ค่ายวอลโว่ เปิดรูปแบบบริการหลังการขายใหม่ รับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและซ่อมบำรุงถึงอู่ของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าดูแลการขนส่งเพียงอย่างเดียว มั่นใจปี 60 ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนแม้ไม่มากนักเพราะเศรษฐกิจยังไม่กระเตื้องเพิ่มขึ้น ส่วนตลาดในอาเซียนรอให้การจราจรไหลลื่นพร้อมรุกทันที

คุณกำลาภ ศิริกิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถใหญ่วอลโว่ และยูดี ทรัคส์ เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ได้เปิดการบริการหลังการขายรูปแบบใหม่ ด้วยการนำรถบรรทุกยูดี ทรัคส์ รุ่นโครเนอร์ 6 ล้อ จำนวน 2 คัน บรรทุกเครื่องมือและอุปกรณ์ในการซ่อมบำรุงเพื่อไปดูแลรถใหญ่ทั้งวอลโว่และยูดี ทรัคส์ ให้กับลูกค้าถึงบริษัทเลยทีเดียว

ด้วยช่างที่มีฝีมือและความชำนาญ รวมกับอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ทันสมัย ซึ่งเมื่อได้รับแจ้งจากลูกค้าว่าต้องการให้ไปดูแลรถให้ที่บริษัท ก็จะเดินทางไปในทันที อย่างการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องวันหนึ่งก็สามารถเปลี่ยนได้ 2 คัน หรือหากต้องการเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่นตามอายุการใช้งานก็สามารถดูแลให้ได้ ทั้งนี้เพื่อที่จะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องนำรถเข้ามายังศูนย์บริการแต่อย่างใด”

ในระยะแรกนี้จะใช้รถโมบายเซอร์วิสเพียงแค่ 2 คันก่อน หากลูกค้ามีความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น ทางบริษัทฯ ก็จะเพิ่มจำนวนรถโมบายเซอร์วิสให้พอเพียงกับความต้องการของลูกค้า

ด้วยความที่ทางบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับด้านบริการหลังการขายเป็นอย่างมาก เพราะลูกค้ามีความต้องการที่จะทำให้รถสามารถวิ่งงานได้ตลอดเวลา จึงมีโปรโมชั่นรับประกันหลังการขายรวมถึงยังมีแพ็คเกจหลังการขายที่จะทำให้ลูกค้าสามารถดูแลงานขนส่งได้เพียงอย่างเดียว ส่วนตัวรถทั้งวอลโว่และยูดี ทรัคส์ ทางบริษัทฯ จะเป็นผู้ดูแลให้ทั้งหมด

ส่วนยอดการจำหน่ายในปี 60 ที่ได้คาดหมายไว้นั้น ในส่วนของรถใหญ่วอลโว่คาดว่าจะสามารถทำได้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาเหมือนกับรถใหญ่ยูดี ทรัคส์ ที่จะต้องขายได้มากกว่า 800 คัน เท่ากับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดีขึ้นมากนัก ส่งผลให้ตลาดขนส่งยังคงอยู่เท่าเดิม

แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่า แม้ยอดขายจะยังเท่ากับปีที่ผ่านมา แต่ก็สามารถแย่งมาร์เก็ตแชร์จากรถใหญ่ยี่ห้ออื่นได้ จึงเห็นได้ว่าตลาดขนส่งยังคงใช้รถใหญ่เท่าเดิมแต่เปลี่ยนมาซื้อยี่ห้อวอลโว่และยูดี ทรัคส์ มากขึ้น

ด้วยทางบริษัทฯ มีโรงงานประกอบรถใหญ่วอลโว่ และยูดี ทรัคส์ ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศทั่วโลก แม้ว่าประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียนจะอยู่ติดกับเมืองไทย จึงน่าที่จะทำการส่งออกได้มากสุด แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสภาพถนนที่ใช้ในการขนส่งยังไม่ดีมากนัก ทางบริษัทฯ จึงต้องรอให้สภาพถนนในแต่ละประเทศแถบอาเซียนได้มีการพัฒนาทำการจราจรทางบกให้เป็นแบบสากล จึงจะรุกตลาดอย่างเต็มที่โดยจะเน้นที่บริการหลังการขายก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้าว่าทางวอลโว่และยูดี ทรัคส์ จะเข้ามาทำตลาดรถใหญ่อย่างเต็มตัว