หลังจาก คุณไพรินทร์ ชูโชติถาวร ได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรี ให้เข้ามาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้มอบหมายหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจให้เป็นผู้กำกับดูแล 8 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) , องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), กรมเจ้าท่า (จท.), การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.), การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), การรถไฟแห่งประเทศไทย (...) และบริษัท รถไฟฟ้าร... จำกัด (รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์)

โดยทั้ง 8 หน่วยงานดังกล่าวถือได้ว่า เป็นงานเร่งด่วนที่ต้องเร่งรัดทุกองค์กร เพราะมีโครงการเมกะโปรเจกต์ที่ต้องเร่งดำเนินการเป็นจำนวนมาก และที่ถือเป็นเผือกร้อนสุด ๆ ก็คือ การดูแลแผนฟื้นฟูของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), ... และ ขสมก.ที่อยู่ในช่วงขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

เร่งฟื้นฟู ขสมก. สางหนี้แสนล้าน

คุณไพรินทร์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการมอบนโยบายให้หน่วยงานที่กำกับดูแล โดย ขสมก. นั้น ได้เร่งรัดในการดำเนินการสรุปแผนฟื้นฟูองค์กรเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินจำนวนกว่าแสนล้านบาท ซึ่งจะต้องรีบสรุปแผนเพื่อเสนอให้กระทรวงคมนาคมและที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.) ในช่วงเดือนมกราคม 2561 ก่อนเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป โดยในเบื้องต้นได้มีการแนะนำว่าการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ไม่ใช่ทางออกของปัญหา และขสมก.จะต้องพิจารณาว่าจะไปขึ้นกับที่ใด กระทรวงคมนาคม หรือหน่วยงานกรุงเทพมหานคร รวมถึงหากฟื้นฟูองค์กรแล้วจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางในการดำเนินการอย่างไร

ปั้น บขส. สู้ศึกการบินโลว์คอสต์

ในส่วนของ บขส. ได้สั่งการให้ทาง บขส. เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่สามารถแข่งขันสายการบินโลว์คอสต์ได้ เพราะปัจจุบันสายการบินโลว์คอสต์ เจ้าของสายการบินจะเช่าเครื่องบินและเครื่องยนต์พร้อมการซ่อมบำรุงมาให้บริการ ทำให้มีต้นทุนที่ถูกกว่า ดังนั้น บขส.ต้องกลับมาพิจารณาการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้รถให้สามารถวิ่งได้ตลอด หากรถหยุดวิ่งก็ต้องรีบแก้ไข เพิ่มอัตราหมุนเวียนของรถ รวมทั้งการบริการ 

ทั้งนี้ ให้ บขส. กลับไปดูแนวทางการย้ายสถานีขนส่ง กลับไปหมอชิตเก่า(หน้าสวนจตุจักร)ให้เร็วขึ้นกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ 6 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดรถไฟฟ้าสายใหม่ในช่วง 2-3 ปี ข้างหน้า และพิจารณาการสร้างจุดจอดตามสถานีรถไฟและรถไฟฟ้าเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดเช่น สถานีบางใหญ่ เชื่อมต่อการเดินทางภาคเหนือ ฯลฯ

ส่วน ... นั้น จะเร่งแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อบริหารจัดการหนี้สินของ ร... รวมทั้งเร่งแผนการตั้งบริษัทลูกด้านทรัพย์สินและบริษัทลูกด้านเดินรถด้วย

ดันไทยสู่ยุค 4.0 พร้อมเป็นฮับอาเซียน

สำหรับกรมการขนส่งทางบก นั้น โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมสู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเร่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทางถนน การปฏิรูประบบขนส่งทางถนนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นส่วนสำคัญเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประเทศสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 เป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งทางถนนและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน

พัฒนาท่าเรือให้ขนส่งไร้รอยต่อ

ส่วนการตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายให้กับกรมเจ้าท่านั้น ได้เน้นย้ำเรื่องการขนส่งไร้รอยต่อ ให้กรมเจ้าท่าพัฒนาท่าเรือในภูมิภาคที่สำคัญ สนับสนุนการขนส่งทางน้ำให้มากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งในทุกด้าน ลดต้นทุนการขนส่ง ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมทั้งมอบหมายให้ศึกษาการพัฒนาพื้นที่หลังท่าเรือ ให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างรายได้และจูงใจประชาชนให้หันมาใช้บริการขนส่งทางน้ำ โดยจะมีการหารือกับกรมธนารักษ์ขอใช้พื้นที่ในส่วนที่เป็นพื้นที่ราชพัสดุเพื่อลดค่าใช้จ่าย มั่นใจว่าการพัฒนาท่าเรือ เพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางน้ำที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณร้อยละ 16 ให้มากขึ้น จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่อง

สั่ง กทพ. ขยายทางด่วนเชื่อม EEC

สำหรับ กทพ. นั้น ภาพรวมการดำเนินงานของ กทพ.มีผลประกอบการที่ดี มีความเข้มแข็ง แผนงานโครงการมีความชัดเจน เป็นระบบทางด่วนที่ช่วยด้านการจราจรของคนกรุงเทพฯ นอกจากนี้ มีแผนที่จะดำเนินการทางด่วนในเมืองใหญ่ เช่น ภูเก็ต ซึ่งได้ให้มองไปที่ภูมิภาคอื่นให้ครอบคลุม เช่น เชียงใหม่ และภาคอีสาน ด้วย

นอกจากนี้ ต้องการทำให้บริการระบบทางด่วนเป็นโครงข่ายแบบไร้รอยต่อ ซึ่งได้ให้นโยบายกับ กทพ.ให้ศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการต่อขยายทางด่วน สายบางนาชลบุรี ซึ่งปัจจุบันสิ้นสุดเส้นทางที่ชลบุรี บริเวณดังกล่าวมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น อมตะนคร ทำให้การจราจรตรงบริเวณดังกล่าวกระจุกตัว มีความแออัดมาก ดังนั้น หากสามารต่อขยายเส้นทางออกไปจะส่งผลดีต่อภาพรวมมากกว่า โดยมองว่าทางด่วนสายนี้จะเป็นเส้นทางที่ช่วยรองรับการพัฒนาพื้นที่ EEC ได้อีกด้วย โดยต่อขยายออกไปถึงบริเวณบ้านบึง เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 331 และเป็นใจกลางของ EEC และเป็นจุดที่มีแหล่งนิคมอุตสาหกรรมอีกด้วย 

สำหรับการปรับขึ้นค่าทางด่วนนั้น เป็นการดำเนินการตามสัญญาสัมปทานที่มีกลไกเงื่อนไขอยู่ ส่วนการระดมทุนจากกองทุน TFF เพื่อลงทุนก่อสร้างทางด่วนสายพระราม3-ดาวคะนองถนนวงแหวนรอบนอกนั้น อยู่ในขั้นตอนการจ้างที่ปรึกษา ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน ซึ่งการลงทุนก่อสร้างเส้นทางนี้ถือว่ามีความสำคัญที่ควรเร่งดำเนินการเพื่อช่วยระบายการจราจรจาก กทม.ไปยังภาคใต้