สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้ ขสมก. จัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 3,183 คัน โดยเร่งรัดให้จัดหาในระยะแรก 489 คัน เพื่อนำมาให้บริการประชาชนทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม เนื่องจากมีอายุการใช้งานหลายปี อีกทั้งการจัดซื้อรถโดยสารดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของประเทศ

ดังนั้น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จึงได้ดำเนินการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) ตามกระบวนการในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.. 2560 และเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 คณะกรรมการบริหารกิจการองค์การฯ ได้มีมติอนุมัติให้ ขสมก. ดำเนินการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร 489 คัน กับกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ผู้ชนะการเสนอราคา ซึ่ง ขสมก. ได้ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคาโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา

และเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาซื้อขายรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร จำนวน 489 คัน ระหว่าง ขสมก. โดยคุณประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก. กับ กลุ่มร่วมทำงาน SCN–CHO คุณสุรเดช ทวีแสงสกลุไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และ ดร.ฤทธี กิจพิพิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด (มหาชน) โดยมี คุณไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คุณธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม คุณชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม คุณสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม และคุณณัฐชาติ จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามฯ

คุณไพรินทร์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวใช้งบจัดซื้อจำนวน 4,261 ล้านบาท โดย ขสมก. จะได้รับมอบล็อตแรก 100 คันภายในเดือนมี.. 2561 และรับมอบครบ 489 คันภายในเดือนมิ.. 2561 ดังนั้น คนกรุงเทพฯ จะมีรถเมล์ใหม่ใช้ในปลายเดือนพ.. ปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงเปิดภาคการศึกษาใหม่อย่างแน่นอน สำหรับการจัดหาเชื้อเพลิงเอ็นจีวีนั้นเชื่อว่าปั๊มปตท. ที่มีอยู่สามารถรองรับปริมาณการใช้ก๊าซของรถเมล์ 489 คันได้เพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันมีการให้บริการแท็กซี่ในระบบอยู่แล้วหลายหมื่นคัน

ด้าน แหล่งข่าวจาก บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จะนำเข้ารถยนต์แบรนด์ BLK จากประเทศจีน แล้วนำมาประกอบภายในประเทศ คาดว่ารถเมล์ 100 คันแรกจะนำเข้ามาภายใน 2 เดือน จากนั้นจะประกอบและส่งมอบให้ ขสมก. ได้ภายใน 90 วัน