สยามกลการอุตสาหกรรมชี้ภาพรวมภาคการผลิตและโลจิสติกส์ยังขยายตัวดี หนุนธุรกิจ ฟอร์คลิฟท์เด่น วางแผนครึ่งปีหลังรุกตลาดในประเทศเจาะอุตสาหกรรมหลัก ผุดศูนย์บริการใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มจากงานบริการเพื่อความคุ้มค่าของลูกค้า มั่นใจยอดขายปี 60 เข้าเป้า 900 คัน

คุณประธานวงศ์ พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการอุตสาหกรรม จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศจะเติบโต แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยธุรกิจในภาคการผลิตเพื่อส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนหนึ่งที่สำคัญ และมีการขยายตัวในเกณฑ์ดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าอีกทั้งมีแนวโน้มลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจโลจิสติกส์เติบโตได้ดีตามไปด้วย เนื่องจากมีความต้องการในประเทศมากขึ้น ทั้งการใช้บริการขนส่งเคลื่อนย้ายภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ

“สำหรับแนวโน้มธุรกิจรถฟอร์คลิฟท์ได้รับผลบวกจากการขยายตัวของภาคการผลิต และโลจิสติกส์โดยตรง ส่งผลให้บริษัทสามารถขยายบริการให้เช่าพร้อมคนขับให้กับผู้ประกอบการได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันผู้ประกอบการหันมาใช้บริการเช่ารถฟอร์คลิฟท์กันมากขึ้น เพราะไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูง และยังได้รับการบริการที่ดีจากผู้ให้บริการทำให้ธุรกิจเกิดความคล่องตัวปัจจุบันสัดส่วนพอร์ตรถเช่าของบริษัทอยู่ที่ 70% และรถขาย 30%”

ทั้งนี้ บริษัทฯมีแผนที่จะทำตลาดในประเทศไทยให้เข้มข้นขึ้นโดยเน้นเจาะอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ยานยนต์ และโลจิสติกส์ รวมถึงมีแผนเตรียมความพร้อมเปิดศูนย์บริการเพิ่มอีก อาทิ เพชรเกษม และในภาคอีสาน-ตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ระหว่างสำรวจดูทำเลที่ตั้ง เป็นต้น จากเดิมมี 4 สาขา ประกอบด้วย ศรีนครินทร์ (สำนักงานใหญ่) ปทุมธานี(คลองหลวง) ระยอง และนครราชสีมาศูนย์บริการเคลื่อนที่ (Mobile Service) ประกอบด้วย อุดรธานี นครปฐม และเชียงใหม่ ตัวแทนจำหน่ายปัจจุบัน ประกอบด้วย สงขลา(หาดใหญ่) นครศรีธรรมราช(ทุ่งสง) และสุราษฎร์ธานี

ขณะเดียวกันมีแผนสร้างมูลค่าเพิ่มจากงานบริการ สร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้า โดยจะมีการพัฒนาบุคลากรทั้งช่างบริการและนักขับรถฟอร์คลิฟท์ให้มีความเชี่ยวชาญเพียงพอต่อความต้องการใช้งานของลูกค้าและการเติบโตของตลาดในอนาคต อีกทั้งจะมีการทำตลาดบริการใหม่ๆ เพิ่มเติม อาทิ การควบคุมเครนในลานจัดเก็บและคลังสินค้า เป็นต้น

ส่วนยอดขายตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนกรกฎาคม 60 บริษัทสามารถทำยอดขายได้ใกล้เคียงเป้าหมาย ในขณะที่ทั้งปีนี้บริษัทเชื่อว่าจะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ 900 คัน หรือคิดเป็นรายได้รวมทุกๆบริการ ขาย เช่า อบรม และอะไหล่ อยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท