MAN รุกตลาดขนส่งหนัก พร้อมทะยานสู่เบอร์ 3 รถยุโรป เผยปี 60 ยอดขายทะลุ 70 คัน วางเป้าปี 61 สร้างยอดขายได้ 100 คัน มั่นใจได้แชร์เพิ่มขึ้น 10% วางแผนใหญ่ประกอบรถบัสที่ประเทศมาเลเซีย ทำตามกฎ AFTA ได้สิทธิ์ภาษี 0%

คุณธนภัทร อินทวิพันธุ์ กรรมการบริหาร บริษัท ทีซี อินดัสเดรียล อีควิปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MCVT เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถใหญ่ปี 2560 นี้ ยังไม่ดีเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นช่วงหน้าฝนเกิดฝนตกหนักจนทำให้หลาย ๆ พื้นที่ของหลายจังหวัดประสบภาวะน้ำท่วมหนัก ประกอบกับห้วงเวลาของพระราชพิธีที่สำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการสั่งซื้อในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่พอสมควร

อย่างไรก็ดี เชื่อว่า ไตรมาสสุดท้ายปลายปี ถือเป็นห้วงเวลาแห่งการปั้มยอดขายของแต่ละค่ายอย่างแท้จริง ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ช่วยหนุนให้มีตัวเลขการสั่งซื้อกระเตื้องขึ้นบ้าง ถึงกระนั้นก็ยังห่างไกลยอดขายจากปีที่แล้วอยู่พอสมควร เพราะเท่าที่ดูในตอนนี้เป็นช่วงที่มีการผลิตสินค้าออกมาเกินความต้องการของตลาดมากกว่า จนนำไปสู่การสต็อกสินค้าไว้หลังบ้านรอการระบายในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ส่วนปัจจัยบวกที่มีส่วนหนุนให้ตลาดรถใหญ่มีทิศทางสดใสนั้น หลังจากนายกฯ ประกาศจะมีการเลือกตั้งในปลายปีหน้านั้น ก็น่าจะเป็นสัญญาณดีที่บ้านเมืองจะเข้าสู่ระบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อีกทั้งหากมองในเชิงจิตวิทยาก็ยังเป็นการเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้เป็นอย่างดี

สำหรับโปรโมชั่นในไตรมาส 4 ถึงสิ้นปีนี้ MAN เคยทำตลาดด้วยราคาเท่าไร ตอนนี้เราก็ลดราคาโมเดลละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท เช่น แชสซีส์รถบัส 3 เพลา เคยขายราคาที่ 4.7 ล้าน ตอนนี้อยู่ที่ราคา 4.5 ล้าน ฟรีเช็คระยะอีก 2 แสนกิโล ลดไปประมาณ 2 แสน ถ้าเป็นหัวลาก TGS 33. 400 แรงม้า นำเข้าจากเยอรมันทั้งคัน แต่เดิมที่สนนราคาอยู่ที่ 3.99 ล้าน ก็จะลดลง 1.1 แสน เหลือ 3.88 ล้าน

 

ส่วนหัวลากที่เล็กลงมา เช่น หัวลาก MAN รุ่น CLA 280 แรงม้า จากเดิม 2.3 ล้าน ตอนนี้ก็ขายแค่ 2.2 ล้าน และที่สำคัญรถบรรทุก MAN ทุกคัน เราจะแถมการเช็คระยะ 2 ระยะ เช่น รถใหญ่ที่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำที่ 1 แสนกิโล เราจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน 2 ครั้ง 2 ปี 2 แสนกิโล ถ้าเป็นรถขนาดเล็กลงมาจะเปลี่ยนทุก 1.5 หมื่นกิโล เท่ากับเราเปลี่ยน 3 หมื่นกิโลให้ฟรี

คุณธนภัทร ยังเปิดเผยถึงการตั้งเป้ายอดขายปีหน้าด้วยว่า ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน ปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 100 คัน ถึงตอนนี้เรามั่นใจว่าจะขายได้อยู่ที่ 60-70 คัน ซึ่งก็เป็นระดับยอดขายที่น่าพอใจ ส่วนปีหน้าเราตั้งเป้าไว้ที่ 120 คัน โดยจะเน้นทั้งหัวลากและบัสอย่างละครึ่ง ๆ รถบัสอยู่ราว ๆ 50-60 คัน และรถหัวลากก็อยู่ประมาณ 60-70 คัน ปัจจุบัน MAN ถือเป็นแบรนด์อันดับ 3 ของค่ายรถยุโรป ซึ่งตั้งเป้าให้เข้าใกล้ 2 อันดับแรกให้มากขึ้น ซึ่งรถแบรนด์ยุโรปในปีหนึ่ง ๆ ขายได้ราว ๆ 1 พันคัน เราทำได้ 60-70 คัน มาร์เก็ตแชร์เราได้ถึง 6 -7% ถ้าปีหน้าเราได้ 100 คัน ก็เท่ากับว่ามาร์เก็ตแชร์เราเพิ่มเป็น 10%

เราจะดันทั้งรถหัวลากและรถบัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถบัส รุ่น R40 ขนาด 13.8 เมตร เป็นรถที่เหมาะสำหรับ การวิ่งระยะยาว เป็นรถชั้นเดียวหรือ 2 ชั้นก็ได้ แต่พักหลังรถ 2 ชั้นไม่เป็นที่นิยม เราจึงปรับเป็นรถชั้นเดียว ความสูง 3.8 เมตร ซึ่งเป็นรถที่มีความปลอดภัยสูงสุด ประกอบกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ของ MAN จึงถือว่ามีความปลอดภัยสูงสุดเป็นอย่างมาก ทั้งระบบ EBD ระบบ ABS ระบบเบรกอัตโนมัติในกรณีรถออกนอกเส้นทางเข้าโค้ง ล้อจะล็อคอัตโนมัติและลดความเร็วเอง เพราะ MAN ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่า เป็นรถที่มีความปลอดภัยสูงสุด และมีความนิ่มนวลเป็นอันดับหนึ่ง”

ส่วนการประกอบรถที่มาเลเซียแล้วนำเข้ามาขายทั้งคันนั้น เป็นแผนในปี 2561 เพราะเราต้องใช้กฎระเบียบ AFTA ให้เป็นประโยชน์สูงสุด ด้วยการที่นำแชสซีส์รถซึ่งนำเข้าจากเยอรมันไปที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นบริษัทประกอบของตันจง ซึ่งจะทำการประกอบตัวถัง เก้าอี้ แอร์ ประกอบทุกอย่างให้ โดยใช้ Local Content ที่มาเลเซีย และ ASEAN Content ให้เกิน 40 % ถิ่นกำเนิดก็จะเปลี่ยนจากเยอรมันมาอยู่ที่มาเลเซีย

จากนั้นจะต้องได้เอกสารยืนยันจากรัฐบาลด้วย Form D อย่างถูกต้อง และให้หน่วยงานของประเทศไทยอย่างกรมศุลกากรว่าเป็น ASEAN Content จริง เกิน 40% แล้วรถคันนี้จะได้สิทธิ์การนำเข้าแบบไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ทำให้ประหยัดภาษีไปได้ 40% เมื่อเรานำเข้ามาโดยใช้ AFTA ได้แล้ว มูลค่ารถจากเดิมที่เคยสูงก็จะลูกลงอย่างมาก เราพยายามหาวิธีใช้ประโยชน์สูงสุดจาก AFTA ทำให้ราคาลดลง หากเทียบราคากับรถยุโรปด้วยกันก็น่าจะถูกกว่า”