ค่ายสแกนเนีย มั่นใจปี 60 คว้ายอดขายได้มากสุดของค่ายยุโรป ด้วยการใช้กลยุทธ์สร้างความภาคภูมิใจในยี่ห้อ หรือ แบรนด์รอยัลตี้ ได้สำเร็จ พร้อมอีก 2 ปี สร้างโรงงานใหม่ ประกอบเอง เพื่อขายในอาเซียนเป็นหลัก

คุณสเตฟาน ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยยอดขาย10 เดือนแรกของปี 2560 นี้ สามารถจำหน่ายรถบรรทุกได้ 403 คัน และรถโดยสาร ประมาณ 82 คัน ทำให้มั่นใจว่า ภายในสิ้นปีนี้ จะสามารถทำได้ตามเป้าที่วางไว้ คือรถบรรทุกประมาณ 500 คัน และรถโดยสารประมาณ 120 คัน ได้ผลตามที่วางไว้แน่

เมื่อดูจากยอดจำหน่ายรวมค่ายยุโรปรวมทั้งหมดแล้วปรากฏว่ายอดขายรวมของสแกนเนียมากสุด ทำให้สามารถประกาศได้ว่า ในปีนี้ ทางสแกนเนีย สามารถจำหน่ายได้มากที่สุดของค่ายยุโรป พร้อมทั้งในปีหน้าได้วางเป้าหมายว่า จะต้องเพิ่มยอดขายได้กว่า 600 คัน และเมื่อเป็นไปตามเป้าก็จะทำให้สแกนเนีย เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 30 % อีกด้วย”

สาเหตุหลักที่ช่วยทำให้ทางสแกนเนีย สามารถเพิ่มยอดขายได้เป็นจำนวนมากก็เพราะ สามารถใช้กลยุทธ์สร้างความภาคภูมิใจในยี่ห้อ หรือ แบรนด์รอยัลตี้ ได้เป็นอย่างมาก เริ่มตั้งแต่คุณภาพของรถที่ใช้ จะต้องมีความคุ้มทุนให้กับเจ้าของ การอบรมพนักงานขับรถ ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุกหรือรถโดยสารเป็นประจำทุกสัปดาห์ และที่สำคัญยังมีการจัดแข่งรถทั้งประเภทรถบรรทุกและรถโดยสารเป็นประจำทุก 2 ปี ทั้งนี้ เพื่อเน้นถึงความปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุและช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นที่ถูกใจของบรรดาเถ้าแก่เจ้าของรถเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ทางสแกนเนีย ยังได้วางแผนการตลาดรูปแบบใหม่ที่จะเริ่มใช้ในปี 2561 นั่นคือจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์ภายในรถใหญ่ เพื่อช่วยบอกถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่อง อย่างน้ำมันหล่อลื่น หรือผ้าเบรค แทนการทำหน้าที่ของคอลเซ็นเตอร์ที่จะบอกกับลูกค้าเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน ทั้งนี้เป็นเพราะระยะทางของการใช้งานและสภาพสมบุกสมบันที่วิ่งบนถนนของรถใหญ่สแกนเนีย จะแตกต่างไม่เหมือนกันทุกคัน ดังนั้นจึงต้องมีผู้ดูแลเฉพาะรถแต่ละคันจึงจะได้ผลที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้กับเจ้าของรถเป็นอย่างมาก

ส่วนกลยุทธ์ด้านการบำรุงรักษาที่จะเกิดขึ้นในปีหน้านั้น เป็นระบบหนึ่งที่เรียกกว่า Flexible Maintenance Plans เป็นระบบที่สื่อสารกับรถว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมาเข้าสู่การบำรุงรักษาโดยไม่จำเป็นต้องกำหนดตายตัวว่าถึงระยะ 45,000 กม.เหมือนกับระบบที่ใช้ในปัจจุบัน อาจจะไม่ใช่ระยะ 45,000 กม.ก็ได้ อาจจะบอกว่าต้องมาทำเมื่อถึง 30,000 กม.หรือ 60,000 กม.ก็ได้ และทำในบางรายการที่มันต้องทำโดยไม่จำเป็นต้องทำทุกรายการ เพราะรถแต่ละคันมีการใช้งานไม่เหมือกัน ทำให้การบำรุงรักษาไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน”

ส่วนโรงงานประกอบที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเปิดดำเนินการได้ภายในต้นปี 2562 นั้น จะเป็นโรงงานแห่งที่ 3 ที่เป็นผู้ผลิตหัวเก๋งเอง เพื่อใช้ประกอบเครื่องยนต์และแชสซีส์ให้ออกมาเป็นรถใหญ่สำเร็จรูป ซึ่งจะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในอาเซียนมากกว่า 40% เพื่อที่จะได้จำหน่ายในเมืองไทยและจำหน่ายไปยังชาติอาเซียนโดยไม่ต้องเสียภาษีการส่งออกด้วย

หลังจากสแกนเนีย ได้แจ้งข่าวดีเมื่อช่วงต้นปีกับการลงทุนสร้างโรงงานประกอบรถบรรทุก หัวเก๋ง และแชสซีส์รถโดยสารแห่งใหม่ในประเทศไทยด้วยงบ 800 ล้านบาท เป็นการสะท้อนว่าไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางของทั้งอุตสาหกรรม การค้า และการขนส่งของอาเซียน มีอุตสาหกรรมยานยนต์แข็งแกร่ง ทำให้สแกนเนีย มีความใกล้ชิดกับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน เอเชีย และโอเชียเนียเพิ่มขึ้น คาดแล้วเสร็จต้นปี 62 ทั้งนี้ สแกนเนียจะรายงานความคืบหน้าให้กับกลุ่มลูกได้รับทราบเป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อที่จะได้เกิดความเชื่อมั่นและซื้อรถใหญ่สแกนเนียที่ประกอบในเมืองไทยได้ เหมือนกับที่ซื้อมาจากประเทศสวีเดน”