บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด ผู้นำตลาดในภาค ธุรกิจขนส่งมากว่า 47 ปี เป็นบริษัทคนไทยที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการขนส่งมาโดยตลอด ธุรกิจเริ่มต้นจากการต่อประกอบรถกระบะบรรทุกและสิบล้อไม้ สำหรับใช้บรรทุกข้าวและสินค้า ทางการเกษตร ต่อมาได้มีการพัฒนานวัตกรรมรถประเภทอื่นๆ ป้อนเข้าสู่ระบบการขนส่งภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

โดยพนัสฯ เป็นบริษัทแรกที่ริเริ่มผลิตรถพ่วงและรถกึ่งพ่วง ผลิตรถคอนเทนเนอร์พื้นเรียบและแชสซีส์คอนเทนเนอร์ เพื่อรองรับการนำเข้าส่งออกสินค้าที่ขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเป็นผู้ผลิตและส่งออก ไปยังต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา ฯลฯ และพัฒนาการออกแบบการผลิตรถขนส่งคุณภาพสูงหลายประเภท ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศด้วย

ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับขนส่ง 5 กลุ่ม

คุณพนัส วัฒนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทฯ ได้แบ่งธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งออกเป็น 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มรถเพื่อใช้ในการขนส่ง (Logistics) กลุ่มสินค้าเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ (Fabrication) กลุ่มอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้นสนามบิน (Ground Support Equipment) กลุ่มรถที่ใช้ในราชการทหาร (Defense) และกลุ่มงานบริการ (Service) ซึ่งมีศูนย์บริการ Panus S Plus 100 สาขา และต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แอฟริกาใต้ เป็นต้น ในปี 2559 มีรายได้มาจากธุรกิจในประเทศ 60% โดยกลุ่มโลจิสติกส์ถือเป็นธุรกิจหลัก และธุรกิจส่งออก 40% การเติบโตของธุรกิจโดยภาพรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ต่อปี ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2020 จะเป็นผู้นำและเป็นผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคอาเซียน+6 เรื่องพาหนะ ระบบ อุปกรณ์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายสินค้า และเป็นผู้ให้คำตอบด้านการขนส่ง

ภาคขนส่งคือกระดูกสันหลังของสำเร็จ

บริษัทฯ ตอบสนองภาคการขนส่งในประเทศเกือบ 100% และถือเป็นกระดูกสันหลังที่ขับเคลื่อนความสำเร็จ ของแทบทุกอุตสาหกรรม หัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ เป็นผู้นำในธุรกิจขนส่งอย่างแข็งแรงจนถึงทุกวันนี้คือ การวิจัย และพัฒนานวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ ที่สามารถตอบสนองความต้องการ และการใช้งานที่หลากหลายของลูกค้า ในแต่ละอุตสาหกรรมได้ ปัจจุบันเรามีแบบรถต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง และทำให้ต้นทุนของลูกค้าต่ำที่สุด และยังได้รับการรองรับจากกรมการขนส่งทางบกว่าเป็นอู่ผู้ผลิตระดับ 1

พนัสฯ สตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ (LogTech)

ปัจจุบันภาครัฐได้ยกระดับสตาร์ทอัพให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไลหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ของประเทศ เราเห็นว่ายังไม่มีกิจกรรมใดที่ให้การสนับสนุนนวัตกรรมด้านการขนส่ง รวมทั้งสร้างผู้ประกอบการใหม่ ที่เป็นสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ หรือ LogTech จึงได้จัดทำโครงการ Panus Thailand LogTech Award 2017 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีประกวดแนวคิดธุรกิจและโครงการด้านธุรกิจโลจิสติกส์เป็นครั้งแรกของประเทศไทย

ไอเดียหรือนวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ที่มีศักยภาพ จะได้รับการสนับสนุนต่อยอดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ตอบสนองอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศ หรือระดับภูมิภาคต่อไป ซึ่งบริษัทฯ เองมีแผนจะพิจารณา จัดตั้งกองทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพกลุ่ม LogTech เราเชื่อว่าหากนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้รับการสนับสนุนที่ถูกต้อง และทันเวลา จะเกื้อหนุนและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ภาคโลจิสติกส์ดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้น กล่าวคือ ทันสมัย เร็วขึ้น ลดต้นทุน มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งมีบทบาทที่สำคัญในการผลักดันให้เมกะโปรเจ็กต์ เช่น ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และ EECi รถไฟความเร็วสูง เกิดเร็วขึ้นหรือแข็งแรงขึ้นตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งย่อมจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยภาพรวมของประเทศ”

พนัสฯ เติบโต 20% ยอดขายรวม 3,200 คัน

สำหรับภาพรวมยอดขายของพนัสฯ นั้น มีอัตราการเติบโต 20% ขณะที่ตลาดโดยรวมโตเพียง 2-3% เท่านั้น ส่วนยอดขายของพนัส โปรดักส์ที่ขายที่สุดคือ รถพ่วงก้างปลาและพื้นเรียบ ซึ่งเติบโตอย่างสวนกระแส ตัวเลขโดยรวม ยอดขายตั้งแต่ไตรมาสแรกถึงไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 2.5 พันคัน และคาดว่าทั้งปีจะสามารถปิดยอดขายได้ที่ 3,200 คัน ซึ่งจะเป็นไปตามเป้าหมาย โดยแบ่งยอดขายเป็น ก้างปลาจำนวน 1,300 คัน มีสัดส่วน 48% ส่วนพื้นเรียบจำนวน 700 คัน มีสัดส่วน 29% ที่เหลือ จะเป็นรถประเภทอื่นๆ อีกจำนวน 1,200 คัน

PANUS S Plus ช่วยส่งเสริมการขายดี

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่เปิดให้บริการ ศูนย์บริการ S Plus ช่วยส่งเสริมการขายได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่จำนวน 100 แห่ง และในอนาคตจะมีขายครอบคลุม 400 แห่ง โดยตั้งเป้าภายใน 2 ปี ซึ่งเราได้มีการเจรจากับพันธมิตรอย่างต่อเนื่องก็ยังเข้าไป ขณะที่ทีมเซลล์ได้มีจำนวนมากขึ้น ทำให้วิ่งครอบคลุมดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง แม้ว่าสินค้าเราจะเป็นสินค้าที่มีราคาแพงกว่าท้องตลาดทั่วไป แต่ในส่วนของบริการหลังการขายนั้น เราให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ประทับใจ รวมไปถึงความยืดหยุ่นที่มีให้กลับลูกค้า และกลับมาซื้อสินค้าของเราอย่างต่อเนื่อง” นายพนัส กล่าว

เดินหน้าจัดกิจกรรม CSR คืนกำไรให้สังคม

ทางพนัสฯ มีกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่อง เช่น การส่งมอบเครื่องเล่นของเด็กตามโรงเรียนต่าง ๆ และทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 6-7 ปีแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของทางพนัสฯ นั้น คือการนะเศษเหล็กที่เหลือจากการผลิตรถพ่วง รถเทรลเลอร์ รถดัมพ์ ซึ่งในกระบวนการผลิตก็ย่อมมีเศษเหล็กเหลือเป็นจำนวนมาก ก็มาคิดกันว่าทำอะไรกันดีกับเศษเหล็กเหล่านี้ สุดท้ายก็มาลงเอยกันที่เครื่องเล่นของเด็ก ๆ เพื่อส่งมอบให้กับทางโรงเรียนและสถานศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่ยื่นขอความอนุเคราะห์เข้ามา เรามองว่ากิจกรรมนี้เป็นการคืนกำไรให้กับสังคม และเป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดไป