แนวคิดโลจิสติกส์ 4.0 หมายถึง เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาช่วยในกิจกรรมต่าง ๆ ของการบริหารจัดการโลจิสติกส์ของธุรกิจ ซึ่งการพัฒนาโลจิสติกส์ในยุค 4.0 จะช่วยลดช่องว่างระหว่างกิจกรรมโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสั้นลง ทำให้ผู้ผลิตสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจของตนเองไปสู่ Digital Process สามารถสร้างคุณค่าสู่ผู้บริโภคและแข่งขันกับคู่แข่งขันในตลาดโลกได้

หมดสมัยที่จะใช้แรงงานคนหรือแมนนวล (Manual) ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยี จะเข้ามาแทนที่ในงานทุกลักษณะงาน เช่น รถอัตโนมัติ AGV จะมาแทนรถโฟล์คลิฟ จะทำให้เกิดการประหยัดพลังงาน การใช้ทรัพยากร และสามารถบริหารต้นทุนควบคู่กันไปได้อีกด้วย โดยระบบ ERP จะเข้ามาควบคู่ดูแลต้นทุนและระบบการทำงานตลอดเส้นทางโลจิสติกส์และซัพพลายเชน รวมทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่วัตถุดิบ การขนส่งที่เดิมส่ง 4 ตัน/วัน ให้เปลี่ยนเป็น 10 ตัน/วัน ลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่า เช่น ขับรถไปส่งน้ำยาง ขากลับรับยางแผ่นกลับมาที่โรงงาน เป็นต้น ขนาดบรรจุภัณฑ์ การเปิดปิดเครื่องจักรเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเปล่า ลดการใช้น้ำในการล้างอุปกรณ์ อาจจะนำน้ำที่ใช้แล้วไปพักที่บ่อพักน้ำ แล้วนำกลับมาใช้ใหม่

ดังนั้น จึงทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์จะต้องเปลี่ยนวิธีคิด และวิธีการทำงานให้เข้ากับยุค 4.0 ซึ่งจะมีปรากฏการณ์โดยนำ 1. การเชื่อมโยงทุกสิ่งผ่านบนอินเทอร์เน็ต (Internet of Things : IOT), Social Media, OMNI Channel , Big Data 2. ระบบอัตโนมัติ (Automation) และ3. รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) จากปรากฏการณ์นี้ ผู้เขียนจะต้องอธิบายพอสังเขปในแต่ละประเด็น ดังนี้

1.การเชื่อมโยงทุกสิ่งผ่านบนอินเทอร์เน็ต (Internet of Things : IOT), Social Media, OMNI Channel , Big Data เป็นต้น ในอดีตคำว่า การค้าไร้พรมแดน “Globalization” หมายถึง โลกไร้พรมแดนเกิดจากการที่คอมพิวเตอร์ผนวกกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้การสื่อสารทั้งภาพและเสียงจากซีกโลกหนึ่งไปยังอีกโลกหนึ่งได้ภายในเสี้ยววินาที โดยปัจจุบันกำลังส่งผลให้ภาพคมชัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้ยินมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ยังมีผลต่อธุรกิจสั่งจากที่ไหนก็ได้ ส่งให้เราที่ใดก็ได้ ปรากฏการณ์เหล่านี้บ่งบอกว่า อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในเมืองไทย การติดต่อค้าขายกันสามารถได้ผ่านหลายช่องทาง โดยไม่ต้องมีเว็บเป็นของตนเอง เช่น E-commerce E-payment Cashless society World Market เป็นต้น อีก 5 ปี ประเทศไทยกำลังจะเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ซึ่งมนุษย์จะก้าวเข้าสู่ยุคสมัยที่มีอุปกรณ์ในมือเพียงอย่างเดียว คือ สมาร์ทโฟน ก็สามารถไปไหนก็ได้ทั่วโลก และเตรียมรับมือในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะสกุลเงินที่หลากหลาย อีกทั้ง Internet of Things และ Big Data เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์จะทำให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยเฉพาะเรื่องการรับคำสั่งซื้อ (Order) การวางแผนการจัดส่ง และการให้บริการลูกค้า Social Media เป็นสิ่งสำคัญในเรื่องของความรวดเร็วในการสื่อสาร แต่ต้องระวังเพราะยุคนี้ข่าวร้ายกระจายไปได้รวดเร็วกว่าข่าวดี การรับคำสั่งซื้อ (Order) จากลูกค้าต้องเตรียมการรองรับกับช่องทางใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้น (OMNI Channel) รวมถึงการจัดส่งที่รวดเร็ว

2. ระบบอัตโนมัติ (Automation) โดยใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) ควบคุมให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้เองผ่านการเขียนโปรแกรมหากงานมีความซับซ้อนจะใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เข้าช่วยควบคุมเพื่อให้หุ่นยนต์มีความสามารถสูงขึ้นหรือฉลาดขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ ยังจะมีการใช้ในคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automate Warehouse) จะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น เพราะจะลดการใช้พื้นที่และประหยัดแรงงาน และรถ AGV/AMR จะเริ่มเข้ามาแทนที่ Forklift, Pallet Truck ระบบลำเลียงในคลังสินค้า

3. รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) กระแสคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและพลังงานจะขาดแคลนกำลังเป็นสิ่งที่ท้าทาย ดังนั้น ธุรกิจโลจิสติกส์ที่ยังมีการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันจะกลายเป็นอดีต ซึ่งยุค 4.0 รถยนต์และรถบรรทุกจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) จะกลายเป็นพลังงานทดแทน ในขณะที่มณฑลเทียนจิน ประเทศจีน ได้มีการนำร่องรถยนต์ไฟฟ้าและติดตั้งเสาชาร์ทไฟฟ้า 90,000 ต้น ภายในปี 2563 เนื่องจากน้ำมันซึ่งเป็นแหล่งพลังงานนั้นจะเป็นสิ่งที่หายากและธุรกิจจะให้ความสำคัญต่อการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ดังนั้น พลังงานไฟฟ้าจึงเป็นพลังงานทางเลือกที่จะถูกนำมาใช้ในธุรกิจ ซึ่งกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ใน EV คือ ควรเริ่มศึกษาเรื่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในการจัดส่ง และควรติดตามข่าวสาร ความคืบหน้า และการเตรียมความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นี่คือความท้าทายของธุรกิจโลจิสติกส์ที่จะต้องปรับแนวคิด วิธีการทำงาน และจะต้องปรับกลยุทธ์อย่างไร? เพื่อให้สามารถรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาเชื่อมโยงกันมากขึ้น ลูกค้าที่ทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การให้บริการโลจิติกส์ที่ดีจะต้องมีความรวดเร็ว ถูกต้อง ตรงเวลาในการจัดส่งกว่าคู่แข่งขันจะเป็นสิ่งที่สำคัญ.