ค่ายฮีโน่ เปิดตลาดรถโดยสารไฮบริด ประกอบแชสซีส์และตัวถังรถโดยสารในไทย พร้อมให้ ขสมก. ทดสอบวิ่งเป็นรถเมล์ 150 วัน พบประหยัดกว่าการใช้น้ำมันเกือบครึ่งหนึ่งทีเดียว หากทุกอย่างเป็นไปตามคาดเตรียมนำมาเป็นรถเมล์ไฮบริดตัวจริง

คุณดลฤดี ศรีม่วง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการขาย บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ทาง ขสมก. ได้นำรถโดยสารยี่ห้อฮีโน่ เครื่องยนต์ไฮบริด นำมาเป็นรถเมล์ประจำทาง เพื่อทดสอบคุณภาพและสมรรถนะว่าสามารถนำมาเป็นรถเมล์ประจำทางได้ดีกว่ารถเมล์เครื่องยนต์ดีเซลเดิมหรือไม่

ด้วยการผลิตแชสซีส์เองที่โรงงานในประเทศไทย เพื่อนำมาประกอบกับเครื่องยนต์ไฮบริด 250 แรงม้า ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งนำไปประกอบตัวถังรถโดยสารที่อู่ชาญทวี ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นให้ประกอบรถโดยสารในเมืองไทย ซึ่งเมื่อประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้วมีคุณภาพและสมรรถนะตรงกับความต้องการของบอร์ด ขสมก. เป็นอย่างมาก และเมื่อนำมาทดสอบเป็นรถเมล์ประจำทางปรากฏว่าผู้โดยสารให้ความพึงพอใจเป็นอย่างมาก

ด้วยการทดสอบวิ่งมาได้ประมาณ 10 วัน ผู้โดยสารต่างต้องการที่จะขึ้นรถเมล์ไฮบริดคันนี้เป็นอย่างมาก จากการรวบรวมข้อมูลของ ขสมก. พบว่า ภายในตัวรถมีเบาะที่นั่ง 35 ที่นั่ง สามารถยืนได้ประมาณ 35 คน วันหนึ่งสามารถเก็บค่าโดยสารได้มากกว่า 7,000 บาท ค่าน้ำมันใช้วันละประมาณ 2,000 กว่าบาท เฉลี่ยแล้ววิ่งได้ 2 กม./ลิตร ในขณะที่รถเมล์เก่าเก็บค่าโดยสารได้เฉลี่ยวันละ 5,000 บาท เสียค่าน้ำมันวันละประมาณ 3,000 บาท ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเพียงแค่ช่วงแรกเท่านั้น ต้องรอสรุปเมื่อทำการทดลองจบ”

ส่วนแผนการทดลองวิ่งของรถโดยสารฮีโน่ เครื่องยนต์ไฮบริดนี้ ทาง ขสมก. ได้วางแผนที่จะให้วิ่งเส้นทางละ 15 วัน เป็นจำนวนทั้งหมด 10 เส้นทาง ดังนั้นจึงต้องวิ่งทั้งหมด 150 วัน โดยไม่มีวันหยุดพักรถเลย

ด้วยความมั่นใจที่ว่าเครื่องยนต์และชิ้นส่วนของรถโดยสารฮีโน่นี้ มีความคงทนและสามารถใช้งานได้นาน อย่างรถเมล์ร้อนจำนวนกว่า 500 คัน ที่ทาง ขสมก. ได้นำมาเป็นรถเมล์เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ปัจจุบันนี้ก็ยังวิ่งใช้งานได้อยู่ รวมถึงยังมีช่างบริการหลังการขายที่ดูแลซ่อมบำรุงให้ตลอดเวลาอีกด้วย

ด้านแหล่งข่าวจาก ขสมก. กล่าวว่า เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ทางค่ายฮีโน่ได้นำเข้ารถโดยสารเครื่องยนต์ไฮบริดเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ทาง ขสมก. ได้นำมาทดลองใช้เป็นรถเมล์วิ่งประจำทาง แม้ว่าจะทำงานหนักวิ่งตลอดเวลาแทบไม่มีเวลาหยุดพัก ก็ไม่เกิดปัญหาใด ๆ เลย แถมยังประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าที่คิดอีกด้วย

แต่ในครั้งนี้ได้นำมาประกอบในเมืองไทย นำข้อบกพร่องของรถเมล์คันแรกมาปรับปรุงให้ทุกอย่างดีขึ้น หากเสร็จสิ้นการทดสอบครั้งนี้แล้ว หากพบว่า ช่วยประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างมากก็มีแนวโน้มที่จะใช้รถเมล์ไฮบริดวิ่งบริการผู้โดยสารในเขตกรุงเทพและปริมณฑล