“เนคเทค” หรือ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาสถานีประจุยานยนต์ไฟฟ้า “จุใจ” (JUJAI) รองรับการใช้งานจริงภายในอุทยานวิทยา ศาสตร์แห่งประเทศไทย

ดร.เจษฎา ขัดทองงาม หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน(EFC) หน่วยวิจัยระบบอัตโนมัติและอิเล็กทรอ นิกส์ขั้นสูง เนคเทค กล่าวว่า ทีมวิจัยมีการพัฒนาต้นแบบสถานีประจุยานยนต์ไฟฟ้าขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจาก สวทช. มีรถไฟฟ้าที่สร้างขึ้นเองในอุทยานฯ มานานแล้ว ผู้บริหารจึงอยากให้มีสถานีชาร์จ จึงจัดทำโครงการเพื่อใช้ภายใน ตอนหลังพอรัฐบาลมีนโยบายผลักดันเรื่องรถไฟฟ้า จึงมีการพัฒนาต่อยอดให้มีมาตรฐานมากขึ้น

ปัจจุบันมีใช้งานประจำกับรถอีวีดัดแปลง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3-4 คันในอุทยานฯ สำหรับเวอร์ชั่น “จุใจ 4.0” พัฒนาขึ้น เมื่อปลายปี 2559 โดยเป็นสถานีประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบนอร์มอลชาร์จ หรือการชาร์จแบบกระแสไฟปกติ ที่ใช้ได้กับหลากหลายหัวจ่ายทั้งรถยนต์ไฟฟ้า และจักรยานยนต์ไฟฟ้า และรองรับการให้บริการได้ทั้งเต้าเสียบชนิด 1 เต้ารับชนิด 2 (mode3) และเต้ารับมาตรฐานที่อยู่อาศัย (mode2) มีระบบพลังงานสำรองสำหรับการส่งข้อมูลเข้าระบบข้อมูลกลาง (Central system)

การใช้งานเบื้องต้น ผู้ใช้จะต้องมี RFID card สำหรับใช้ขอสิทธิการใช้งานจากเครื่องชาร์จ เมื่อแตะบัตรที่สัญลักษณ์หน้าตัวตู้ชาร์จ ตู้ชาร์จจะตรวจสอบข้อมูลจากบัตรว่าตรงกับที่ระบบมีอยู่หรือไม่ โดยที่ด้านหน้าตู้ชาร์จจะมีหน้าจอแสดงบอกผู้ใช้ หากข้อมูลในบัตรไม่ถูกต้องจะไม่สามารถใช้งานได้

เมื่อแตะบัตรผ่านแล้ว หน้าจอจะบอกให้ผู้ใช้สามารถนำหัวชาร์จไปเสียบที่รถยนต์ไฟฟ้าได้ทันที ระหว่างการชาร์จหน้าจอจะแสดงบอกค่าต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้ทราบเช่น ค่ากระแสชาร์จและค่ากิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นต้น เมื่อชาร์จเต็มแล้วหรือต้องการยกเลิกการชาร์จ ผู้ใช้ก็สามารถแตะบัตรเพื่อยกเลิกการใช้งานได้ตลอดเวลา
ระบบมีตัวเก็บข้อมูลของผู้ที่ใช้ในแต่ละครั้ง โดยบันทึกไว้ยังเครื่องแม่ข่ายที่เชื่อมต่อไว้ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ และบริหารจัดการในด้านอื่น ๆ ต่อได้ในอนาคต เช่น การคิดค่าใช้จ่ายโดยเชื่อมโยงกับระบบ e-payment รวมถึงการบริหารด้านการจัดการพลังงานในภาพรวมกับส่วนอื่น ๆ ได้

ปัจจุบันสามารถชาร์จไฟฟ้า จาก 0- 100% ได้ใน 8 ชั่วโมง อาจดูว่านาน แต่นักวิจัยมองว่า การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าปกติจะชาร์จไฟที่บ้านอยู่แล้ว สถานีนี้จะเหมาะสำหรับการชาร์จในช่วงมาทำงาน เช่น หากเดินทางมาสำนักงานระยะทางไม่เกิน 40 กิโล เมตร จะใช้เวลาชาร์จไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็สามารถชาร์จไฟให้เต็มได้ก่อนเดินทางกลับบ้าน

จากต้นแบบที่ใช้งานภายในหน่วยงาน อนาคตงานวิจัยนี้จะมีโอกาสถูกนำออกไปใช้งานจริงนอกอุทยานวิทย์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้ที่จะนำไปใช้ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายก็คือ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่ต้องการผลิตหรือติดตั้งสถานีประจุยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับอนุญาต