หลายคนคงทราบดีว่ารถบรรทุกในประเทศไทยนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะไม่ว่าจะเป็นภารกิจต่างๆ ที่เป็นของทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ยานพาหนะในการขนส่งกันทั้งนั้น ดังนั้นจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถบรรทุกยังคงเป็นที่นิยมและนำมาใช้งาน ซึ่งแม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะผลักดันการขนส่งทางถนนสู่การขนส่งระบบรางบ้างแล้ว แต่ต้องยอมรับว่ารถบรรทุกยังมีความได้เปรียบในการเข้าถึงชุมชนและพื้นที่ได้ดีกว่ารูปแบบการขนส่งอื่นอยุ่ดี

ขณะเดียวกันยังต้องยอมรับว่าปัจจุบันสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่มาจากรถบรรทุกยังคงมีจำนวนไม่น้อย ซึ่งวันนี้เราจึงอยากพูดถึงเรื่องเหตุผลที่ไม่ควรขับรถเข้าใกล้รถบรรทุก โดยมีประเด็น ดังนี้

  1. รถบรรทุกบดบังการมองเห็น

เหตุผลสำคัญที่ไม่ควรขับตามหลังรถบรรทุก เพราะว่ารถบรรทุกนั้นคันใหญ่มาก แม้แต่รถใหญ่ด้วยกันเองยังไม่อยากตามหลังกันเลย ยิ่งถ้าเป็นรถเล็กแล้วคุณจะไม่เห็นอะไรเลยนอกจากตูดรถบรรทุก หรือแม้แต่บางครั้งเราอาจไม่ได้ขับตามหลังแต่ไปขับเทียบเคียงด้านข้างแบบนั้นตัวรถบรรทุกเองก็ยังบังวิสัยทัศน์ด้านข้าง ดังนั้น ถ้าจะให้ดีควรอยู่ห่างเอาไว้ปลอดภัยกว่า

2. หินดีดกระจกแตก

รถบรรทุกคันใหญ่ บางคันอาจจะไม่มีบังโคลนล้อท้าย ซึ่งเวลาวิ่งด้วยความเร็ว อาจนำพาให้เศษหินเม็ดเล็กๆ ดีดขึ้นมากระแทกบริเวณด้านหน้ารถเป็นรอยบุบและรอยสีถลอก หรือแม้แต่เหล่ารถบรรทุกที่พยายามจะติดยางบังโคลนหรือกันหินดีดยื่นออกมานอกซุ้มล้อ แต่เศษหินก็สามารถดีดออกออกมาในแนวด้านข้าง ลอยมาสร้างความเสียหายได้ ยิ่งถ้าโดนกระจกรับรองว่าซ่อมยาก หรือบางคันอาจถึงขั้นเปลี่ยนกระจกไปทั้งบานเลยก็มี

3. ถ้าเบรกกะทันหันรถคันหลังจะซวย

เป็นธรรมดาที่รถบรรทุกจะวิ่งช้ากว่ารถทั่วไป เพราะส่วนใหญ่แล้วรถบรรทุกจะบรรทุกของหนักมาด้วย ดังนั้น ในกรณีที่รถเล็กขับตามหลังหรือจี้ตูด เมื่อเกิดกรณีที่รถบรรทุกจะเบรกกะทันหัน แล้วรถเล็กที่ขับตามหลังมาในระยะประชิดย่อมเบรกไม่ทัน และโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตและเกิดความสูญเสียจะมีเยอะมาก

4. โอกาสที่ของจะหล่นหรือปลิวเกิดขึ้นได้

แน่นอนว่าบนถนนที่เราใช้กันในทุกวันนี้มักจะมีรถบรรทุกของวิ่งอยู่มากมาย และถ้าหากสิ่งของเหล่านั้นเกิดพลาดหล่นมาใส่รถของคุณความเสียหายย่อมมาเยือนและเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ รถบรรทุกที่บรรทุกของเยอะๆ ย่อมมีน้ำหนักมาก และมีหลายคันที่มักขับเร็ว หากเราขับตามหลัง ก็เท่ากับเอาชีวิตไปเสี่ยงด้วย ยิ่งถ้าเป็นรถบรรทุกที่แบกของชิ้นใหญ่หรือตู้คอนเทเนอร์แล้วย่อมเกิดความเสียหายมากหากพลาดมา ดังนั้น ถ้าจะให้ดีอยู่ห่างไว้ปลอดภัยกว่า

นอกจากนี้ หากในกรณีที่ขับรถตามหลังรถโม่ปูน ซึ่งเป็นปูนสำเร็จรูป บางทีอาจเกิดเหตุการณ์น้ำปูนไหลซึมออกมาจากโม่ปูนที่กำลังหมุนก็ได้ ซึ่งแม้ว่าภายในถังจะมีตัวกันไหลแล้วก็ตามก็ไม่ควรไว้ใจ 100% เพราะถ้าน้ำปูนโดนรถแล้วคุณอาจได้ขัดสีหรือซ่อมสีมีรายจ่ายและเสียเวลาเพิ่มไปอีก

5. รถบรรทุกมีหลายจุดบอด

 เรื่องนี้อยากเน้นย้ำอีกหน่อย เพราะแม้ว่าปัจจุบันรถบรรทุกรุ่นใหม่ๆ จะถูกออกแบบมาให้มีทัศนวิสัยในการมองที่ดีขึ้น หรือมีเทคโนโลยีติดกล้อง 360 องศา เพื่อแก้ปัญหาจุดบอด แต่อย่าลืมว่ามีรถบรรทุกรุ่นเก่าจำนวนไม่น้อยที่ยังคงไม่สามารถทำได้ ซึ่งหัวข้อนี้เราจะชี้ให้เห็นถึง 4 จุดบอด ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุถ้าเข้าใกล้รถบรรทุก ประกอบด้วย

จุดที่ 1 ด้านหน้ารถ หากเป็นเด็กเล็กยืนบริเวณหน้ารถตรงเงาดำ ก็จะทำให้คนขับไม่เห็นเด็ก หรือแม้กระทั่งเป็นรถยนต์คันเล็ก คนขับรถบรรทุกก็ไม่สามารถมองมองเห็นได้อย่างชัดเจน ดังนั้นคนขับรถบรรทุกจึงควรเว้นระยะห่างจากรถคันข้างหน้า 3-4 ช่วงคันของรถยนต์

จุดที่ 2 ด้านขวา คนขับรถบรรทุกจะมองเห็นรถที่วิ่งขนาบข้างมาทางด้านขวา ซึ่งเขาจะเห็นก็ต่อเมื่อเราขับรถเลยหน้าเขาหรือเทียบเท่าหน้ารถ ดังนั้นเป็นไปได้ เราควรขับรถให้ห่างจากบริเวณนี้

จุดที่ 3 ฝั่งซ้ายของรถบรรทุก ฝั่งนี้เป็นฝั่งที่น่ากลัวที่สุด เนื่องจากเป็นมุมที่คนขับมีโอกาสเห็นรถคันอื่นได้น้อยมาก  และจะเห็นก็แค่เพียงมุมเล็กๆ เท่านั้น ดังนั้นคนขับรถบรรทุกและคนที่ขับรถมาช้างๆ รถบรรทุกควรระมัดระวังให้มาก หรือเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงการขับรถขึ้นมาชิดบริเวณดังกล่าว

จุดที่ 4 ด้านหลังหลังรถบรรทุก ซึ่งคนขับรถบรรทุกก็จะไม่เห็นด้านหลังอย่างแน่นอน ดังนั้นผู้ที่ขับรถยนต์ตามหลังรถบรรทุก จึงควรเว้นระยะห่างของรถไว้อย่างน้อย 20-25 คันของระยะรถยนต์

4 จุดบอดรถบรรทุก ที่รถเล็กต้องห่างเอาไว้ ถ้าเข้าใกล้อาตจเกิดอุบัติเหตุ

นี่ก็เป็นอีกข้อแนะนำที่ BUS & TRUCK อยากส่งต่อให้คุณได้เข้าใจว่าทำไมไม่ควรขับรถใกล้รถใหญ่ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ขับขี่หรือผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางด้วยรถยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันและลดอุบัติเหตุและป้องกันการสูญเสียได้ โดยเริ่มต้นได้ด้วยตนเองไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถโดยสารสาธารณะ เช่น การเข็มนิรภัยทุกครั้งตลอดการเดินทาง หรือถ้าขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย เป็นต้น

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนโดย : นำสินประกันภัย บริษัทประกันที่คนใช้รถใหญ่ให้ความเชื่อมั่น

อ่านข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใครได้ที่นี่

เฟซบุ๊ก : BUS & TRUCK

เว็บไซต์ข่าว : www.BusAndTruckMedia.com

เว็บไซต์งาน : www.BusAndTruckExpo.com

Advertisement