ค่ายไอวีโก้พิสูจน์คุณภาพน้ำมันเครื่อง ปตท. ช่วยประหยัดต้นทุน รวมถึงการดูแลและตรวจสอบผลของพนักงาน ปตท. ที่ดูแลให้ทุกอย่าง พร้อมร่วมมือกับดีลเลอร์ให้ใช้น้ำมันเครื่อง ปตท. คู่กับรถใหญ่ไอวีโก้เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าที่ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง

คุณสุขสมเกียรติ เสือกลิ่นศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.เอส.เค. กรุ๊ป เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถใหญ่ไอวีโก้ประเทศอิตาลี เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ที่ได้ทำธุรกิจการขนส่งทางบกมาอย่างยาวนาน จึงได้ใช้น้ำมันหล่อลื่นมาหลายยี่ห้อ ซึ่งได้มีสรรพคุณที่แตกต่างกัน รวมทั้งการดูแลของพนักงานจากค่ายน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้อยู่พบว่า เริ่มแรกจะให้ความใส่ใจเป็นอย่างดีแต่ต่อมาก็ต้องหันมาดูแลด้วยตัวเอง ซึ่งต้องเสียเวลาในการดูแลน้ำมันหล่อลื่นของรถใหญ่ที่ใช้ขนส่งเป็นอย่างมาก

แต่เมื่อมาใช้น้ำมันหล่อลื่น ปตท. เพื่อดูแลรถใหญ่ไอวีโก้ที่จำหน่ายอยู่ รวมถึงรถใหญ่อีกเกือบ 400 คัน ที่ทำธุรกิจขนส่งทางบก พบว่าน้ำมันหล่อลื่นของ ปตท. ได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติเหมาะกับรถใหญ่ใช้ขนส่งเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งมีการนำน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วเข้าตรวจในห้องแล็ปเพื่อที่จะได้มีการพัฒนาคุณภาพให้สูงขึ้น และที่สำคัญตัวพนักงานของ ปตท. ให้ความใส่ใจ ดูแล และทำทุกอย่างแทนพนักงานของบริษัทฯ จึงเท่ากับว่าทาง ปตท. ดูแลด้านน้ำมันหล่อลื่นให้หมดทุกกระบวนการ

สาเหตุหลักที่ช่วยทำให้ทางบริษัทฯ ใช้น้ำมันหล่อลื่น ปตท. เนื่องมาจากทางบริษัทฯ ได้ทำธุรกิจร่วมกับทาง ปตท. มาก่อน เช่น การเปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซเอ็นจีวีของ ปตท. อยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้การร่วมมือกันง่ายขึ้น และที่สำคัญที่สุดก็คือทั้งตัวผู้จัดการและผู้ช่วยผู้จัดการของ ปตท. ที่ให้การดูแลถือได้ว่ามีความสนิทเป็นเพื่อนกันสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ทุกอย่าง มีแต่การพัฒนาทำให้ธุรกิจขนส่งดีขึ้น”

นอกจากนี้ในส่วนของรถใหญ่ไอวีโก้ที่จำหน่ายอยู่ ก็ได้ร่วมมือกับดีลเลอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ 13 ราย ให้ใช้น้ำมันหล่อลื่น ปตท. ควบคู่กับรถใหญ่ไอวีโก้ด้วย เพราะด้วยประสบการณ์การขนส่งที่ใช้ ปตท. มา พบว่าสามารถช่วยลดต้นทุนในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างมาก จึงถือเป็นผลพลอยได้ที่กลุ่มลูกค้ารถใหญ่ไอวีโก้ได้รับ โดยทางบริษัทฯ เป็นผู้จัดสรรให้

ด้านเป้าการขายที่ได้วางไว้ในปีนี้จำนวน 300 คัน ปรากฏว่าในครึ่งปีกแรกที่ผ่านมาสามารถจำหน่ายได้ 100 คัน พร้อมทั้งมั่นใจว่าจะต้องทำยอดขายได้ตามที่วางไว้อย่างแน่นอน เพราะได้มีลูกค้ารายใหญ่ที่เตรียมจะออเดอร์รถใหญ่ไอวีโก้ที่มีจำหน่ายอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น คือ รถหัวลาก 380 แรงม้า และรถมิกเซอร์ 290 แรงม้า จำนวนมากกว่า 100 คันทีเดียว และอีกจุดหนึ่งที่ช่วยทำให้การขายเพิ่มมากขึ้นก็คือ การเน้นบริการหลังการขาย ทุกศูนย์บริการจะมีการสต็อกอะไหล่เตรียมพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง รวมถึงมีรถโมบายเซอร์วิสที่พร้อมให้บริการลูกค้าบนถนนทุกจังหวัดทั่วประเทศอีกด้วย

จุดประสงค์อีกอย่างหนึ่งก็คือการเพิ่มดีลเลอร์ให้ได้จำนวนมาก เรียกว่าในทุกจังหวัดที่มีการขนส่งจะต้องมีดีลเลอร์อยู่ ซึ่งมาตรฐานของดีลเลอร์นั้นจะต้องมีโชว์รูม ศูนย์บริการ และโกดังสต็อกอะไหล่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้า ว่าใช้รถไอวีโก้ที่มีคุณภาพสูงแล้ว ยังมีดีลเลอร์ที่ให้บริการหลังการขายอีก เรียกว่ารถสามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีการติดขัดเลย”

ส่วนงาน BUS & TRUCK ’17 ที่จะมีขึ้นวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 60 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ ทางบริษัทฯ ได้วางแผนที่จะนำรถใหญ่ไอวีโก้รุ่นใหม่เข้าร่วมงานด้วย เพื่อให้กลุ่มขนส่งได้ทราบข้อมูล รวมถึงคุณสมบัติต่าง ๆ เพราะรถรุ่นใหม่นี้สามารถใช้งานขนส่งได้หลากหลายรูปแบบ แม้ว่าจะเป็นการยากที่บริษัทแม่ประเทศอิตาลีจะประกอบส่งมอบมาให้ทันงาน BUS & TRUCK ’17 แต่ก็จะพยายามอย่างสุดตัว เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มขนส่งนั่นเอง