กรมการขนส่งทางบก เตรียมเชื่อมระบบ TAXI OK กับนักพัฒนาแอพฯภายในปีนี้ หวังยกระดับแท็กซี่ไทย ด้านเอกชนทุ่มงบ 200 กว่าล้าน ส่งแอพฯ “PRO TAXI” แก้ปัญหาปฏิเสธผู้โดยสาร ดีเดย์เปิดให้บริการ ม.ค. 61 พร้อมลุยสู่ภูมิภาคในปี 62

คุณสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขบ. กำหนดให้รถแท็กซี่จดทะเบียนใหม่ทุกคันต้องมีความพร้อมและติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบตามที่กำหนดในโครงการ TAXI OK พร้อมทั้งการเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้แบบ Real-time เพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการสื่อสารรถยนต์รับจ้างของผู้ประกอบการทั้งที่เป็นนิติบุคคล สหกรณ์ ศูนย์วิทยุแท็กซี่ในปัจจุบัน และส่งต่อไปยัง ศูนย์บริหารจัดการรถแท็กซี่ของกรมการขนส่งทางบก ( DLT TAXI CENTER) เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบการให้บริการของแท็กซี่ ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้มีความสะดวกสบาย ภายใต้การควบคุม กำกับดูแลจากภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
พร้อมกันนนี้ บริษัท แอบโซลูท อินฟินิต โฮลดิ้ง ได้ร่วมกับสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น ภายใต้ชื่อ “PRO TAXI” ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ในการยกระดับแท็กซี่ไทย แก้ปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร โดยยืนยันว่าแอพพลิเคชั่น PRO TAXI จะสามารถเชื่อมกับระบบกลางของกรมการขนส่งทางบกได้ภายในปีนี้ ก่อนเปิดให้สามารถดาวน์โหลดได้ในช่วงเดือนมกราคม 2561

ด้านคุณรฐาอร ศิลาพรประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอบโซลูท อินฟินิต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกแบบ และจัดทำแอพพลิเคชั่น PRO TAXI เพื่อร่วมปฏิรูปวงการแท็กซี่ไทย และยกระดับคุณภาพการให้บริการรวมถึงเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงเดือน มกราคม 2561

สำหรับการจัดทำแอพฯได้ใช้งบประมาณลงทุน 200 กว่าล้านบาท มีแท็กซี่ที่เป็นสมาชิกของสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ (แท็กซี่ส่วนบุคคล)แล้ว จำนวน 3,000 คันให้บริการในระยะแรก และเพิ่มเป็น 10,000 คันภายในปลายปีหน้า นอกจากนั้นจะขยายการให้บริการไปยังเชียงใหม่ พัทยา และภูเก็ตในปี 2562 ด้วย

แอพพลิเคชั่น PRO TAXI จะมีฟังก์ชั่นการแปลภาษาทั้งจีน ญี่ปุ่น อังกฤษ ที่ทำให้คนขับแท็กซี่ สามารถสื่อสารกับผู้ใช้บริการชาวต่างชาติได้ง่าย โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถสร้างรายได้ หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วได้ประมาณ 40,000 บาทต่อเดือน ในส่วนของระยะแรกของการเปิดให้บริการ จะมีโปรโมชั่นค่าธรรมเนียมเพียงราคา 20 บาทเท่านั้น เพื่อเป็นการจูงใจหันมาใช้บริการ