ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลชุดทหารแทบจะหารายได้เสริมเข้าประเทศไม่ได้เลย มีแต่นำเงินคงคลังกับกู้เงินต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงดูบรรดารากหญ้าทั่วประเทศให้มีชีวิตอยู่รอดให้ได้

อย่างได้มีนักวิชาการหลายธุรกิจได้ออกมากล่าวว่ารัฐบาลชุดทหารนี้มีความเห่งกาจ ทางด้านการอาชญากรรมและปกป้องไม่ให้มีภัยร้ายคุกคามเข้าประเทศได้ แต่ทางด้านการบริหารธุรกิจและนำภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเข้าประเทศให้เดินหน้านั้นคงจะเป็นไปได้ยาก

อย่างแนวคิดของรัฐบาลชุดทหารที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศ ก็คือการให้กรมสรรพสามิตและกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ทำการขึ้นภาษีสินค้าทุกอย่างที่ขวางหน้า เพื่อจะได้มีเงินภาษีมาหมุนเวียนใช้จ่ายในประเทศให้อยู่รอดได้ต่อไป

แต่วิ่งหนึ่งที่ทางรัฐบาลได้ละเลยไม่ใส่ใจก็คือ ภาษีของรถโดยสารใหม่ ซึ่งทุก ๆ ปี จะมีรถโดยสารใหม่ทำการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ประมาณปีละ 1,300-1,500 คัน สร้างรายได้ให้กับกระทรวงคมนาคมเป็นจำนวนมาก แต่ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ได้มีรถโดยสารใหม่ทำการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมเพียงแต่ประมาณ 700 คันเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่มีรถโดยสารใหม่ออกมาสู่ท้องตลาดมากกว่า 1,000 คันแล้ว

เป็นที่ทราบกันดีว่าทางรัฐบาลได้วาดฝันว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทัศนาจรในประเทศมากกว่า 32 ล้านคน ส่งผลให้จะต้องมีรถโดยสารใหม่ที่มีมาตรฐานเป็นสากล จดทะเบียนใหม่เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก ด้วยความปลอดภัยคือสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนใส่ใจเป็นอย่างมาก

ได้มีแหล่งข่าวในวงการรถโดยสารได้มองถึงสาเหตุหลักที่มีรถโดยสารใหม่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเป็นจำนวนน้อย ก็เนื่องมาจากเมื่อต้นปี 2560 ได้มีรถโดยสารจากประเทศจีนยี่ห้อหนึ่งได้ทำการคดโกง ไม่ทำตามระเบียบที่ทาง ขสมก. ได้วางไว้ นำเข้ารถโดยสารมาจากประเทศหนึ่งแต่แจ้งว่าได้นำมาประกอบในอีกประเทศหนึ่งแทน ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าแต่อย่างใด เมื่อถูกจับได้ว่าทำผิดก็ต้องถูกปรับเป็นเงินมากกว่า 1,000 ล้านบาททีเดียว

และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้ทุกบริษัทไฟแนนซ์ ไม่ปล่อยสินเชื่อให้กับรถโดยสารที่มาจากประเทศจีนทุกยี่ห้อ เพราะกลัวว่าหากปล่อยสินเชื่อไปแล้วจะถูกปล่อยเป็นหนี้ศูนย์ ต้องยึดรถโดยสารจีนคันนั้นมาประมูลแทนและได้ราคาที่ต่ำมากด้วย

จึงเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้มีรถโดยสารจากจีนที่มีป้ายทะเบียนแดงวิ่งอยู่บนถนนมากมายหลายร้อยคัน และแทบทุกคันจะติดป้ายว่านำไปซ่อมเสียเป็นส่วนมาก ส่วนอีกหลายคันต่างถูกปรับเป็นรายวันเพราะเงินที่ได้จากผู้โดยสารนั้นมากกว่าหลายร้อยเท่า

ส่วนวิธีการก็คือ เจ้าของบริษัทที่ขายรถจะเป็นผู้รับเงินจากลูกค้าแทน ไม่ต้องผ่านไฟแนนซ์และไม่ต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกด้วย ซึ่งหน่วยงานราชการควรที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะหมายถึงรายได้ของรัฐบาลที่หายตามไปด้วย เพราะรถโดยสารไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนก็สามารถวิ่งบนถนนได้