75 รถร่วมบริการ ขสมก. รวมตัวตั้งบริษัทใหม่บริษัทเดียว ขอสัมปทานเดินรถ 269 เส้นทาง คิดค่าตั๋วบุฟเฟ่ต์เหมา 40 บาท ดีเดย์ก่อนปีใหม่ โยนหนี้กว่า 800 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ทำสัญญาสัมปทานกับ ขสมก.ห้กรมการขนส่งฯ เป็นผู้ดูแล

คุณสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคมหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เปิดเผยว่า ทางสมาคมรถร่วม สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางกว่า 75 บริษัท ได้มาหารือเรื่องแนวทางการปฏิรูปเส้นทางรถโดยสารในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 3 ประเด็น คือ 1.ทางสมาคมฯ เห็นด้วยกับนโยบายภาครัฐในการปฎิรูปเส้นทางรถโดยสารในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

2.ทางสมาคมฯ จะรวมกันเป็นบริษัท รายเดียว และขอใบอนุญาตเดินรถ 7 ปีในเส้นทางเดินรถเดิมที่ให้บริการ หลักเกณฑ์เหมือนกัน องค์การขนส่งมวลชน (ขสมก.) ซึ่งทางเอกชนจะนำรถโดยสารใหม่มาให้บริการพร้อมทั้งติดจีพีเอส และระบบ E-ticket ส่วนเส้นทางที่มีเอกชนหลายรายให้บริการ หรือเดินรถร่วมกับรถ ขสมก.ทางกรมขนส่งทางบกต้องเป็นประเมินว่ารายไหนที่ให้บริการดีที่สุดเพื่อจะให้รายนั้นเป็นผู้เดินรถสายดังกล่าวรายเดียว และ 3.กรณีหนี้ของรถร่วมกว่า 800 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ทำสัญญาสัมปทานกับ ขสมก.จะให้กรมขนส่งทางบก (ขบ.) เป็นผู้ดูแล

ในเรื่องของราคาค่าโดยสารนั้น ปัจจุบันยังคงใช้ราคาเดิมอยู่ และขณะนี้ทางกรมขนส่งบกอยู่ในระหว่างการศึกษาอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม จึงต้องดูว่าราคาต้นทุนในการให้บริการรถโดยสารที่แท้จริงเป็นยังไงราคาสมเหตุสมผลให้ เช่นต้องเก็บ 20 บาท แต่รัฐให้เก็บ 5 บาท อีก 15 บาท ต้องมาดูว่ารัฐจะชดเชยให้เอกชนยังไง

กรณีที่กรมการขนส่งทางบก มีนโยบายให้ใบอนุญาตเดินรถชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปีแก่รถร่วมฯ ก่อนจะออกใบอนุญาตถาวรเป็นเวลา 7 ปีนั้น เป็นเพราะตอนนี้มีรถร่วมฯ ในตลาดหลายราย จึงต้องประเมินเอกชนเป็นระยะเวลา 2 ปีว่า รายใดมีประสิทธิภาพสูงสุดและควรได้ใบอนุญาตระยะ 7 ปี แต่หากรถร่วมฯ ทั้งหมดจะรวมตัวเป็นนิติบุคคลรายเดียว นโยบายนี้คงต้องเปลี่ยนไป อย่างไรก็ดี เมื่อรถร่วมฯ รวมตัวเป็นผู้เดินรถ 1 ราย แสดงว่าคุณสมบัติของเขาก็ไม่แตกต่างกับ ขสมก. ถ้าเขาทำตามเงื่อนไขได้ ใบอนุญาตที่เขาได้ก็ต้องมีอายุ 7 ปีเช่นเดียวกับ ขสมก. เพราะเขาก็เป็นผู้เดินรถรายหนึ่งเท่ากัน การแข่งขันก็อยู่บนฐานเดียวกัน ยกเว้นว่ารถร่วมฯ รวมตัวกันไม่ได้ ก็เป็นปัญหาของเขา”

ขณะที่ คุณภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง เปิดเผยว่า สมาคมรถร่วมฯ จะเร่งจัดตั้งนิติบุคคลและยกมาตรฐานบริการตามแผนที่เสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา เพราะตอนนี้มีความชัดเจนเรื่องใบอนุญาตเดินรถแล้ว ซึ่งในแผนระยะแรก ผู้ประกอบการรถร่วมฯ 34 ราย จะร่วมกับบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทประกอบกิจการเดินรถเมล์ด้วยทุนจดทะเบียน 3,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันรถร่วมฯ ทั้ง 34 ราย มีรถเมล์รวม 2,000 คัน มีใบอนุญาตร่วม 60 เส้นทาง และมีหนี้สินที่ติดค้างกับ ขสมก. ประมาณ 500 ล้านบาท

จากนั้นบริษัทใหม่จะต้องกู้เงินอีก 1.7 หมื่นล้านบาท เพื่อชำระหนี้ให้กับผู้ถือหุ้นและจัดซื้อรถเมล์ใหม่อีก 2,000 คัน โดยรถใหม่จะเป็นรถไฟฟ้าหรือไฮบริด ซึ่งตามแผนจะเริ่มให้บริการ 100 คันแรกภายในปีใหม่ 2561 และจะจัดซื้อให้ครบทั้งหมดภายใน 1 ปี เพื่อรับกับนโยบายภาครัฐในการลดมลพิษและไทยแลนด์ 4.0ขณะเดียวกันจะขอเพิ่มค่าโดยสารเป็น 20 บาทตลอดเส้นทาง และทางกลุ่มจะมีโปรโมชั่นเหมาจ่ายในอัตรา 40 บาทต่อวันทุกเส้นทาง เพื่อเป็นตัวเลือกให้ผู้โดยสาร