ATP30 คว้า ISO 39001:2012 ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า เดินหน้าสร้างแบรนด์ในฐานะผู้นำด้านคุณภาพบริการ เผยปีนี้ความต้องการใช้รถทะลุเป้า โชว์ Backlog 1,575 ล้านบาท มั่นใจภาคอุตสาหกรรม จำนวนบุคลากร ขยายตัวต่อเนื่อง คาดรายได้ทั้งปีโตไม่ต่ำกว่า 15%

คุณปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) (ATP30) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการโดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารความปลอดภัยทางถนน (BS ISO 39001:2012 Road traffic safety management system) โดยมีผลตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหาคม 2560 ถึง 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่ง ATP30 เป็นบริษัทรับส่งคนรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานดังกล่าว

ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการดำเนินงานดังกล่าว เพื่อยกระดับงานบริหารการเดินรถของบริษัทให้มีมาตรฐาน เพิ่มความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ สร้างความมั่นใจมากขึ้นให้กับผู้ใช้บริการ อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และสามารถลดเบี้ยประกันลง ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างแบรนด์ ATP30 ในฐานะผู้นำด้านคุณภาพและความปลอดภัยการให้บริการรถรับส่งพนักงานในภาคตะวันออก

อุบัติเหตุในไทยเริ่มก้าวสูงเบอร์หนึ่งของโลกแล้ว การที่บริษัทฯ นำISO 39001:2012 เข้ามาใช้ เพื่อช่วยให้ประเทศไทยลดการเกิดอุบัติเหตุลง และอยากร่วมรณรงค์ให้เพื่อนผู้ประกอบการหันมาใส่ใจเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของผู้ประกอบการมากขึ้น และก็เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องความปลอดภัยมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้งรถใหญ่จะตกเป็นจำเลยของสังคมเสมอ เราจึงต้องนำด้านความปลอดภัยมาให้บริการแก่ลูกค้า”

สำหรับภาพรวมธุรกิจในปัจจุบัน แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกยังอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง และหากแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) มีความชัดเจนมากขึ้น จะส่งผลให้มีผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศมาลงทุนในเขตนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก ทำให้จำนวนบุคลากรในพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ เชื่อว่าด้วยความพร้อมและศักยภาพในการบริหารงานของ ATP30 จะเป็นโอกาสอันดีในการขยายฐานลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทให้บริการลูกค้า 31 ราย โดยเป็นลูกค้ารายใหม่และการเพิ่มจำนวนรถให้บริการกับฐานลูกค้าเดิม โดยในปีนี้ลูกค้ามีความต้องการใช้บริการมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ บริษัทได้สั่งซื้อรถเพิ่มจากเดิม 25 คัน เป็น 45 คัน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของลูกค้าและปริมาณการบริการ ส่งผลให้บริษัทมีงานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1,575 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ไปแล้ว 445 ล้านบาท คงเหลือสัญญาที่จะรับรู้รายได้อีก 1,130 ล้านบาท มั่นใจรายได้ทั้งปีโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 15%

รายได้ครึ่งปี อยู่ที่ประมาณ 170 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 13% คาดว่าทั้งปีรายได้จะเติบโตประมาณ 15% บริษัทได้สั่งซื้อรถเพิ่มจากเดิม 25 คัน เป็น 45 คัน รวมทั้งสิ้นมีประมาณ 200 คัน เชื่อว่าจะสามารถให้บริการลูกค้าได้ตรงตามเป้าหมาย ล่าสุด บริษัทฯ ได้สั่งเพิ่มรถมินิบัสเบนซ์อีกจำนวน 20 คัน ตามความต้องการของลูกค้าด้วย”