เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีด่านตรวจตั้งอยู่มากมายทุกจังหวัดทั่วประเทศทีเดียว บางด่านตรวจก็จับความเร็ว บางด่านก็ตรวจแอลกอฮอล์ บางด่านก็ตรวจยาเสพติด ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความรำคาญให้กับผู้ขับขี่รถใหญ่เป็นอย่างมาก

แต่ด้วยความเข้าใจที่ว่า ทางเจ้าหน้าที่ของทางราชการสามารถทำอะไรก็ได้กับประชาชน เพราะมีหน้าที่ต้องดูแลประชาชนให้ทำถูกต้องตามกฎหมาย หากใครทำผิดก็จะต้องโดนปรับในทันที ซึ่งความเข้าใจเหล่านี้ถือได้ว่าไม่ถูกต้องเลย ผู้ที่ควบคุมดูแลกฎหมายกลายเป็นผู้ที่กระทำผิดเสียเอง

ด้วยฟังรายการวิทยุคลื่น FM 100.5 MHz ในช่วงเวลาบ่ายโมงกว่า ๆ ก็ได้มีอดีตนายตำรวจผู้ใหญ่รายหนึ่งที่คร่ำหวอดในวงการราชการมาอย่างโชกโชน ได้เปิดเผยถึงเรื่องการตั้งด่านตรวจของทางเจ้าหน้าที่ของทางราชการมาให้ประชาชนทราบอย่างละเอียดถี่ถ้วน

เริ่มตั้งแต่ถนนทางหลวงของทุกอำเภอและทุกจังหวัด ทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เป็นผู้สร้างและดูแลทั้งหมด และได้กำหนดให้มีจุดตั้งด่านตรวจทั่วประเทศอยู่ไม่เกิน 10 แห่ง ในการที่เจ้าหน้าที่ของทางราชการที่ดูแลแต่ละอำเภอแต่ละจังหวัด ตั้งด่านตรวจนั้นเป็นการละเมิดสิทธิการรับผิดชอบหรือไม่

คำตอบที่ได้มาก็คือ เป็นการผิดกฎหมาย เพราะถนนทางหลวงทุกสายได้มีการกำหนดไว้ว่าไม่สามารถวางสิ่งของ หรือนำถนนมาเป็นสิทธิส่วนบุคคลได้เลย เพราะจุดมุ่งหมายในการสร้างถนนก็เพื่อทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะไปได้อย่างคล่องตัว ไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ ทั้งสิ้น

ดังนั้นในการตั้งด่านตรวจแต่ละจุดบนถนนทางหลวงทุกสายจะต้องทำการขออนุมัติจากอธิบดีกรมทางหลวงก่อน ไม่สามารถตั้งด่านตรวจได้เองตามชอบใจ

และการตั้งกรวยบนถนนเพื่อทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ขับรถได้ช้าลง แต่หากรายใดไม่ระมัดระวังชนกรวยล้มหรือขับรถชนเจ้าหน้าที่ของทางราชการที่มายืนขวางก็จะมีความผิด ต้องถูกปรับหรือจับเข้าคุก แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้วการวางกรวยบนถนน หรือมายืนขวางบนถนนก็ถือว่าคนกระทำมีความผิด เพราะทำผิดกฎหมายที่เอาสิ่งของมาวางบนถนนทางหลวง ทำให้ผู้ใช้รถยนต์สามารถเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

นอกจากนี้ ผู้ที่ขับรถยนต์และรถใหญ่สามารถถ่ายรูปของเจ้าหน้าที่ทางราชการได้ เพราะถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล และสามารถเผยแพร่ไปทางโซเชียลมีเดียได้ และสามารถตั้งดุลยพินิจได้ว่าผู้ที่มาขอตรวจดูเอกสารทำด้วยเจตนาดีหรือไม่ หากดีก็สามารถถ่ายรูปได้ หากไม่ดีก็จะบอกห้าม แต่ด้วยสิทธิของมนุษยชนแล้วการถ่ายรูปเพื่อรักษาสิทธิของเรานั้นไม่เป็นความผิดแต่อย่างใด

รวมถึงหากตัวเราเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด เมื่อมีเจ้าหน้าที่ของทางราชการมาทำการขอตรวจค้น ไม่ว่าจะเป็นร่างกายและกระเป๋าที่พกพามาก็เป็นสิทธิ์ที่จะไม่ให้ตรวจค้นได้

อย่างมีคดีหนึ่งที่เกิดขึ้น เมื่อมีชายคนหนึ่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ป้ายรถเมล์ แล้วเจ้าหน้าที่ของทางราชการเข้าไปตรวจค้น บอกว่าสงสัยเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายส่งข้อมูลลับทางโทรศัพท์มือถือ พร้อมทั้งนำตัวไปตรวจสอบที่โรงพัก ซึ่งผลสุดท้ายไม่มีความผิดแต่อย่างใดและผู้ที่ถูกลงโทษก็คือเจ้าหน้าที่ของทางราชการรายนั้นนั่นเอง

ทั้งหมดนี้จึงเป็นสิ่งที่คนทั่วไป โดยเฉพาะคนขับรถใหญ่ต้องรู้ไว้ติดตัวบ้าง