ในวันที่ 15 มิถุนายน 65 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายคาสุยะ นาชิดะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดงานสัมมนา เรื่อง “โลจิสติกส์ภูมิภาคอาเซียนท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งความยากลำบาก – สถานการณ์ปัจจุบันในภูมิภาคอาเซียนโดยมุ่งเน้นที่ประเทศไทย” เนื่องในโอกาสการฉลองครบรอบ 1 ปี การตั้งสำนักงานสถาบันวิจัยด้านการขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น สำนักงานภูมิภาคอาเซียน – อินเดีย (Japan Transport and Tourism Research Institute, ASEAN – India Regional Office: JTTRI – AIRO)

พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความท้าทายและโอกาสของประเทศไทย” ในรูปแบบการประชุมทางไกล โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางรางร่วมด้วย

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นที่ได้ดำเนินความร่วมมือด้านการคมนาคมมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการส่งเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ให้แก่ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ความเชื่อมโยงระหว่างกันในภูมิภาคอาเซียนเป็นอีกบริบทที่ผลักดันประเทศไทย โดยกระทรวงคมนาคมขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติเพื่อสนับสนุนให้เกิดการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และปลอดภัย เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนญี่ปุ่นและประเทศต่าง ๆ ให้มาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยมีการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ทั้ง 4 มิติ ดังนี้

  1. การพัฒนาทางถนน ประเทศไทยร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาสะพานมิตรภาพเชื่อมโยงระหว่างกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสะพานเชื่อมไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเปิดใช้งานแล้ว จำนวน 11 แห่ง

– สะพานเชื่อมระหว่างไทย – สปป.ลาว จำนวน 5 แห่ง

– สะพานเชื่อมระหว่างไทย – เมียนมา จำนวน 3 แห่ง

– สะพานเชื่อมระหว่างไทย – มาเลเซีย จำนวน 2 แห่ง

– สะพานเชื่อมระหว่างไทย – กัมพูชา จำนวน 1 แห่ง

– อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 1 แห่ง คือ สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) จังหวัดบึงกาฬ

– ในแผนจะดำเนินการอีกจำนวน 3 สะพาน คือ สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 6 (อุบลราชธานี – สาละวัน) จังหวัดอุบลราชธานี สะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งที่ 2 ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า (Truck Terminal) รองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางถนนสู่ทางราง โดยมีโครงการนำร่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย และศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม

  1. การพัฒนาทางราง โครงข่ายรถไฟของไทยมีการเชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซีย กัมพูชาและสปป.ลาว ในปัจจุบันกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งรัดการก่อสร้างโครงข่ายรถไฟทางคู่ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารผ่านระบบรางเพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าของประเทศ

ในปัจจุบันสามารถพัฒนารถไฟทางคู่ไปแล้ว 1,110 กิโลเมตร จากทั้งหมด 3,200 กิโลเมตร นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังมีโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงอีก 2 เส้นทาง ได้แก่ รถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ในอนาคตจะขยายต่อไปถึงจังหวัดหนองคาย เพื่อเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูง สปป.ลาว – จีน และรถไฟความเร็วสูง อีกเส้นทางหนึ่ง ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา)

  1. การพัฒนาทางน้ำ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างขยายขีดความสามารถของท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายท่าเรือบกเพิ่มเติมอีก 4 แห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขนส่งสินค้า การนำเข้าและส่งออกของประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การพัฒนาทางอากาศ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถสนามบินหลัก ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมืองและสนามบินอู่ตะเภา เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอาเซียน ควบคู่กับกระทรวงคมนาคมกำลังดำเนินการพัฒนาสนามบินในเมืองภูมิภาค อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่และบุรีรัมย์ เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยและระหว่างอาเซียน

ในส่วนของโครงการที่กระทรวงคมนาคมวางแผนไว้ในอนาคตนั้นจะช่วยสร้างให้ความมั่นใจแก่ทุกภาคส่วน การพัฒนาของกระทรวงคมนาคมจะช่วยรองรับการขยายตัวทางการค้า การลงทุน ในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม โลจิสติกส์ เทคโนโลยี และการท่องเที่ยวในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

ในอนาคตกระทรวงคมนาคมยังมีเป้าหมายในการจัดทำแผนแม่บท MR-Map เพื่อการพัฒนาโครงข่ายมอเตอร์เวย์ควบคู่กับรถไฟทางคู่ในพื้นที่เดียวกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีความสะดวกและปลอดภัยลดต้นทุนด้านการขนส่งของประเทศในระยะยาว เพิ่มโอกาสการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการ Land Bridge ชุมพร – ระนอง ที่จะเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางน้ำที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนในอนาคตและยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางน้ำที่สำคัญ

ในมุมมองที่เกี่ยวกับ “ความท้าทายและโอกาสของประเทศไทย” นายชยธรรม์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของประชากรและการขยายตัวของเมือง เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่มีผลต่อการขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศ การจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาระบบการขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2561 – 2580) มุ่งเน้นการรองรับวิถีชีวิตและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ โดยยึดหลักการขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การขนส่งที่เข้าถึงได้อย่างเสมอภาค และเท่าเทียมและการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ

โดยที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรางในภูมิภาคอาเซียน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมอ่าวไทยและทะเลอันดามันที่จังหวัดชุมพรและระนอง หรือ Land Bridge ที่มุ่งเน้นการพัฒนาความเชื่อมโยงของโครงข่ายการขนส่งทางบก ทางรางกับทางน้ำ ระหว่างไทยและประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยยกระดับการพัฒนาศักยภาพโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานทางทะเล และเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นประตูการค้าเชื่อมอาเซียนและจีนตอนใต้ในอนาคตต่อไป

 

ขอบคุณข่าวประชาสัมพันธ์จาก: ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคม

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

โดย…เทลเลอร์

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement