ระบบ “ตั๋วร่วม” ถือเป็นระบบที่บริหารจัดการการระบบขนส่งสาธารณะได้เป็นอย่างดี เพราะช่วยให้ผู้โดยสารสะดวกสบายในการเชื่อมต่อระบบขนส่ง ทั้งทางรถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า เรือโดยสาร รวมถึงมอเตอร์เวย์และทางด่วนด้วย ซึ่งจะส่งผลดีให้คนทิ้งรถหันมาใช้ระบบขนส่งแทนได้

ความคืบหน้าล่าสุด ได้เดินหน้ามาถึงการจัดสัมมนารับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อ “ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.. ….” แล้ว โดยทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เชิญหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการภาคเอกชน นักวิชาการ และองค์กรอิสระ รวมทั้งสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ เข้าร่วมสัมมนารับฟังความเห็นฯ ดังกล่าว จำนวน 300 คน

คุณวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการ สนข. เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ สนข. ดำเนินการพัฒนาระบบตั๋วร่วม (Common Ticketing System) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 เพื่อจัดทำนโยบายกำหนดมาตรการ/มาตรฐานระบบตั๋วร่วม ดำเนินการจัดหาผู้พัฒนาระบบตั๋วร่วมและจัดทำระบบศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (Central Clearing House: CCH) และการกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้พัฒนาระบบ รวมทั้งการดำเนินงานอื่นๆ ที่เป็นการสนับสนุนการดำเนินงานระบบตั๋วร่วมให้ประสบความสำเร็จ เป็นการเพิ่มศักยภาพการให้บริการของระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลในภาพรวม ให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางและเชื่อมต่อระหว่างระบบรถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง เรือโดยสาร และทางพิเศษ

ทั้งนี้ การจัดทำระบบตั๋วร่วมเป็นโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และต้องการให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทาง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเพิ่มศักยภาพของระบบขนส่งมวลชนด้วยระบบที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นผ่านระบบตั๋วร่วม เป็นการอำนวยประโยชน์ทั้งแก่ภาครัฐ ผู้ประกอบการ รวมทั้งผู้ใช้บริการทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งนี้การจัดทำระบบตั๋วร่วมต้องอาศัยกลไกด้านกฎหมายในการกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงาน และขอบเขตความร่วมมือการให้บริการ การมอบอำนาจหน้าที่ และกำหนดมาตรการ หลักเกณฑ์ การดำเนินงานที่มีความชัดเจน รวมถึงการจัดตั้งกองทุนบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการใช้ระบบตั๋วร่วมและระบบขนส่งในประเทศไทย

ดังนั้น สนข.จึงได้จัดสัมมนาขึ้น เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.. … และรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนและมีความเป็นรูปธรรมในด้านต่าง ๆ ได้แก่ 1.โครงสร้างองค์กรที่มีหน่วยงานรับผิดชอบงานในระดับนโยบาย ระดับกำกับดูแล และระดับปฏิบัติการ ที่มีอำนาจหน้าที่ชัดเจน และสามารถดำเนินการด้านระบบตั๋วร่วมโดยตรง 2. มีหน่วยงานกำหนดมาตรการ/มาตรฐาน หลักเกณฑ์ วิธีการเชื่อมต่อ เพื่อให้การใช้งาน และการให้บริการระบบตั๋วร่วมมีมาตรฐานเดียวกัน และมีหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม รวมถึงกำหนดกรอบโครงสร้างอัตรา ค่าโดยสารร่วม

3.มีหน่วยงานบริหารจัดการและบำรุงรักษาระบบตั๋วร่วมเพื่อให้การให้บริการระบบตั๋วร่วมของผู้ประกอบการระบบขนส่งสาธารณะมีมาตรฐานเดียวกัน 4.มีกองทุนบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมซึ่งเป็นเครื่องมือในการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาระบบตั๋วร่วม และ/หรือระบบขนส่งสาธารณะ โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณภาครัฐ และ5.ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยใช้บัตรโดยสารเพียงใบเดียว และได้รับส่วนลดค่าเดินทางเชื่อมต่อระหว่างระบบจากการใช้ตั๋วร่วม รวมถึงการได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้วย

สนข.จะนำข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ไปประกอบการจัดทำรายงานผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.. …. อย่างรอบด้านและเป็นระบบ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ต่อไป”

อย่างไรก็ดี ก่อนสิ้นปี 2560 จะมีการลงนามความร่วมมือระหว่าง สนข. กระทรวงคมนาคมกับบริษัทเอกชนผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า ประกอบด้วย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส / การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. และบริษัท รถไฟฟ้า ร...จำกัด จะลงนามความร่วมมือในการดำเนินการระบบตั๋วร่วมร่มกัน สำหรับระบบตั๋วร่วม (ตั๋วแมงมุม)

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้นำรายละเอียดผู้มีรายได้น้อยที่มีสิทธิ์ใช้บริการเมล์ฟรี จำนวน 1.3 ล้านคน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ 11 ล้านคน สามารถใช้ร่วมกับบัตรผู้มีรายได้น้อยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน