คุณชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลก ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยที่มีความพร้อมในด้านภูมิประเทศ ซึ่งศูนย์กลางของภาคเหนือตอนล่างเชื่อมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่สำคัญอยู่ในแนวเส้นทาง North – South Economic Corridor (NSEC) และ East – West Economic Corridor (EWEC) สามารถเชื่อมต่อไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน ตอนใต้จึงทำให้จังหวัดพิษณุโลกมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้าการบริการในภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้านได้ และเกิดการยกระดับศักยภาพของจังหวัดพิษณุโลกให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

ดังนั้น จังหวัดพิษณุโลกและ สนข. จึงร่วมกันดำเนินการศึกษาความเหมาะสมการบริหารจัดการและกระจายสินค้าจังหวัดพิษณุโลก (Logistics Hub) เพื่อศึกษาศักยภาพการพัฒนาและปัจจัยที่เอื้อต่อระบบเศรษฐกิจของจังหวัดพิษณุโลก เพื่อเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์อย่างแท้จริง และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดพิษณุโลกที่ว่า “เมืองบริการเศรษฐกิจและสังคมสี่แยกอินโดจีน” จากกรอบแนวคิดเบื้องต้นของการศึกษาสามารถแบ่งรูปแบบ Logistics Hub ออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1) ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ (Transport Logistics Hub) เป็นพื้นที่ดำเนินการบรรจุภัณฑ์รับฝากและกระจายสินค้า รวมถึงการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ

2) ศูนย์การค้าส่งค้าปลีกและโลจิสติกส์ (Trade Logistics Hub) เป็นพื้นที่ดำเนินการซื้อขายสินค้า ทั้งค้าปลีกและค้าส่งควบคู่ไปกับการกระจายสินค้า

3) ศูนย์ผลิตอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (Industrial Logistics Hub) เป็นพื้นที่ให้บริการโลจิสติกส์ ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการขนส่งและกระจายสินค้าให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่โดยรอบ มีบริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมทางโลจิสติกส์

4) เขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (Logistics Park /Freight Village) รัฐเป็นผู้กำหนดพื้นที่ในการทำกิจกรรมโลจิสติกส์ภายในมีการแบ่งพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเช่าหรือซื้อ โดยผู้บริหารศูนย์ฯ เป็นผู้รับผิดชอบการบริหารและทำการตลาด รวมถึงติดต่อให้มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาในพื้นที่

“การพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่นและภูมิภาค คาดว่าจะส่งผลให้รายได้มวลรวมของจังหวัด GDP มีอัตราสูงขึ้นมากกว่าอัตราการขยายตัวร้อยละ 3.7 และคาดว่าเศรษฐกิจของจังหวัดจะเติบโตขึ้นเป็น 2 เท่า เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้สู่จังหวัดประมาณ 4,000 ล้านบาท ภายในปี 2566 รวมถึงเพิ่มศักยภาพของจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และภายหลังการสัมมนาฯ ครั้งที่ 1 สนข. จะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ไปประกอบการศึกษาความเหมาะสมการบริหารจัดการและกระจายสินค้าจังหวัดพิษณุโลก (Logistics Hub) ต่อไป”