เป็นที่ทราบกันดีว่าในยุคปัจจุบันนี้ทุกหน่วยงานราชการของแต่ละกระทรวงจะมีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทางรัฐบาลได้ทราบว่าหน่วยงานของตัวเองมีโครงการต่าง ๆ ที่จะต้องทำออกมาสู่สาธารณชนอย่างมากมาย พร้อมทั้งยังกำหนดวันเวลาที่แน่นอนออกมาด้วย

ซึ่งหน่วยงานที่กลุ่มขนส่งต่างจับตามากที่สุดก็คือ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เพราะมีหน้าที่ต้องดูแลความถูกต้องต่าง ๆ ของกลุ่มขนส่ง อย่างล่าสุดเรื่อง GPS ที่กำหนดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรว่ารถใหญ่ประเภทใดต้องติด GPS ในปีไหนบ้าง ซึ่งมองดูแล้วเหมือนจะทำให้การขนส่งทางบกเป็นรูปธรรม สามารถกำหนดให้ทำตามเป็นระเบียบแบบแผนได้ แต่ด้วยมาตรฐานของระบบ GPS ที่ยังไม่เสถียร ส่งผลให้รถใหญ่ที่ติด GPS แล้ว ต้องเสียค่า GPS และค่าบริการรายเดือนโดยใช่เหตุ เมื่อถูกร้องเรียนหนักขึ้นส่งผลให้กรมการขนส่งทางบกต้องเลื่อนการติด GPS ในรถใหญ่ออกไปก่อน

ส่วนเรื่องต่อไปก็คือ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ผู้ที่ต้องการขออนุญาตการขับขี่รถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถใหญ่ ต้องได้รับใบอนุญาตจากโรงเรียนสอนขับรถก่อนแล้วจึงมาขอใบอนุญาตขับขี่รถที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งมองดูแล้วจะทำให้มาตรฐานการขับขี่มีการยกระดับให้เป็นสากลมากขึ้น

แต่ปัญหาหนึ่งที่ได้พบก็คือ ทางกรมการขนส่งทางบกได้บังคับให้ทุกโรงเรียนสอนขับรถยนต์ต้องมีการสแกนนิ้ว และบัตรประชาชนของผู้เรียนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเข้าไปรับฟังการอบรม การทดลองขับด้วยเครื่องทดสอบขับรถด้วยคอมพิวเตอร์ และภาคปฏิบัติจริง ซึ่งมองดูแล้วเป็นกฎกติกาที่เข้มงวด ไม่สามารถมีผู้อื่นมาทำการสอบใบขับขี่แทนได้

แต่ด้วยเวลาที่เหลืออีกเพียงแค่ 3 เดือน กับการวางระบบต่าง ๆ ที่ยุ่งยาก กับโรงเรียนสอนขับรถที่มีกว่า 100 แห่ง และโรงเรียนสอนขับรถใหญ่อีกกว่า 10 แห่ง ซึ่งต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะสามารถเป็นผู้กำหนดการเกิดอุบัติเหตุบนถนนได้เลย ซึ่งมองดูแล้วไม่น่าที่จะแล้วเสร็จทั้งหมดได้ จะมีเพียงแค่ 20% เท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้ว่าทำงานได้จริง

จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานกับหน่วยงานราชการมาหลาย 10 ปี จะพบเป็นประจำว่าโครงการหนึ่งได้กำหนดวันที่จะสามารถดำเนินการได้ให้ประชาชนได้รับทราบ แต่พอถึงวันจริงจะสามารถดำเนินการได้จริงเพียงแค่ 10-20% เท่านั้น ซึ่งก็เหมือนกับโครงการที่ต้องสอบใบขับขี่จากโรงเรียนสอบขับรถยนต์ ที่ได้วางกำหนดการออกมาเรียบร้อยแล้ว

แต่ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี อย่างน้อยหน่วยงานราชการก็พยายามที่จะยกระดับของการขับรถยนต์บนถนนให้เป็นมาตรฐานสากลเพิ่มมากขึ้น แต่ค่าสอบใบขับขี่ก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย เพราะค่าใช้จ่ายทั้งการสแกนนิ้วและสแกนบัตรประชาชนในแต่ละโรงเรียนสอบขับรถยนต์ก็ต้องลงทุนมากขึ้น ไม่มีใครลงทุนแล้วไม่เอาผลกำไรหรอก