การผลักดันด่านบ้านฮวก อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา จากจุดผ่อนปรนชั่วคราวไทยลาว ให้เป็นด่านถาวรไทยลาว ใกล้ความจริงเข้ามาทุกขณะ หลัง พล.. ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับข้อเสนอ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ตามกรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าหลังเกิดด่านถาวรไทยลาว (บ้านฮวกบ้านคอบ) จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนทางด้านเศรษฐกิจจังหวัดพะเยาให้เติบโต

ว่ากันว่า ด่านบ้านฮวกจะต้องถูกยกระดับจากจุดผ่อนปรนชั่วคราวให้เป็นด่านถาวรภายในปี 2560 นี้ และจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงมหาดไทยภายในปีนี้ โดยได้มีการตั้งงบประมาณในการเวนคืนที่ดิน สร้างอาคารด่านพรมแดน และส่วนประกอบอื่น ๆ มากกว่า 50 ล้านบาท

แน่นอนว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ด่านบ้านฮวกจะเป็นเส้นทางใหม่ในการค้าชายแดนของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 2 (ล้านนาตะวันออก) ที่ประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และจังหวัดน่าน กับ สปป.ลาว ซึ่งทางการ สปป.ลาว มีความต้องการให้ไทยยกระดับด่านบ้านฮวกให้เป็นด่านถาวร โดยได้มีการลงทุนก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนและวางแผนในเรื่องของกำลังเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว รอเพียงฝ่ายไทยไฟเขียวอนุมัติให้ยกระดับด่านบ้านฮวกให้เป็นด่านถาวรเท่านั้น

แม้ว่า ปัจจุบันจะมีการค้าขายผ่านด่านถาวรที่สะพานพรมแดนมิตรภาพไทยลาว ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายแล้ว แต่ภาครัฐและเอกชนของจังหวัดพะเยากลับเห็นว่า การขนส่งสินค้าไปหลวงพระบาง หรือแขวงอื่น ๆ ของลาวเหนือ ผ่านด่านบ้านฮวกจะมีความสะดวกสบายกว่า สภาพเส้นทางไม่สูงชัน และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังมณฑลยูนนาน ประเทศจีน รวมทั้งเชื่อมต่อไปยังประเทศเวียดนามผ่านซำเหนือ ซึ่งเมื่อสินค้าไปถึงเวียดนามยังสามารถออกทะเลได้ด้วย

สำหรับเส้นทาง R3a ที่ผ่านมาทางเชียงของ ได้มีการศึกษาว่า หากต้องการย่นระยะเส้นทางในการเดินทางไปออกทะเลที่แหลมฉบัง ก็ต้องพัฒนาเส้นทางเชียงของเทิง(เชียงราย)-เชียงคำพะเยา ซึ่งร่นระยะทางได้มากกว่า เชียงของเชียงรายพะเยา ถ้าเกิดด่านถาวรที่บ้านฮวก การขนส่งสินค้าไทยลาวจีน ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องเข้าด่านเชียงของ เพราะเข้าที่ด่านบ้านฮวก ผ่านเชียงคำ เข้าพะเยา ถือว่าใกล้สุด

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ภาครัฐและเอกชนพะเยา พยายามผลักดันการยกระดับจุดผ่อนปรนบ้านฮวกให้เป็นด่านถาวร ทั้งนี้ผลที่จะตามมาคือเรื่องของการท่องเที่ยว การเดินทางจากประเทศไทยไปสู่เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง ผ่านด่านบ้านฮวก ลงเรือที่เมืองคอบ สามารถเดินทางด้วยเรือช้าไปถึงหลวงพระบางภายในวันเดียว ซึ่งต่างจากการเดินทางจากเชียงของที่ต้องพักกลางทางที่ปากแบ่ง

อย่างไรก็ดี เส้นทางโลจิสติกส์ที่น่าจะเป็นตัวเชื่อมสำคัญสำหรับการค้าการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) หรือ Neighbouring Countries Economic Development Cooperation Agancy (NEDA) ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างและปรับปรุงถนนช่วงบ้านฮวก (.พะเยา)-เมืองคอบเมืองเชียงฮ่อน และเมืองคอบบ้านปากคอบบ้านก้อนตื้น สปป.ลาว โดยหากเส้นทางนี้แล้วเสร็จน่าจะเป็นช่องทางที่ช่วยให้การค้าการลงทุน และการเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่าง 2 ประเทศสะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดพะเยากับเมืองไซยะบุรี สปป.ลาว

หากพิจารณาการสรุปสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยาตั้งแต่ปี พ.. 2552-2558 ที่จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมายังจังหวัดพะเยาในปี 2558 นั้นประมาณ 560,000 คน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมืองพะเยา มีประวัติศาสตร์ มีศิลปวัฒนธรรมประเพณี ที่ไม่แพ้เมืองใดในล้านนา ศักยภาพเรื่องของการท่องเที่ยวถือว่ามีมากและยังมีความบริสุทธิ์ การท่องเที่ยวที่เชียงใหม่อิ่มตัว ไหลมาที่เชียงราย และเมื่อเชียงรายอิ่มตัว ก็เชื่อว่าจะไหลต่อมาทีพะเยา แพร่ น่าน ซึ่งสภาพปัจจุบันก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ถ้าเชียงคำเป็น GateWayไปสู่เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง ผมมั่นใจว่า การท่องเที่ยวของพะเยา เชียงคำ บ้านฮวก จะเติบโตขึ้นกว่าเดิมนี้อีกหลายเท่าตัว