ตลาดรถมินิบัสเริ่มโตเป็นรูปเป็นร่าง ค่ายรถใหญ่แทบทุกค่ายลงมาทำตลาดเพื่อชิงส่วนแบ่งมหาศาล หากรถมินิบัสลงวิ่งผู้โดยสารจะขึ้นแทนรถตู้ประจำทางแน่นอน เพราะให้ความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งมียี่ห้อรถให้เลือกอย่างมากมาย ทั้งรถญี่ปุ่น ยุโรป และจีน

แหล่งข่าวในวงการรถโดยสาร เปิดเผยว่า ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้แบ่งหมวดของรถมินิบัสประจำทางออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งเป็นรถที่มีที่นั่งต่ำกว่า 19 ที่นั่ง และมากเกินกว่า 19 ที่นั่ง และอุปกรณ์มาตรฐานทุกคันจะต้องมี GPS ประตูหนีไฟ อุปกรณ์ทุบประจกและดับเพลิง รวมทั้งต้องมีเบรค ABS ทุกคันด้วย ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคนเป็นหลัก

ด้วยรถตู้ประจำทางที่เมื่อหมดสัมปทานในการวิ่งแล้ว ต้องปรับเปลี่ยนเป็นรถมินิบัสประจำทางแทนนั้น มีมากกว่า 2หมื่นคันทีเดียว ซึ่งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐบาลได้ประเมินราคาของรถมินิบัสออกมาแล้วว่า จะต้องมีราคาจำหน่ายตั้งแต่ 1.7 ล้านบาท – 2.3 ล้านบาท สามารถทำการผ่อนจ่ายได้ประมาณ 5 ปี และจะต้องสร้างผลกำไรให้กับผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารได้ทุกปี

ขณะนี้ได้เริ่มมีการประกอบตัวถังรถมินิบัสประจำทางบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่อู่บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หรือที่อู่พานทอง จ.ฉะเชิงเทรา หากรถมินิบัสประจำทางเหล่านี้ได้ออกมาวิ่งใช้งานจริงจะต้องสร้างความแตกตื่นให้กับผู้โดยสารแน่ พร้อมทั้งจะต้องสร้างความต้องการใช้รถโดยสารเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน และลดความต้องการใช้รถตู้ประจำทางแน่ และยิ่งไปกว่านั้นยังจะสร้างความปลอดภัยในการโดยสารให้มากขึ้นอีกด้วย”

ด้วยสัมปทานรถตู้ประจำทางจะเริ่มหมดสัมปทานตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีนี้เป็นต้นไป ดังนั้นค่ายรถใหญ่ยี่ห้อต่าง ๆ จึงได้ให้ความสำคัญกับตลาดรถมินิบัสประจำทางเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่ายฮีโน่ ค่ายรถเบนซ์ เป็นต้น ที่จะจำหน่ายเครื่องยนต์และแชสซีส์ เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารนำไปจ้างให้อู่ต่อตัวถังรถโดยสารทำการประกอบสำเร็จรูปอีกทีหนึ่ง

ส่วนค่ายรถจีนที่จะทำตลาดมินิบัสก็มีอยู่ 3 ยี่ห้อคือ ค่ายไฮเกอร์ ค่ายจงทง และค่ายยู่ทง ซึ่งจะนำรถมินิบัสสำเร็จรูปนำเข้าจากประเทศจีนเข้ามาส่งมอบให้ตลาดมินิบัสโดยตรง ซึ่งแล้วแต่ความต้องการของตลาดว่าต้องการรถมินิบัสประเภทใดเพื่อใช้ในงานของตัวเอง

สำหรับประเภทของการต่อรถมินิบัสในเมืองไทยนั้นมีอยู่ 2 แบบ คือ การต่อด้วยมือทีละคัน ซึ่งใช้เวลาประกอบอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป และแต่ละคันจะมีรูปลักษณ์ภายนอกและภายในที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเจ้าของและช่างเหมาต่อรถ ซึ่งอู่เหล่านี้จะอยู่ที่บ้านโป่งราชบุรีเป็นหลัก ส่วนโรงงานประกอบที่ขึ้นเป็นไลน์ประกอบครั้งละจำนวนมากนั้นจะอยู่ที่ฉะเชิงเทรา ลักษณะของทุกคันนั้นจะเหมือนกันเพราะใช้เครื่องจักรในการประกอบ มาตรฐานต่าง ๆ จึงเท่ากันหมด