตราย เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการการผลิต ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเพื่อนำมาประกอบกับวัตถุดิบหรือสารตั้งต้นในประเทศ เพื่อผลิตเป็นสินค้าประเภทต่าง ๆ อุตสาหกรรมที่ต้องใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตมีความหลากหลายมาก ได้แก่ อุตสาหกรรมสี เครื่องสำอาง ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืชและผงชูรส เป็นต้น

เพื่อให้เข้าใจโดยทั่วกัน สินค้าอันตราย หมายถึง สิ่งของหรือวัตถุที่มีคุณสมบัติทางเคมีหรือทางกายภาพโดยตัวของมันเอง หรือเมื่อสัมผัสกับสารอื่น ที่ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สินหรือต่อสภาพแวดล้อม ตามที่ระบุไว้ใน IMDG (International Maritime Dangerous Goods Code)

ในการนำเข้า-ส่งออกสารเคมีหรือสินค้าอันตรายในประเทศไทยกว่า 70% จะขนส่งผ่านท่าเรือ แม้ว่าสินค้าอันตรายนั้นจะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยแต่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม จึงมีการออกกฎระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อควบคุมและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น สหประชาชาติ (United Nation) มีการออกข้อแนะนำในการขนส่งสินค้าอันตราย และได้กำหนดตัวเลขที่เรียกว่า UN number เพื่อใช้แทนชื่อสินค้าอันตรายที่มีการขนส่งอยู่บ่อยครั้ง

ขนส่งสินค้าอันตราย

การขนส่งสินค้าเคมีภัณฑ์หรือสินค้าอันตราย

– ลงข้อมูลในระบบเครือข่ายข้อมูลและการสื่อสารเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก การจัดเก็บและขนส่งสินค้าล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์

– เมื่อได้รับข้อมูลจะประสานไปยังท่าเทียบเรือต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบสถานะตู้สินค้าอันตรายตามข้อมูลที่ได้รับ หากข้อมูลถูกต้อง จะทำการส่งรถหัวลากเพื่อไปรับตู้สินค้าข้างลำเรือ (DG Overside Delivery) โดยไม่สามารถวางพักสินค้าอันตรายที่ท่าเรือระหว่างรอขนส่งไปยังคลังสินค้าอันตราย

– เมื่อรถขนส่งรับตู้สินค้าอันตรายเรียบร้อย จะมาจัดเก็บที่ท่าสินค้าอันตรายทันทีซึ่งต้องมีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับจัดเก็บอย่างปลอดภัย

– รถขนส่งวัตถุอันตรายต้องมีลักษณะสภาพตัวรถ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ความปลอดภัยตามเกณฑ์ควบคุมมาตรฐานของลูกค้าหรือที่กฎหมายกำหนด

– มีประกันภัยความเสียหายของวัตถุอันตรายในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

– มีระบบการควบคุมเส้นทางในรถขนส่งทุกคัน ด้วย GPS Tracking ที่สามารถย้อนดูประวัติและอัปเดตข้อมูลการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– พนักงานขับรถทุกคนต้องมีใบอนุญาตประเภทที่ 4 ผ่านการตรวจสอบประวัติ ได้รับการตรวจสภาพร่างกาย เพื่อความพร้อมในการทำงาน พร้อมทั้งผ่านการฝึกอบรมการขับขี่เพื่อความปลอดภัยและการอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ขนส่งสินค้าอันตราย

วิธีการจัดเก็บสินค้าเคมีภัณฑ์

– คลังสินค้าต้องได้มาตรฐานตามกรมโรงงานอุตสาหกรรม

– มีระบบป้องกันภัยและเหตุฉุกเฉินในกรณีเกิดเหตุรั่วไหลของสารเคมี เช่น ระบบโฟมอัดแรงดันสูง ผนังกันไฟ ระบบประตูกันไฟอัตโนมัติ และฯลฯ

– มีระบบซอฟต์แวร์สำหรับจัดการทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่จัดเก็บ เริ่มตั้งแต่ระบบจัดเก็บฐานข้อมูลสินค้าอันตราย การจัดสรรพื้นที่ในการจัดเก็บสารเคมีแต่ละประเภทออกจากกัน (สารเคมีบางชนิดจะทำปฏิกิริยาเคมีต่อกัน) การระบุตำแหน่งตู้สารเคมีด้วย GPS รวมทั้งการขนส่งสินค้าอันตราย เพื่อป้องกันความผิดพลาด

– มีนักเคมีหรือผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาหรือแก้ปัญหาเกี่ยวกับการจัดเก็บสารเคมีและสินค้าอันตรายประเภทต่างๆ

– มีทีมฉุกเฉิน 24 ชม.

การขนส่งสินค้าอันตรายไม่ใช่ผู้ขนส่งทุกรายจะสามารถทำได้ ต้องเป็นผู้มีความรอบคอบมากพอที่จะคำนึงถึงความปลอดภัย ต้องมีทรัพยากรที่พร้อมต่อการวางแผน ปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎระเบียบอย่างเคร่งขัด

 

อ้างอิงข้อมูลจาก: jwd-group.com,itbslogistics.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

โดย…เทลเลอร์

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

 

 

 

Advertisement