องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีไว้เพื่อบริการประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ใช้เดินทางได้ในราคาถูก ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ ขสมก. ขาดทุนสะสมมากว่า 1 แสนล้านบาทแล้ว

ในอดีตค่ายรถใหญ่แทบทุกค่ายต่างต้องการที่จะมาทำการประมูลเพื่อชนะจะได้นำรถโดยสารยี่ห้อของตัวเองเข้ามาเป็นรถเมล์ ขสมก. เพราะรถเมล์ ขสมก. นั้น ต้องวิ่งงานหนักทั้งวันทั้งคืน เวลาหยุดพักแทบไม่มี ซึ่งจะเป็นการการันตีเป็นอย่างดีว่า คุณภาพของยี่ห้อที่ได้วิ่งเป็นรถเมล์นั้น สมควรที่เอกชนจะนำไปใช้งาน เพราะสามารถทำงานได้หนัก คุ้มค่ากับการลงทุนที่ได้จ่ายไป

ได้มีสมาชิกนิตยสา BUS & TRUCK รายหนึ่งที่ทำงานให้กับผู้แทนจำหน่ายรถใหญ่ในหลายยี่ห้อ ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อแรกเริ่มเข้าทำงานนั้น ความต้องการของผู้บริหารก็คือจะต้องนำรถโดยสารเข้ามาวิ่งเป็นรถเมล์ ขสมก. ให้ได้ เพราะเชื่อว่าจะมีกำไรรออยู่ข้างหน้าแน่ แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นความเข้าใจที่ผิดทั้งหมด เริ่มต้นจากที่ได้เข้าประมูลก็ต้องเสนอราคาในราคาที่ต่ำที่สุด เมื่อวิ่งงานหนักก็ต้องมีการเสียเป็นธรรมดา ต้องส่งช่างไปดูแลถึงสถานที่จริง เพื่อทำให้รถเมล์ใช้งานได้ต่อไป แต่สุดท้ายที่หนักสุด คือต้องรับประกันการใช้งาน ของรถเมล์นานถึง 10 ปีทีเดียว และที่สำคัญทาง ขสมก. ยังค้างหนี้อีกด้วย และไม่มีวี่แววว่าจะใช้คืนเมื่อไหร่ และทางบริษัทก็ไม่รู้ว่าจะได้หนี้คืนมาเมื่อไหร่

เมื่อพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันของ ขสมก. จะเห็นได้ว่าสเปคของรถเมล์ที่ออกมานั้น เป็นรถโดยสารที่มาจากประเทศจีนทั้งหมด เพราะไม่ว่าจะเป็นราคากลางของรถเมล์ร้อนและรถแอร์ต่างมีราคากลางที่ต่ำมาก แถมยังมีค่าดูแลอีก 10 ปี ที่ถือว่าต่ำเหมือนกัน ซึ่งมีอยู่เฉพาะรถโดยสารจากจีนเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่รับมือได้

แต่มีหรือที่ใครทำธุรกิจแล้วไม่ต้องการกำไร อย่างรถ NGV จากประเทศจีนที่ชนะการประมูล เมื่อเห็นว่าราคาที่ประมูลมาได้ต่ำมากแทบไม่มีกำไร ก็หาทางทำให้รถโดยสารที่จะนำมาเป็นรถเมล์ NGV นั้นไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า 40% โดยนำรถที่มาจากประเทศจีนไปขึ้นฝั่งมาเลเซีย และบอกว่ารถผลิตที่ประเทศมาเลเซีย เพราะกฎหมายที่ว่าการนำเข้าที่มาจากประเทศที่มาจากอาเซียนด้วยกันจะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าแต่อย่างใด แต่ศุลกากร กระทรวงการคลัง ก็มีความชำนาญสามารถรู้กลโกงทั้งหมด จึงรู้ความจริงในเร็ววัน

และล่าสุดทาง ขสมก. ก็ได้ทำการประมูลรถเมล์ NGV ใหม่อีกรอบ โดยยังใช้ราคากลางที่ต่ำเหมือนเดิม จึงไม่มีเอกชนรายใดเข้าร่วมประมูล เพราะเห็นถึงการขาดทุนที่รออยู่ข้างหน้าแล้ว แม้ว่า ทาง ขสมก. จะใช้การประมูลแบบพิเศษ แต่ก็ไม่มีใครสนใจอยู่ดี แม้ว่าจะเป็นรถเมล์สเปครถโดยสารจากจีน แต่ราคากลางนั้นต่ำเกินไป ไม่มีเอกชนรายใดรับได้

ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีกับ ขสมก. มาอย่างยาวนาน กล้าบอกได้เลยว่า คงจะอีกนานกว่าที่ ขสมก. จะได้รถเมล์ใหม่มาให้ประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ใช้ คงต้องรอให้รถไฟฟ้าสีต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยใช้งานได้ก่อน ถึงจะได้รถเมล์ใหม่มาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ NGV, รถเมล์ไฮบริด และรถเมล์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่ต้องกับความต้องการจริง ๆ