เชลล์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดตัวเทคโนโลยี “ไดนาเฟล็กซ์” นวัตกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดที่ทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด รวมถึงเชลล์ วี-เพาเวอร์ น้ำมันที่ดีที่สุดของเชลล์ดีขึ้นไปอีกขั้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้กับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นในภาคการขนส่ง โลจิสติกส์ การก่อสร้าง การทำเหมือง หรือภาคการเกษตร ทั้งยังช่วยเพิ่มแรงดึงหัวลากของเครื่องจักรหนัก ช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนในการดำเนินงาน

 

คุณอัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เรามีความภูมิใจอย่างมากกับการเปิดตัวน้ำมันเชื้อเพลิงสูตรใหม่ทุกชนิดของเชลล์ เพราะเป็นการนำน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุดเท่าที่เชลล์เคยทำการคิดค้นและพัฒนามาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ใช้พร้อมกันกับลูกค้าจากอีก 20 ประเทศทั่วโลกที่เชลล์มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้เช่นเดียวกัน โดยเชลล์ทุ่มเทด้านการวิจัยและพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องโดยร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เช่น เฟอร์รารี่ บีเอ็มดับเบิลยู และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ โดยมีการจัดสรรงบประมาณกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อคิดค้นสูตรน้ำมันที่ดีที่สุดสำหรับเครื่องยนต์ประเภทต่าง ๆ ทั้งของรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เครื่องจักรหนัก รวมถึงการคิดค้นเชื้อเพลิงที่สะอาดและยั่งยืนสำหรับรถยนต์ในอนาคตอีกด้วย”

คุณอรอุทัย ณ เชียงใหม่ กรรมการบริหาร ธุรกิจการตลาดค้าปลีก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับเทคโนโลยี “ไดนาเฟล็กซ์” นั้นเป็นนวัตกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดที่เป็นผลจากความทุ่มเทของนักวิทยาศาสตร์เชลล์ ในการค้นคว้าและทำวิจัยร่วมกับเฟอร์รารี่เป็นเวลานานกว่า 5 ปี จนเกิดเป็นเทคโนโลยีน้ำมันเชื้อเพลิงที่ช่วยเพิ่มความแรง สมรรถนะ และประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์ทุกประเภท ตั้งแต่รถยนต์ทั่วไปที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเครื่องจักรหนักและรถที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ทำให้มั่นใจในทุกการใช้งาน การเปิดตัวสุดยอดเทคโนโลยี “ไดนาเฟล็กซ์” ในประเทศไทย เป็นการเปิดตัวน้ำมันสูตรใหม่ครั้งยิ่งใหญ่ของเชลล์ทั่วโลก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ในประเทศไทยทุกคน และมอบประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางบนท้องถนนที่ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งผลักดันให้เชลล์เป็นแบรนด์ที่คนไทยรักมากที่สุด”
สำหรับน้ำมันเชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 มีสารทำความสะอาด และลดแรงเสียดทานมากกว่าถึง 3 เท่า จึงช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่จะบั่นทอนสมรรถนะของเครื่องยนต์ในชิ้นส่วนสำคัญของระบบน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 80% ในขณะที่น้ำมันเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล สามารถช่วยลดสิ่งสกปรกสะสมที่หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง และคืนพลังให้เครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 100% น้ำมันเชลล์ วี-เพาเวอร์ สูตรใหม่ ได้ผ่านการทดสอบว่าเป็นน้ำมันคุณภาพที่ดีที่สุดของเชลล์ ทั้งในห้องทดลองและจากการทดสอบบนถนนจริง

 

เทคโนโลยี “ไดนาเฟล็กซ์” ยังมีอยู่ในน้ำมันเชื้อเพลิง เชลล์ ฟิวเซฟ และ เชลล์ E20 แก๊สโซฮอล์ ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะช่วยปกป้องเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการขับขี่ทุกรูปแบบ ผู้บริโภคสัมผัสความแรงเต็มสมรรถนะและประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอีกขั้นของน้ำมันเชื้อเพลิงสูตรใหม่จากเชลล์ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี “ไดนาเฟล็กซ์” ได้แล้ววันนี้ ที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์ทั่วประเทศ

พร้อมกันนี้ น้ำมันเชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล สูตรใหม่ ด้วยเทคโนโลยี ไดนาเฟล็กซ์ (DYNAFLEX) ยังเหมาะกับผู้ประกอบการขนส่งไทยอย่างมาก ด้วยสารทำความสะอาด Dual Detergent ที่ก้าวหน้าที่สุด สามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์ดีเซลทั้งเก่าและใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้กับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นในภาคการขนส่ง โลจิสติกส์ การก่อสร้าง การทำเหมือง หรือภาคการเกษตร ทั้งยังช่วยเพิ่มแรงดึงหัวลากของเครื่องจักรหนัก ช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนในการดำเนินงาน

คุณสมบัติของเทคโนโลยีไดนาเฟล็กซ์ (DYNAFLEX)

⦁ ช่วยทำความสะอาดคราบสะสมที่หัวฉีด และป้องกันการก่อตัวใหม่ จึงช่วยประหยัดน้ำมัน ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มแรงบิดและกำลังของเครื่องยนต์ให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และควันดำ จึงช่วยให้ธุรกิจของคุณลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

⦁ เพิ่มความเสถียรในการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น และช่วยให้น้ำมันเชื้อเพลิงคงความเสถียรเมื่อผสมกับไบโอดีเซล ลดโอกาสการเสื่อมสภาพของน้ำมัน และลดการก่อตัวของตะกอน ทำให้เครื่องยนต์และเครื่องจักรใช้ได้นาน

⦁ ช่วยยับยั้งการกัดกร่อนในอุปกรณ์สำคัญของระบบเชื้อเพลิงและถังน้ำมัน จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง

⦁ ลดการเกิดฟองอากาศขณะเติมน้ำมัน จึงลดความเสี่ยงที่น้ำมันจะหกล้นจากถัง ขณะเดียวกันยังช่วยประหยัดเวลาในการเติมน้ำมัน ซึ่งเป็นการเพิ่มชั่วโมงการทำงานให้กับธุรกิจอีกทางหนึ่ง

ด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล สูตรใหม่ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ ด้วยการช่วยลดต้นทุนด้านการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของยานพาหนะและอุปกรณ์เครื่องจักรให้ดียิ่งขึ้น