Lead time

Lead Time คืออะไรแล้วสำคัญอย่างไรกับการขนส่ง ทำความเข้าใจง่าย ๆ คือ Lead Time เป็นช่วงเวลาของกระบวนการผลิตสินค้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตไปยันการขนส่ง หมายความว่าเป็นช่วงเวลาที่เริ่มตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ตลอดจนตัวสินค้า รวมไปถึงการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า การขนส่งและส่งมอบสินค้าด้วย ในแต่ละอุตสาหกรรมการรอคอยสินค้าในแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า รูปแบบในการผลิต อายุของสินค้าและแหล่งที่มาของวัตถุดิบด้วย

ซึ่งจะแตกต่างกับ Delivery Time ตรงที่นับเพียงระยะเวลาในการขนส่งสินค้า ที่เริ่มจากการขนสินค้าจากโรงงานของซัพพลายเออร์ไปยังปลายทาง จนถึงผู้บริโภค สรุปสั้น ๆ คือช่วงเวลาในการขนส่งจากต้นทางไปยังปลายทางเท่านั้น

แต่ Delivery Time มักไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไรนัก เพราะปัญหาใหญ่ติดตรงที่ Lead Time เสียมากกว่า เนื่องจากวัตถุดิบบางประเภทสามารถหมดอายุหรือคุณค่าทางโภชนาการลดลงได้หากมีกระบวนการผลิตที่นานเกินไป ซึ่งปัญหานี้จะส่งผลกระทบกับรายได้ของผู้ประกอบการแน่นอน ดังนั้นการบริหารจัดการเรื่องเวลาจึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงอันดับต้น ๆ หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจตั้งคำถามว่า แล้วเราจะมีการวิธีอย่างไรที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้บ้าง จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

เริ่มจากการวางแผนเพื่อประเมินระยะเวลาการผลิต

เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดการวางแผนประเมินเวลาเพื่อรอคอยสินค้าเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตควรจัดการให้ดีและรอบคอบเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจตามมา นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมให้สินค้าที่ผลิตออกมามีประสิทธิภาพอีกด้วย

การเลือกใช้บริการบริษัทนำเข้าและส่งออกที่เชื่อถือได้เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการบริษัทเหล่านี้มีความชัดเจนในเรื่องของวันและเวลาเพื่อนำส่งวัตถุดิบ ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินระยะเวลาการผลิต คำนวณต้นทุนในการผลิตและมีเวลาเพิ่มมากขึ้นในการตรวจสอบมาตรฐานของสินค้าอีกด้วย

ถ้าหากไม่คำนึงถึง Lead Time จะส่งผลกระทบอย่างไร

เพื่อให้เข้าใจจะยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ลองคิดตามว่าผู้ประกอบการต้องการใช้กระดาษจากบริษัทนำเข้าวัตถุดิบ แต่ต้องรอนานกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งลูกค้าอาจไม่พอใจและเปลี่ยนหาซัพพลายเออร์เจ้าใหม่ได้ เห็นได้ชัดว่า Lead Time ส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็ส่งผลถึงการว่างงานของพนักงานและเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้งาน เหมือนกับเราต้องเสียค่าเสื่อมสภาพของเครื่องจักร แต่ไม่ได้อะไรกลับมานั่นเอง

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ก็เกิดคำถามว่าเราสามารถทำให้ไม่เกิดการรอคอยสินค้าได้หรือไม่ แน่นอนว่ากับสินค้าบางประเภทก็ไม่สามารถแก้ไขได้ 100% แต่สามารถลดขั้นตอนลงได้

  1. เริ่มจากการยกเลิกขั้นตอนหรือกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่า เช่น เปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติแทนการเดินเอกสาร
  2. ลดความซับซ้อนของชิ้นส่วนประกอบหรือวัตถุดิบ เช่น ชิ้นส่วนไหนที่สามารถสั่งจากซัพพลายเออร์ได้ก็ไม่จำเป็นต้องผลิตเองทั้งหมด
  3. วางสายการผลิตให้สามารถทำงานคู่ขนานกันไปได้อย่างเป็นระบบเพราะจะช่วยลด Lead Time ในระยะการผลิตลงได้
  4. ดำเนินงานอย่างเป็นมาตรฐาน เช่น ระบุและกำกับลำดับขั้นตอนอย่างชัดเจน
  5. วางแผนรับมือและบำรุงรักษาเครื่องจักรเพราะว่าการใช้เครื่องจักรทำงานที่หนักเกินไปอาจจะให้ระบบล่มได้ จะส่งผลต่อเวลาในการดำเนินงานแน่นอน
  6. คอยทำการประเมินซัพพลายเออร์เพื่อดูว่ามีการทำงานที่ล่าช้าหรือไม่ คุ้มค่ากับงบประมาณที่จ่ายไปหรือไม่

ในยุคนี้ ไม่ว่าจะธุรกิจ SME หรือ E-Commerce ก็ตามสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจคือ “ความเร็ว” เพราะความเร็วคืออีกหนึ่งปัจจัยที่ขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างรวดเร็วและหนึ่งในธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ Lead Time แบบที่ผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลเลยนั่นก็คือ SCG Logistics

SCG Logistics ให้บริการโซลูชันครบวงจรในการขนส่งที่รวดเร็ว ปลอดภัยได้มาตรฐาน ในราคาที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะนำเข้า-ส่งออกในอุตสาหกรรมไหนก็ตาม เช่น วัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร สินค้าเคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า รวมไปถึงอาหารแช่แข็งก็สามารถมอบบริการที่ได้มาตรฐานให้กับธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมได้

ทาง SCG มีทีมที่มีความเชี่ยวชาญในการบริการจัดการดูแลและการจัดส่งสินค้าในหลากหลายประเภท เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วที่มีมาตรฐานที่สามารถตอบสนองความต้องการในการดำเนินธุรกิจของคุณ สุดท้ายนี้สามารถเข้าไปทำความรู้จักกับ SCG Logistic ได้ที่ scglogistics.co.th

 

อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมจาก: logisticafe.com, scglogistics.co.th,1stcraft.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

โดย…เทลเลอร์

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement