โดย คุณชลากร เศรษฐบัณฑัต

สวัสดีค่ะ กลับมาแล้วกับเดือนกันยายนครั้งนี้แคทเหมือนหายไปนานกว่าทุก ๆ ครั้ง เพราะเดือนนี้แคทไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่งกลับมาค่ะ มีความเพลินเพลินกับการเที่ยวครั้งนี้มากแต่ไม่ลืมที่จะเล่าเรื่องราวของรถบรรทุกที่นั้นให้ฟังนะคะ

มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ญี่ปุ่นมีหมู่เกาะราว ๆ 7,000 เกาะ แต่ 4 เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือ Honshu, Hokkaido, Kyushu and Shikoku ทั้ง เกาะนี้ รวม ๆ กันแล้วก็ประมาณ 97% ของพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นแล้ว พอไปถึงโชคดีที่มีเพื่อนอยู่ที่นั่นก็สบายไปหน่อย ไม่งั้นคงไปไหนไม่ได้แน่ ๆ เที่ยวในเมืองได้สองวันก็มีความอยากไปสัมผัสธรรมชาติเลยตัดสินใจกันไปภูเขาฟูจิ เวลาไปฟูจิขับรถไปก็จะประมาณ 1.30 ชม. ระหว่างทางก็สังเกตการขับรถของผู้คนที่นี่ โดยเฉพาะรถบรรทุก

รถบรรทุกส่วนมากที่เห็นที่นี่ก็เหนจะไม่พ้นแบรนด์ของญี่ปุ่น แต่ที่เห็นส่วนมากก็เป็น Hino, Isuzu, Fuso และจากที่ได้หาข้อมูลจากการสำรวจของ the J.D. Power ปี 2017เกี่ยวกับความพอใจของเจ้าของรถบรรทุกทั้งแบบ Heavy-Duty และ Light Duty ในญี่ปุ่น ปรากฎว่าผลก็ออกมาตรงกันคือ Hino และ Isuzu โดย the J.D. Powerยังบอกด้วยว่าปัจจัยที่ลูกค้าพอใจสองแบรนด์นี้เป็นเพราะ ตัวผลิตภัณท์อันดับแรก รองลงมาคือ การบริการ การขาย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามลำดับ ดูดีไหมคราวนี้มีการหาข้อมูลมาให้ด้วยนะ และส่วนมากในเมืองก็เป็นรถบรรทุกของขนาดเล็กไม่ค่อยเห็นแบบรถดัมพ์ หรือรถเทรลเลอร์แบบบ้านเรา เนื่องด้วยถนนที่ค่อนข้างคับแคบแออัดในตัวเมืองรถบรรทุกที่ใช้เลยต้องเหมาะกับงานและสถานที่ แต่ถ้าในเมืองแคทจะเห็นรถจอดส่งของข้างทางได้ง่ายเพราะรถยนต์ส่วนตัวจอดข้างทางไม่ได้

พอออกนอกเมืองหน่อย นั่งบนรถอยู่ดี ๆ ก็เห็นรถบรรทุกวิ่งแบบสบาย ๆ เลนขวา ก็เลยถามคนที่นั่นเค้าบอกว่าญี่ปุ่นอนุญาตให้รถบรรทุกสามารถวิ่งในช่องทางขวาได้ และไม่ใช่เพื่อการแซงเท่านั้น คือสามารถขับได้เร็วพอ ๆ กับรถเก๋ง และก็สามารถวิ่งยาว ๆ ได้ตลอด ต่างกับบ้านเราที่รถบรรทุกต้องวิ่งในเลนซ้ายเท่านั้น อันนี้ก็ทำเอาแคทงงไปเลย แต่ที่สังเกตดูแคทเข้าใจว่าเป็นเพราะชาวญี่ปุ่นเคร่งกับวินัยจราจรมาก ขับรถด้วยความเร็วตามที่กฏหมายกำหนด โดยทั่วไปความเร็วสูงสุดของญี่ปุ่นจำกัดเพียงแค่ 60 กม./ชม. เท่านั้น ยกเว้นทางหลวงข้ามจังหวัดที่อนุโลมให้ถึง 100 กม./ชม. (บ้านเราอนุโลมให้สูงสุด 120 กม./ชม.) ซึ่งการขับขี่ด้วยความเร็วระดับนี้ ทำให้แต่ละความเร็วของรถในแต่ละเลนไม่ต่างกันมาก จุดนี้เองทำให้รถบรรทุกสามารถวิ่งเลนขวาได้สบาย ๆ ไม่กระทบการจราจร

ไปญี่ปุ่นคราวนี้แคทสังเกตและสัมผัสได้จริง ๆ ว่าบ้านเมืองเขาเรียบร้อยและมีมารยาทมาก ๆ อีกทั้งปฎิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด คนขับรถก็ค่อย ๆ ขับไม่เบียดเสียดกันไม่ขับจี้ตูดแบบพี่ไทย เสียงการบีบแตร หรือเสียงเครื่องยนต์ดัง ๆ ก็แทบจะไม่มีให้ได้ยิน ในเมืองก็คนเยอะแต่ก็เป็นระเบียบ ส่วนนอกเมืองก็ได้รับกลิ่นอายธรรมชาติความเงียบสงบไปเต็ม ๆ ถือว่าฟินและต้องกลับไปลองเที่ยวเมืองอื่น ๆ ของญี่ปุ่นอีกแน่นอนค่ะ