ในปีนี้ถือว่าตลาด GPS Tracking โตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจากการขยายธุรกิจขนส่งภายในประเทศ รวมทั้งมีการเติบโตของตลาด AEC, CLMV อีกทั้งมีนดยบายจากกรมการขนส่งทางบกให้รถโดยสารและรถบรรทุกต้องติดตั้ง GPS ที่ผ่านการรับรองและได้มาตรฐาน ทำให้ตลาด GPS Tracking ตื่นตัวค่อนข้างมาก และมีการแข่งขันที่สูง ผู้ผลิตและผู้จำหน่าย GPS Tracking จึงต่างงัดกลยุทธ์เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาด

Best Tech ยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์ /ขนส่งรถบรรทุก สู่อาเซียน

คุณกรรณิกา กอน้อย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบสท์ เทคโนโลยี อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวว่า ในระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ทาง เบสท์เทค ได้มีการพัฒนาตัวสินค้าและซอฟแวร์ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริการหลังการขาย การดูแลลูกค้าที่ดีเยี่ยม ซึ่งทำให้ทางเบสท์เทคของเรา มีผลประกอบการที่โตขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ปี และในปีนี้ ทางเบสท์เทค ได้พัฒนาต่อยอด ระบบ GPS สำหรับ Taxi Solution, Ambulance Solution รวมถึง ระบบGPS สำหรับรถบรรทุก และรถโดยสารสาธารณะอีกด้วย เพื่อเป็นการยกระดับการบริหารด้านโลจิสติกส์ของเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการรถบรรทุก และผู้ประกอบการด้านการขนส่งทางรถบรรทุกของภูมิภาคอาเซียน เรายังมั่นใจว่า ด้วย Solution ที่ทางเราพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแผนที่ Google map ลิขสิทธิ์แท้ ทำให้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ เบสท์เทคสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงจุดอย่างแท้จริง พร้อมบริการที่ประทับใจกับทีมงานมืออาชีพ

นอกจากนี้ เบสท์เทคยังได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ GPS Tracking MDVR รุ่น All in one ที่มีการทำงานรวมกัน 2 ระบบในซิมเดียว คือต้องขออธิบายก่อนว่า เดิมการทำงานของ GPS Tracking MDVR คือการนำเอา 2 ระบบมาทำงานร่วมกัน คือระบบ GPS Tracking และระบบ Mobile DVR ซึ่งการทำงาน 2 ระบบนี้จะใช้การทำงานผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนตมือถือ โดยการทำงานทั้ง 2 ระบบนี้ จะมีการทำงานที่แยกระบบกันและใช้ 2 ซิม แต่ในส่วนของ GPS Tracking MDVR รุ่น All in one จากเบสท์เทค เป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้ทั้ง 2 ระบบ ในเครื่องเดียว พร้อมด้วยฟังชั่นการเชื่อมต่อเพื่อตรวจสอบการทำงานในตัวรถเต็มรูปแบบ ด้วยอุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐาน คุณภาพระดับสูง พร้อมจอ CCTV และฮาร์ดดิสในตัว สามารถเก็บข้อมูลในตัวเครื่องได้และเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดกับศูนย์เก็บข้อมูล DATA Center (iNet) พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อไมค์โครโฟนและฟังชั่นอื่น ๆ แบบ All in one

สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลัก GPS Tracking MDVR รุ่น All in one นั้น จะเป็นกลุ่มที่ต้องการการบริหารด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น รถขนเงิน รถขนน้ำมัน ฯลฯ รวมถึงองค์กรที่ต้องการการบริหารจัดการที่นอกจากความปลอดภัยแล้ว ยังสามารถลดต้นทุนในการบริหารจัดการในองค์กรได้อย่างยอดเยี่ยมและตรวจสอบได้

ฟอร์ท แทร็คกิ้งฯ ขยายกลุ่มลูกค้าเพิ่ม รองรับตลาดแบบก้าวกระโดด

คุณชาญเรือง เหลืองนิมิตรมาศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท แทร็คกิ้ง ซีสเต็ม จำกัด กล่าวว่า ตลาด GPS Tracking ตอนนี้ถือว่าเติบโตกว่าแต่ก่อนมาก มีบริษัทเกิดใหม่เยอะพอสมควร มีทั้งบริษัทที่ผลิตสินค้าเอง และนำเข้ามาเพราะ GPS ตอนนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ใคร ๆ ก็รู้จักรู้ว่าใช้งานอย่างไรมีประโยชน์อะไรบ้าง ยิ่งมีการเติบโตของ AEC ก็ยิ่งทำให้ตลาดใหญ่ขึ้นมากทำให้มีการแข่งขันกันมากขึ้นด้วยเช่นกัน ฟอร์ท แทร็คกิ้งฯ เรามีการเติบโตเกินกว่าเท่าตัวในปีนี้ เพราะยอดขายสำหรับครึ่งปีแรกก็เกินยอดขายของเมื่อปีที่แล้วทั้งปี สำหรับเป้าหมายของเราในปีนี้ เราต้องการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะว่าได้วางแผนการขยายตลาดไปยังอีกหลากหลายกลุ่มเป้าหมาย สิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จมากขนาดนี้มาจากความมุ่งมั่นของพนักงานทุกคนในองค์กรที่มีเป้าหมายเดียวกันคือมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางธุรกิจ

สำหรับสินค้า GPS Tracking นอกจากระบบติดตามยานพาหนะผ่านดาวเทียมแล้ว ตอนนี้ ฟอร์ท แทร็คกิ้งฯ ได้โฟกัสไปที่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมการเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตหรือที่เรียกว่า Internet of Things(IoT) โดยได้นำเทคโนโลยีการติดตามมาพัฒนาให้ทุกสิ่งสามารถติดตามและเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างง่ายดาย พร้อมทีมงานติดตั้งอย่างมืออาชีพ มีประสบการณ์ที่ยาวนานและบริการด้วยใจ

นวัตกรรมใหม่ในปีนี้ เป็นระบบการติดตาม GPS Tracking ที่ไม่ได้เน้นไปที่รถเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่าน ๆ มา เราเน้นไปที่ Asset ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์ มีการใช้งานง่ายผ่านสมาร์ทโฟนหรือผ่านแอปพลิเคชั่น ประหยัดและลดค่าใช้จ่าย เราเป็นบริษัทของคนไทยที่ผลิตสินค้าเพื่อคนไทย มุ่งเน้นที่คุณภาพของสินค้าที่ได้มาตรฐานและการให้บริการแบบมืออาชีพ ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ลูกค้าจึงให้การยอมรับและการสนับสนุนด้วยดีตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมาทำให้เราเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นผู้ให้บริการจีพีเอสอันดับแรก ๆ ของประเทศที่ได้การยอมรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
ด้านการตลาดผ่านมา ฟอร์ท แทร็คกิ้งฯ เน้นตลาดผู้ประกอบการขนส่งเป็นหลัก แต่ปัจจุบันได้วางแผนการใช้ระบบติดตามให้ไปอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้สามารถรองรับและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ

D.T.C. โชว์การจัดการขนส่งใหม่ สร้างประโยชน์เกินคาด

พ.ท.วัฒนา พิไลพงศ์ CCO บริษัท ดี.ที.ซี. อินเตอร์ไพรส์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดที่ทาง DTC ต้องการขยายในปีนี้นั้น ทางบริษัทฯ ไม่ได้มองเพียงกลุ่มธุรกิจขนส่งภายในประเทศ แต่มีนโยบายที่จะขยายฐานธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศในอาเซียนไม่ว่าจะเป็น สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม หรือเมียนมา เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการขยายตลาดในด้านการขนส่งของลูกค้าได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้น
บริษัทฯ มีสินค้าหลักคือ ระบบ GPS TRACKING รุ่นต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ธุรกิจรถขนส่ง, DVR แบบ Real time เปรียบเสมือนว่าได้นั่งไปกับรถด้วย รวมถึงระบบจัดการขนส่งรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัทฯ อาทิ ระบบบริหารจัดการกิจกรรมและกระบวนการทางธุรกิจ Business Activity Management System (BAMS) และ ระบบบริหารการจัดส่งอัตโนมัติ Transport Management Solution (TMS) ที่จะสร้างผลประโยชน์ให้แก่กลุ่มขนส่งมากกว่าที่คาดไว้

ระบบบริหารจัดการกิจกรรมและกระบวนการทางธุรกิจ Business Activity Management คือ ระบบบริหารจัดการกิจกรรม และกระบวนการทางธุรกิจผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สายแบบ Real Time รวมทั้งบันทึกพฤติกรรมการปฏิบัติงานของทีมงาน เก็บในระบบฐานข้อมูลอัตโนมัติ โดยผู้บริหารสามารถตรวจสอบและติดตามได้ผ่าน website ซึ่งไม่จำกัดการใช้งานไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสร้าง และปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือกิจกรรมในการทำงานด้วยตัวเองได้ตลอดเวลา สามารถนำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ออกแบบไว้มาประมวลผลและสรุปเป็นรายงานเชิงสถิติได้

ส่วนระบบบริหารการจัดส่งอัตโนมัติ Transport Management Solution (TMS) ถ้าคุณประสบปัญหากับการควบคุมการใช้งานรถขนส่ง เทคโนโลยี TMS คือ คำตอบที่คุณมองหา ด้วยการบริหารจัดการระบบขนส่งของคุณจากศูนย์กลาง คุณก็สามารถทราบรายละเอียดของการขนส่ง ตำแหน่งของรถขนส่ง ณ เวลานั้นและสามารถจัดการเรียงลำดับของการขนส่งสินค้าของคุณเพื่อผลกำไรที่เพิ่มขึ้น
ประโยชน์ที่ได้จากการจัดทำระบบ เพื่อลดความผิดพลาดจากการทำงานด้วยคนจากการวางแผน และติดตามการจัดส่งสินค้าโดยใช้ระบบอัตโนมัติร่วมกับระบบข้อมูลกลาง (SAP) และ GPS ทุกยี่ห้อ/ทุกผู้รับเหมาขนส่งแทน

ด้วยระยะเวลาที่บริษัทฯ ตั้งมากว่า 21 ปี ทำให้มีสาขาอยู่ทั่วประเทศถึง 18 แห่ง สามารถให้การบริการกลุ่มขนส่งได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้นกลุ่มขนส่งจึงมั่นใจได้ทั้งคุณภาพและการบริการของบริษัทฯ ที่มีการพัฒนาขึ้นเป็นประจำทุกปี

คาร์แทรคโชว์ GPS ระดับ Cloud พร้อมรับประกันอุปกรณ์ตลอดการใช้งาน

กลุ่มบริษัทคาร์แทรค ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 ที่ประเทศอัฟริกาใต้ โดยเริ่มต้นจากธุรกิจกู้คืนรถที่ถูกโจรกรรม (Stolen Vehicle Recovery) โดยมีทีมวิจัยและพัฒนามืออาชีพทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ (Eco-System) เป็นของตัวเอง ทำให้สามารถกู้คืนรถที่ถูกขโมยได้ถึง 94% ต่อมาจึงได้ขยายธุรกิจในด้านการติดตามยานพาหนะในองค์กรธุรกิจ (Corporate fleet management) ปัจจุบันเปิดดำเนินการใน 24 ประเทศทั่วโลก มีลูกค้าไว้วางใจใช้บริการมากกว่า 658,000 ราย และได้จดทะบียนในตลาดหลักทรัพย์โจฮันเนสเบอร์ก (Johannesburg Stock Exchange – JSE) โดยมีมูลค่าตลาด 8,000 ล้านบาท

คุณสมบัติเด่นของคาร์แทรค GPS Real-Time Monitoring การติดตามและตรวจสอบยานพาหนะแบบเรียลไทม์ด้วยระบบ 3G คาร์แทรคใช้ระบบคลาวด์ในการให้บริการ ผู้ประกอบการสามารถล็อกอินผ่านอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตได้ทุกที่ทุกเวลา

Unlimited User ID คาร์แทรคให้จำนวนผู้ใช้งานอย่างไม่จำกัด จะแบ่งกันดูแลรถเป็นกลุ่ม ๆ ตามประเภทรถ ตามหน่วยธุรกิจ ตามระดับการบังคับบัญชา ตามสาขาต่าง ๆ ฯลฯ Live Position Streamingทราบทันทีว่ารถอยู่ที่ไหนด้วย GPS ของคาร์แทรคสภาพรอบ ๆ ณ สถานที่นั้นเป็นอย่างไร เชื่อมโยงผ่านgoogle earthและgoogle street view

Route Replayเรียกดูเส้นทางวิ่งย้อนหลัง ได้ถึง6เดือนจากหน้าฟลีท และสามารถขอข้อมูลย้อนหลังได้ถึง5ปี Geofenceการสร้างกรอบพื้นที่เพื่อให้ระบบแจ้งเตือนผ่านอีเมล์เมื่อรถไปถึงจุดหมายนั้น การใช้จีโอเฟนซ์อย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้ประกอบการติดตามเส้นทางและสถานที่ที่รถต้องจอดแวะรายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Point of Interest การสร้างจุดสนใจ แลนด์มาร์กไว้ตามเส้นทาง เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านกาแฟ ร้านอาหาร สถานที่ที่ต้องลงสินค้า สี่แยกสำคัญ ๆ ป้อมตำรวจ ฯลฯ การใช้จุดสนใจควบคู่กับจีโอเฟนซ์อย่างสอดคล้องกัน จะช่วยให้ผู้ประกอบการควบคุมดูแลเส้นทางของรถขนส่งได้อย่างสบายใจDriving Behavior & Driving Performanceการติดตามดูพฤติกรรมคนขับ ทั้งในรูปแบบreal-timeและการส่งเป็นAlerts/Reportsเมื่อคนขับกระทำพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ทำให้ผู้ประกอบการทราบความเป็นจริงที่เกิดขึ้นทุกอย่างทุกเรื่อง ทุกเวลา

และ Report Generationรายงานของคาร์แทรคมีทั้งแบบมาตรฐาน เกือบ200แบบ และแบบที่สร้างเอง (customized report) ตามแบบที่ผู้ประกอบการต้องการโดยเฉพาะ ได้อีกหลากหลายไม่จำกัดจำนวน

GPS ASIA พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มฟลีท และขนส่งขนาดเล็ก

คุณมนัสพล อินทับ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท จีพีเอส เอเซีย จำกัด เปิดเผยว่า จีพีเอส เอเชีย ก่อตั้งเพื่อผลิต วิจัย พัฒนา จำหน่าย และให้บริการระบบติดตามยานพาหนะผ่านดาวเทียม แบบ One Stop Service (OSS) ให้กับลูกค้าทุกประเภท ทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับงานบริหารจัดการขนส่ง รถยนต์ส่วนบุคคล รถเครื่องจักร รถประกันภัย พร้อมกับ Software บริหารจัดการวางแผนงานจัดส่ง งานซ่อมบำรุง โปรแกรมบริหารฝ่ายขาย (van sales) ที่สามารถทำงานได้ทั้ง PC, Laptop, IOS, android, Mobile device และใช้งานได้จริง 100%

 

ทางบริษัทฯ มีระบบ GPS 2 แนวทางให้ลูกค้าได้เลือก ระบบแรกคือ GPS 3G ซึ่งเน้นขายเป็นฟลีทเนื่องจากเหมาะกับการใช้กับรถขนส่งจำนวนมาก เพราะมีระบบเตือนเมื่อใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มีการตรวจอุณหภูมิทั้งภายในตัวรถและลมยาง พร้อมทั้งยังมีกล้องภายในตัวรถที่ทางบริษัทเจ้าของสามารถตรวจดูได้ตลอดเวลา และที่สำคัญหากขับรถนานครบ 4 ชั่วโมง ก็จะมีสัญญาณเตือนให้คนขับได้ทราบว่าถึงเวลาหยุดรถแล้ว พร้อมทั้งยังมีระบบรูดการ์ดคนขับที่ช่วยรายงานข้อมูลของคนขับรถให้กับกรมการขนส่งทางบกได้ทราบอีกด้วย

ส่วนระบบที่สองคือ GPS 4SME ซึ่งเหมาะกับกลุ่มขนส่งขนาดเล็กที่มีรถจำนวนน้อย เพราะสามารถดูแลได้เป็นรายคัน ซึ่งจะมีราคาที่ถูกกว่าระบบแรกเป็นอย่างมาก เพราะเหมาะกับการที่เจ้าของรถเป็นคนขับเอง จึงจะทราบข้อมูลทุกอย่างที่กำลังขับอยู่ และช่วยให้การขับรถถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น รวมถึงป้องกันการเกิดอุบัติเหตุด้วย

การแข่งขันของธุรกิจ GPS Tracking ที่ต่างพยายามสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ มา เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ย่อมถือเป็นผลดีต้อผู้ใช้งานที่จพสามารถเลือก GPS Tracking ที่เหมาะกับธุรกิจของตนเอง จนทำให้สามารถประหยัดต้นทุนและสร้างผลกำไรที่คุ้มค่าในธุรกิจ