เมื่อได้ยินคำว่าส่วย คงจะนึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะการจ่ายเงินล่วงหน้าก็เพื่อที่จะหวังเอาผลประโยชน์เท่านั้น แต่รู้หรือไม่ว่าผลประโยชน์ที่หวังได้จากข้างหน้านั้นมหาศาลทีเดียว และเป็นตัวบ่อนทำลายเศรษฐกิจโดยรวมไม่ให้ดีขึ้นได้ด้วย

สำหรับรถบรรทุกที่จ่ายส่วยเพื่อบรรทุกน้ำหนักสินค้าเกินนั้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่บ่อนทำลายรายได้ของพันธมิตรเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกันเอง เพราะหากบรรทุกสินค้าน้ำหนักเท่ากันตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ว่าจ้างก็จะเฉลี่ยงานขนส่งให้ได้เท่า ๆ กัน ทุกคนก็จะมีเงินมีรายได้ แต่พวกที่จ่ายส่วยสามารถบรรทุกน้ำหนักสินค้าได้มากกว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ของทางราชการทำการตรวจสอบ จึงเป็นผู้ที่นายจ้างต้องการจ่ายเงินให้ขนส่งเป็นอย่างยิ่ง เพราะจ่ายเงินน้อยแต่ได้งานมากกว่า จึงทำให้ผู้ที่ทำตามกฎหมายกำหนดไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ และไม่มีเงิน

ผลกระทบอีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อผู้รับสินค้าที่จุดหมายปลายทางได้รับของที่มากกว่าแถมมีราคาถูกกว่าอีก ก็จะจำหน่ายของในราคาถูกต่ำกว่าท้องตลาดเป็นอย่างมาก ผู้ซื้อก็จะมาที่ร้านนี้เป็นหลักจนกระทั่งสินค้าหมด แต่ร้านอื่นขายไม่ได้เลย ของต้องเน่าเสียไป ในวันถัดมาจึงต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ลดราคาสินค้าลงมาให้เท่ากับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย ผลที่ได้รับคือการขาดทุนอย่างเห็น ๆ หากเป็นระยะเวลานานขึ้นก็ต้องปิดตัวไปเพราะทนต่อการขาดทุนไม่ไหว

และอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ทางราชการ เมื่อรับส่วยแล้วจะไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่ผิดกฎหมายภายในรถได้ นั่นก็คือยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นยาไอซ์ ยาอี ยาบ้า เพราะเมื่อจ่ายส่วยเป็นรายเดือนเรียบร้อยแล้วก็สามารถบรรทุกสินค้าได้ทุกอย่างภายในรถโดยไม่มีการตรวจสอบ และนับวันก็จะยิ่งขนเพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ โดยสิ่งที่ผู้ทำผิดกฎหมายได้รับก็คือเงินทองมหาศาล แต่สิ่งที่ประเทศได้รับก็คือมีผู้ติดยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น และอาชญากรรมก็เพิ่มขึ้นตามด้วย ทั้งหมดนี้แลกกับเพียง 500 บาท หรือ 1,000 บาท ที่เจ้าหน้าที่ทางราชการได้รับมาเท่านั้น

ส่วนเหตุร้ายอีกเหตุหนึ่งก็คือ รถที่จ่ายส่วยแล้วก็สามารถบรรทุกอาวุธที่ผิดกฎหมายได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะเป็นปืนผาหน้าไม้ อาวุธสงครามทุกชนิด อย่างที่ภาคใต้ใน 3 จังหวัดที่เกิดเหตุร้ายบ่อย ก็มีอาวุธผิดกฎหมายอยู่ในจังหวัดอย่างมากมาย โดยรถที่จ่ายส่วยเรียบร้อยแล้วก็คือตัวการหลักที่ทำการขนส่งให้นั่นเอง

และที่สำคัญมากที่สุด รถที่จ่ายส่วยก็คือตัวการที่ทำให้ประเทศชาติต้องเสียเงินปีละกว่า 1 แสนล้านบาท เป็นประจำทุก ๆ ปี เพื่อนำมาซ่อมถนนไม่ว่าจะเป็นถนนหลัก ถนนรอง ด้วยน้ำหนักมาตรฐานที่ถนนจะสามารถรองรับได้ ทางกรมทางหลวงได้คิดออกมาเรียบร้อยแล้ว แต่พวกที่จ่ายส่วยจะบรรทุกเกินมากกว่า 50 ตันทีเดียว ทำให้ถนนไม่สามารถทนรับน้ำหนักได้ ต้องพังลงและทำให้รถวิ่งใช้งานไม่ได้

หากเมื่อใดก็ตามที่สามารถกำจัดส่วยไปได้หมด ประเทศชาติก็จะเจริญขึ้นอีกมากอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว