EV Charger ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ทุกมิติด้านโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์เอบีบี มีจุดเด่นเรื่องมาตรฐานด้าน Hardware ของตู้และหัวชาร์จที่สามารถรองรับรถยนต์ทุกค่าย มีความสะดวกยืดหยุ่นต่อการใช้งานที่มีการอัพเกรดให้ทันสมัยในราคาสมเหตุสมผล รวมทั้งมีInfrastructure และระบบสารสนเทศช่วยบริหารจัดการและแชร์ข้อมูลแก่ลูกค้าอย่างถูกต้องแม่นยำ จึงมั่นใจได้ว่าสินค้าของเอบีบีสามารถตอบโจทย์ทุกปัญหามีเทคโนโลยีพร้อมรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

โดย EV Charger เป็นอุปกรณ์เพาเวอร์อิเล็คทรอนิกส์สำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ลักษณะเป็นตู้และมีหัวจ่ายไฟฟ้า มี 3 ประเภท คือ Slow Charger สำหรับชาร์จไฟแบบปกติในที่อยู่อาศัย สามารถใช้ไฟจากปลั๊กไฟทั่วไป ด้วยแรงดัน 220v ชาร์จไฟ 3 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟประมาณ 8 ชั่วโมง ถัดมาเป็น Medium Charger ตู้ชาร์จไฟที่เหมาะกับสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดของการโหลดไฟน้อย ชาร์จไฟ 20 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟประมาณ 1 ชั่วโมง สุดท้าย คือ Fast Charger ตู้ชาร์จไฟซึ่งต้องใช้ไฟฟ้าแรงดัน 3 เฟส 380v แปลงไฟฟ้าให้เหมาะสมกับรถยนต์ไฟฟ้า ชาร์จไฟอยู่ที่ 50 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟไม่เกิน 30 นาที ส่วนใหญ่จะติดตั้งที่สถานีชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานหลักจากแบตเตอรี่เพียงแหล่งเดียว จึงต้องมีการชาร์จไฟแบตเตอรี่ผ่านเครื่องชาร์จไฟ ( EV Charger ) ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าปกติจะมีปลั๊ก 2 ประเภท คือปลั๊ก AC Charge เพื่อชาร์จกับ Slow Charger และปลั๊ก DC Charge ไว้ใช้ชาร์จกับเครื่อง Medium Charger & Fast Charger โดยปกติการชาร์จแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ประมาณ 150 กิโลเมตร สำหรับตู้ชาร์จแบบ Medium Charger & Fast Charger มีลักษณะพิเศษที่หัวจ่ายจะต้องมีมาตรฐานที่จะ Plug in เข้ากับรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละชนิดได้ โดยทั่วโลกจะมีหัวมาตรฐานที่เชื่อมต่ออยู่ 3-4 มาตรฐาน แต่ที่นิยมจะเป็นของยุโรป (หัวแบบคอมโบ) และของญี่ปุ่น (ชาร์จเดโมะ) เพื่อรองรับรถค่ายยุโรปกับญี่ปุ่น ซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องชาร์จของเอบีบีตัวหนึ่งจะมีหัวจ่ายมาตรฐาน 2-3 หัว สามารถรองรับทั้งรถญี่ปุ่นและยุโรปเช่นกัน

สำหรับแนวโน้มของสินค้า EV Charger ทาง MEA&PEA มีการกำหนดนโยบายเป็น Road Map Smart Grid โดยมีโครงการ EV รวมอยู่ด้วย คาดว่าภายใน 5 ปีอาจมีการนำมาใช้ในส่วนงานของ Utility และบริษัทที่ดำเนินการด้านพลังงาน ส่วนภาคประชาชนน่าจะมีการนำมาใช้ในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่ง ณ ปัจจุบัน การไฟฟ้านครหลวงกำลังศึกษาโครงการเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของ กฟน. โดยได้สร้างสถานีชาร์จไฟฟ้า 10 แห่งและมีแผนนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ทดลองและศึกษาวิจัยจำนวน 20 คัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท เอบีบี จำกัด Tel. 02 665 1000 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://new.abb.com/th/sustainable-energy-technology-asia-2017