EA สุดยอดผู้นำนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน เบอร์หนึ่งของเมืองไทย ผุดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า วางเป้าครบ 1,000 สถานี ภายในปี 2561 รองรับไทยแลนด์ 4.0 สมาร์ท ซิตี้

คุณอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) เปิดเผยว่า ล่าสุด EA ได้ผลักดันให้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างบริษัทย่อยของ EA ชื่อบริษัท พลังงานมหานคร จำกัด กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อร่วมมือกันผลักดันโครงการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้เครื่องหมายการค้า “EA Anywhere” เพื่อเตรียมพร้อมและส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทั้งประเภทปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle: PHEV) และประเภทแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) ที่รัฐตั้งเป้าหมายไว้รวม 1.2 ล้านคันภายในปี 2579 รองรับไทยแลนด์ 4.0 สมาร์ท ซิตี้ สนองนโยบายรัฐบาล ซึ่งนอกจากจะจับมือกับ กฟน.แล้ว ยังมีพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวนับสิบราย ทั้งศูนย์การค้าชั้นนำ โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน โรงภาพยนต์ คอนโดมีเนียม ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ สถานีบริการน้ำมัน เป็นต้น จนนับเป็นการร่วมมือกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย

ปัจจุบันพลังงานมหานครได้เปิดตัวสถานีอัดประจุไฟฟ้า EA Anywhere ที่สมบูรณ์แบบและทันสมัยแล้ว ที่อาคารจอดรถศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น GA NORTH และสยามคาร์พาร์ค ชั้น GB ซึ่งแต่ละสถานีสามารถรองรับการชาร์จได้พร้อมกันถึง 6 คัน ใช้ได้ทั้งรถยนต์ประเภท ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยเครื่องชาร์จ กำลังสูง ขนาด 32 A / 22 kw ที่ใช้ปลั๊กเสียบชาร์จ แบบมาตรฐาน TYPE 2 ซึ่งใช้งานได้ง่ายและมีความปลอดภัยสูง พร้อมให้บริการแล้ว โดยลูกค้าสามารถใช้บริการชาร์จไฟฟ้าได้ฟรีไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2560 และจะเปิดบริการในจุดถัด ๆ ไปทั่วกรุงเทพฯ เร็ว ๆ นี้

คุณอมร กล่าวอีกว่า การขยายไลน์เข้าสู่ธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในชื่อ “EA Anywhere” ในครั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมายที่จะติดตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ 1,000 สถานี ภายในปี 2561 เพื่อเตรียมพร้อมรับการก้าวเข้าสู่ยุคสมาร์ทซิตี้ตามแผนการส่งเสริมของรัฐบาล ซึ่งติดตั้งสถานี้ชาร์จทั่วประเทศนี้ จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้มากขึ้น การนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้นี้ จะช่วยให้ประเทศเราประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงได้อย่างมาก กล่าวคือ ค่าใช้จ่ายพลังงานการเดินทางโดยรถยนต์ไฟฟ้า มีราคาถูกกว่าการใช้จักรยานยนต์ การบำรุงรักษาก็น้อย และยังลดมลพิษอีกด้วย สำหรับ EA แล้ว จะได้รับผลดีในระยะยาว นั่นคือ ยิ่งมีพัฒนาการด้านการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามาก ก็ยิ่งส่งผลต่อธุรกิจโรงไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของบริษัทให้เติบโตอย่างมั่นคงมากเช่นกัน