ผลการแข่งขัน UD Extra Mile Challenge ครั้งแรกในประเทศไทย นักขับ ยูดี ทรัคส์ จากบริษัท ทิปโก้ แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้คว้าชัยชนะ และได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าสู่สนามระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยผู้ชนะเผยเคล็ดลับว่าเอาความรู้จากการฝึกอบรมมาใช้ในสนามแข่งขันให้มากที่สุด

คุณกำลาภ ศิริกิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ ยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การแข่งขัน UD Extra Mile Challenge ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจาก 40 บริษัทขนส่ง โลจิสติกส์ ชั้นนำทั่วประเทศไทยส่งพนักงานขับรถเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ โดยการแข่งขันมุ่งเน้นกระบวนการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทักษะการขับขี่ รวมไปถึงการประหยัดน้ำมัน โดยใช้รถยูดี เควสเตอร์ เป็นรุ่นที่ใช้สำหรับการแข่งขันครั้งนี้

ผลการแข่งขันครั้งนี้ ผู้ชนะคือ คุณบุญเพ็ง คงเจริญ พนักงานขับรถบริษัท ทิปโก้ แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) รับรางวัลมูลค่ารวม 300,000 บาทพร้อมกับการเข้าร่วมแข่งขันระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนพฤศจิกายน โดยมี คุณนิรุจ ศรีบุญเรือง พนักงานขับรถจากบริษัท สิทธิโลจิสติกส์ จำกัด ผู้ชนะอันดับที่ 2 รับรางวัลมูลค่า 70,000 บาท และ คุณศุภชัย ทาเจริญจากบริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ง 1988 จำกัด เป็นผู้ชนะอันดับที่ 3 รับรางวัลมูลค่า 40,000 บาท

คุณกำลาภ กล่าวอีกว่า เนื่องจากการแข่งขันปีนี้เป็นครั้งแรกในสนามประเทศไทย จึงได้กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้นไม่เกิน 40 คน สำหรับการเริ่มต้นครั้งนี้ และพร้อมที่จะเปิดรับนักขับทั่วไปสำหรับการแข่งขันในปีหน้า

การแข่งขัน UD Extra Mile Challenge นี้ เป็นการแข่งขันการทำงานขนสินค้าจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งให้สมบูรณ์แบบที่สุดในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต่างจากการแข่งขันทั่วไปที่เน้นการประหยัดพลังงาน ดังนั้นเราจึงมีกฎกติกาที่พุ่งไปที่ขั้นตอนการทำงานขนส่ง ซึ่งสอดคล้องกับการทำงานจริงที่พนักงานขับรถจะต้องมีความรับผิดชอบในสินค้าที่ขนส่งไปถึงปลายทางอย่างรวดเร็วและปลอดภัย”

ด้าน คุณบุญเพ็ง คงเจริญ ผู้ชนะในสนามประเทศไทย กล่าวว่า พร้อมที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันในระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีความมั่นใจว่าจะสามารถเทียบฝีมือกับเพื่อนพนักงานขับรถจากทั่วโลก

เคล็ดลับของผมนั้น คือการเอาความรู้ที่ได้จากการเข้าอบรมจำนวนมากมาใช้ในสนามจริงให้มากที่สุด โดยจะต้องศึกษารายละเอียดของรถ รวมไปถึงวิธีใช้รถให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ผมขับรถบรรทุกมาตั้งแต่ปี พ.. 2546 และมีความภาคภูมิใจในอาชีพ มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยได้ยึดหลักการทำงานว่าจะต้องมีความจริงใจกับนายจ้าง และเมื่อเรามีความจริงใจ สุดท้ายผู้บริหารจะเห็นความจริงใจของเราเอง อย่างไรก็ตาม ผมพร้อมที่จะนำประสบการณ์ที่ได้จากการแข่งขันครั้งนี้ รวมไปถึงการแข่งขันในสนามระดับโลกที่ญี่ปุ่น แบ่งปันกับเพื่อนพนักงานขับรถด้วยกันเพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้กับองค์กรของตนเองได้ และสุดท้าย เพื่อนพนักงานขับรถที่นำหลักการดี ๆ ไปใช้ จะประสบความสำเร็จในอาชีพของตนเอง”