โดย…กองบรรณาธิการ BUS & TRUCK

ปัจจุบันธุรกิจการขนส่ง หรือโลจิสติกส์ ได้ก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 แล้ว จากเดิมมีเพียงแต่ขนส่งชาวไทย ที่ดูแลการขนส่งทางบกเกือบ 100% แต่เมื่อขนส่งต่างชาติสามารถเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยได้อย่างเสรี ทำให้กลุ่มผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก ได้เปลี่ยนมาให้ขนส่งที่มาจากชาติเดียวกันทำการขนส่งให้ ส่งผลกระทบต่อขนส่งคนไทยแท้มีงานลดน้อยลง ทั้งนี้ ยังถูกลดขั้นจากที่เคยเป็นผู้ขนส่งโดยตรง ต้องเปลี่ยนมาเป็นซับขนส่งแทน ที่สำคัญยังไม่สามารถต่อรองราคาได้ เพราะถ้าขนส่งต่างชาติให้ค่าจ้างมาเท่าไหร่ก็ต้องรับไว้ เพื่อให้มีงาน มีเงินมาผ่อนรถ และเลี้ยงดูครอบครัว

ส่วนธุรกิจรายใหญ่ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย แทนที่จะให้ขนส่งชาติเดียวกันทำการขนส่งสินค้าให้ กับตั้งบริษัทขนส่งเอง เพื่อประหยัดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ส่งผลให้ขนส่งขนาดกลางไปหาเล็กต้องหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการลดราคาค่าจ้างลง จนบางครั้งแทบจะไม่เหลือกำไร สุดท้ายก็ขับเคลื่อนธุรกิจไม่ไหวต้องปิดบริษัทไปในที่สุด

บลูแอนด์ไวท์ฯ เผยธุรกิจขนส่งแข่งเดือด

คุณปัญญา เศรษฐโภคิน ประธานกรรมการบริษัท บลูแอนด์ไวท์ โลจิสติกส์ จำกัด เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ ทางบริษัทฯ จะมีผู้ว่าจ้างให้ทำการขนส่งเป็นจำนวนมาก แต่ก็ถือว่ามีจำนวนที่ลดน้อยลง ทั้ง ๆ ที่ความต้องการของตลาดสินค้าบริโภคและอุปโภคนั้น มีความต้องการมากขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ เนื่องมาจากได้มีผู้ประกอบการขนส่งรายเล็ก ที่เพิ่งจดทะเบียนตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ ได้ทำการแย่งลูกค้าไป ด้วยราคาค่าจ้างที่ถูกกว่ามาก

ทั้งนี้ ได้ประเมินว่า ในสถานการณ์ที่มีการแข่งขันในเรื่องราคาขนาดนี้ ไม่ส่งผลดีต่อธุรกิจขนส่งทั้งขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นอย่างมาก เพราะด้วยความที่ไม่คำนึงถึงต้นทุน และต้องการนำเงินมาหมุนเวียนในบริษัทเพียงอย่างเดียว เมื่อถึงเวลารวบรวมบัญชีรายรับรายจ่าย ก็จะไม่มีกำไร เพราะทำธุรกิจเพียงแค่แข่งขันกันเรื่องราคาเป็นหลัก และในเวลาต่อมาก็ต้องปิดบริษัทหนีหนี้ไป ธุรกิจการขนส่งไทยก็จะเสียหายตามไปด้วย

แนะขนส่งขนาดกลางเล็ก ไม่ไหวอย่าฝืน

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบตามมาถึงบริษัทขนส่งรายใหญ่ด้วย เพราะผู้ว่าจ้างเคยได้ราคาที่ถูกก็จะทำการกดราคาค่าจ้างให้ต่ำลง หากไม่ได้ตามที่ขอผู้ว่าจ้างก็จะหนีไปยังรายที่มีค่าขนส่งที่ถูกกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีการรับประกันสินค้า และไม่มีใบเสร็จใด ๆ ให้ก็ตามที และกว่าที่ผู้ว่าจ้างจะกลับมาใช้บริการกลุ่มขนส่งที่เน้นเรื่องบริการและรับประกันสินค้าเป็นหลักก็จะใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพราะรายที่ขนส่งแบบไม่มีการประกันสินค้าจะไม่รับผิดชอบสินค้าที่เสียหาย ตรงนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ว่าจ้างโดยตรงเพราะสินค้าที่เสียหายไม่สามารถทำการจำหน่ายได้

คำแนะนำที่ดีที่สุดต่อกลุ่มขนส่งขนาดกลางและขนาดเล็ก เมื่อทำธุรกิจแล้วเห็นว่า มีแต่ขาดทุนและมีแววว่าจะต้องปิดบริษัทในเร็ววันนี้ ก็อย่างฝืนและรีบเลิกธุรกิจเสีย และควรหันไปทำธุรกิจอื่นแทนจะดีกว่า ส่วนผู้ที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจขนส่งรายใหม่ก็ต้องคำนึงให้ดีว่า ปัจจุบันนี้ผู้ว่าจ้างมีลดน้อยลงไปเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งยังต้องแข่งขันกันเรื่องค่าจ้างอีก และไม่สามารถไปตั้งโต๊ะริมถนนเรียกลูกค้าได้อีกแล้ว ต้องมีพื้นฐานในการประกอบธุรกิจขนส่งด้วย เช่น ต้องมีสำนักงานเป็นหลักเป็นแหล่ง พร้อมทั้งต้องมีรถบรรทุกคอยวิ่งงานด้วย จึงจะมีผู้ว่าจ้างเข้ามาหา”

บีเอส ขนส่งฯ เน้นขนส่งเพื่อคนไทย

คุณชุมพล สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอส ขนส่ง จำกัด ผู้ดูแลและรับผิดชอบระบบโลจิสติกส์ “THeX ขนส่งเพื่อคนไทย ถูก ไว ดี” เปิดเผยว่า ด้วยขนส่งต่างชาติได้เข้ามาในตลาดขนส่งไทยมากยิ่งขึ้น และธุรกิจ e-Commerce เริ่มเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น โดยเน้นหนักที่กลุ่มว่าจ้างรายย่อยที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการขนส่งเป็นหลัก ทางบริษัทฯ จึงได้ประยุกต์รูปแบบและเน้นหนักไปที่การขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักต่อชิ้นที่ใหญ่ขึ้น โดยใช้รถกระบะและรถบรรทุกเป็นหลัก

ดังนั้น จึงเริ่มผุดโครงการโลจิสติกส์ THeX ขนส่งเพื่อคนไทย ถูก ไว ดี” ซึ่งเป็นบริการขนส่งสินค้าในประเทศ ในราคาที่ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันได้ ตามมาตรฐานระดับสากล พร้อมให้บริการเป็นที่ปรึกษาและบริการขนส่งสินค้าไทยไปต่างประเทศ และบริการการนำสินค้าไทยเข้าสู่ระบบ e-Commerce แบบครบวงจรเชื่อมโยงไปยังเว็บ Portal ชั้นนำในประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงระบบรับชำระเงินออนไลน์ แบบครบวงจรทุกช่องทาง ด้วยความสะดวกและปลอดภัย ทั้งนี้ ปัจจุบันเรามีความพร้อมในทุกด้านที่กล่าวมา โดยจะเริ่มจากบริการรับส่งสินค้าในประเทศที่เรามีจุดรับสินค้าในต่างจังหวัดครบทุกจังหวัด และมีความพร้อมในการจัดส่งในกรุงเทพและปริมณฑลแบบ Express จุดแข็งหลักด้านราคาค่าบริการต่อน้ำหนักบรรทุกที่ถูกกว่า 20-70% จากราคาขนส่งทั่วไป ตามมาตรฐานการบริการระดับสากล

จากที่ได้เริ่มดำเนินงานมาเมื่อเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยมีศูนย์ขนส่งสินค้าในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม ราชบุรี ชลบุรี และฉะเชิงเทรา พร้อมประกันครอบคลุมถึง 2,000 บาท และบริการประกันสินค้าที่ 2% ของมูลค่าสินค้าที่ต้องการประกัน สูงสุดภึง 50,000 บาท ซึ่งได้รับผลการตอบรับที่ดีมาก และลูกค้าสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.thex.in.th และสามารถสอบถามได้ที่ 08-1404-9895”

ส่วนวิธีการจัดส่งสินค้านั้น จะร่วมกับเพื่อนพันธมิตรขนส่งที่วิ่งขนส่งอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ หากมีสินค้าที่จะส่งไปจังหวัดใดก็จะมีรถขนส่งจังหวัดนั้นนำไปส่งให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย ส่วนจุดเด่นนั้นจะมีราคาค่าขนส่งที่ถูกมาก พร้อมทั้งยังได้รับสินค้าอย่างรวดเร็วด้วย

ด้วยเพื่อนพันธมิตรที่ทำการขนส่งด้วยกัน จะส่งสินค้าหลักจากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดอยู่แล้ว และยังมีที่ว่างเหลืออยู่พอสมควร ทางบริษัทฯ และเพื่อนพันธมิตรจึงได้ร่วมหารือกันว่าจะหาธุรกิจอะไรมาเสริมได้ ซึ่งการขนส่งสินค้าเป็นชิ้นนั้น เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น จึงเกิดธุรกิจดังกล่าวขึ้น และเพื่อนพันธมิตรก็มีรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย ที่สำคัญลูกค้ายังได้ประโยชน์ที่ขนส่งสินค้าในราคาที่ถูกสุด ๆ และยังได้รับการประกันสินค้าด้วย ถ้าหากสินค้าเกิดความเสียหายระหว่างการจัดส่งจะได้รับความคุ้มครองมากถึง 2,000 บาททีเดียว”

THeX ขนส่งเพื่อคนไทย ถูก ไว ดี

สำหรับบริการ THeX นั้น ประกอบด้วย 1.ขนส่งผลผลิตทางการเกษตร เพื่อช่วยเกษตรกรลดค่าขนส่งผลผลิตทางการเกษตร อาทิ ข้าวสาร ผลไม้ โดยรับจากจุดรับสินค้าในตัวเมืองทุกจังหวัดทั่วประเทศ มาส่งตรงถึงบ้านหรือร้าน 2.ขนส่งสินค้า SMEs แบบ B2B เป็นบริการรับสินค้าจากคลังสินค้า พร้อมกระจายส่งแบบ B2B ทั่วประเทศ ที่จะทำให้ลดต้นทุนได้ 20-70% เลยทีเดียว 3.ขนส่งสำหรับออกงานแสดงสินค้า เป็นบริการสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ออกงานแสดงสินค้าบ่อย ๆ ทั่วประเทศ กล่องใหญ่กล่องเดียวจบ 4.ขนส่งสินค้าภายในประเทศ เป็นบริการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย ในราคาประหยัด มีบริการส่งปลอดภัยจากมือคุณถึงผู้รับ Door to Door (ปัจจุบันกรุงเทพและปริมณฑล) เช็คสถานะได้ 5.ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เป็นบริการขนส่งพัสดุด่วนระหว่างประเทศทั่วทุกมุมโลก ผ่านผู้นำทางการขนส่งอย่าง Aramex ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก ในราคาประหยัด เพื่อเพิ่มศักยภาพ และ6.บริการคลังสินค้า เป็นบริการคลังสินค้าขนาดใหญ่ รองรับความต้องการทั้งผู้เริ่มธุรกิจใหม่ ธุรกิจขนาดย่อม และธุรกิจขนาดใหญ่ ในแบบครบวงจร เพื่อให้ธุรกิจของคนไทยดำเนินได้อย่างยั่งยืน และสามารถแข่งขันกับขนส่งต่างชาติได้

มีโชคขนส่งฯ ติด GPS เพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า

คุณปราโมทย์ กงทอง ประธานกรรมการ บริษัท มีโชคขนส่ง จำกัด เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่กรมการขนส่งทางบก จะออกกฎหมายให้ผู้ประกอบการขนส่งทางบก ต้องติด GPS ในรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปนั้น ทางบริษัทฯ ที่มีรถบรรทุกมากกว่า 300 คัน ก็ได้ติด GPS มานานแล้ว ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ว่าจ้างว่า สินค้าจะมีความปลอดภัย และคุณภาพที่ส่งถึงปลายทางเหมือนกับต้นทางทุกประการ

ส่วนผลประโยชน์ที่จะได้รับอีกทางหนึ่งก็คือ คนขับจะเคารพกฎหมายการจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับเกินกว่าที่กฎหมายบังคับ รวมทั้งไม่ทำผิดกฎจราจรอีกด้วย เนื่องจากบริษัทมีระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถดูพฤติกรรมของคนขับได้ตลอดเวลา

ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่า ระบบ GPS สามารถยกมาตรฐานการขนส่งทางบกให้สูงขึ้น สามารถควบคุมการขับขี่ของคนขับให้ทำตามกฎหมายได้ แม้ว่าจะมีเพื่อนพันธมิตรบางรายมีความเข้าใจว่า การถูกบังคับให้ติดGPS ให้เสียค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ แต่หาดคิดดูอีกแง่หนึ่งแล้ว จะได้รับผลบวกมากกว่าผลลบที่เสียไปเป็นอย่างมาก”

ส่วนความเห็นส่วนตัวนั้น มองเห็นว่า ผู้ควบคุมและดูแลระบบ GPS และการขนส่งอย่างกรมการขนส่งทางบก และกรมทางหลวง ควรที่จะเพิ่มจุดจอดรถใหญ่ให้พอเพียงกับจำนวนรถใหญ่ที่มีอยู่ เพราะเวลาการขับเป็นเวลาถึง ชมทำให้ร่างการของคนขับอ่อนเพลียและต้องการการพักผ่อน จึงต้องการสถานที่ปลอดภัย เพื่อเก็บแรงไว้ในการขับรถต่อไป หากจอดพักที่ริมถนน หรือในสถานที่เปลี่ยวก็จะเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมและอุบัติเหตุได้ง่าย

พงษ์ระวีฯ ชี้ต้องเน้นความปลอดภัยระดับสูง

คุณวรพงษ์ ตั้งอารมณ์สุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พงษ์ระวี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เริ่มดำเนินธุรกิจการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่ปี 2539 โดยเริ่มต้นจากรถบรรทุกเพียง 12 คัน และรับจ้างขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับบริษัทน้ำมัน ปตทและต่อมาปี 2540 ได้ขนส่งให้กับ เอสโซ่ เริ่มแรกในลักษณะ spot truck อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนที่ทำให้บริษัทฯ ก้าวกระโดดคือ การรับขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับเชลล์ ในปี 2552 ทำให้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จนถึงปัจจุบัน มีรถที่ใช้ขนน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 250 คัน

การทำงานกับเชลล์ ทำให้เราได้ความรู้ และประสบการณ์ มาพัฒนามาตรฐานการทำงานของเรา ให้มีระบบงานที่ดี และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ทางเราจึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทุกราย ทำให้เราสามารถเจริญเติบโตได้อย่างมั่นคง”

ล่าสุด ได้ทำการสั่งซื้อรถบรรทุกเพิ่มอีกจำนวน 38 คัน เพื่อรองรับแผนการขยายงานขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาวและประเทศสหภาพเมียนมา ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง

คุณวรพงษ์ กล่าวว่า เมื่อปลายปีที่แล้ว บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจขนส่งน้ำมันไปยังเมียนมา โดยตั้งบริษัทร่วมทุนคือบริษัท Pongrawe Cargo Link Logistics ด้วยทุนจดทะเบียน ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาเพื่อขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่สนามบินทั่วประเทศเมียนมา โดยมีความเชื่อมั่นว่าตลาดเมียนมานั้น เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่บริษัทฯ จะสามารถขยายธุรกิจให้เจริญเติบโตในระยะยาวได้

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์ ถือว่ารุนแรงเพราะมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่วงการอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการแข่งขันในเรื่องราคาค่าบริการ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการแข่งขันที่รุนแรง แต่บริษัทฯ ยังคงทำธุรกิจโดยเน้นนโยบายในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลัก จึงทำให้ได้รับความเชื่อถือจากลูกค้าหลักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ จำเป็นต้องเลือกรถบรรทุกที่มีคุณสมบัติในเรื่องระบบความปลอดภัย ที่สอดคล้องกับความต้องการของบริษัทฯ

พพ.จัดโครงการพัฒนานักขับ 10 ล้อ

คุณยงยุทธ สวัสดิสวนีย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จับมือกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จัด “โครงการพัฒนาผู้ขับขี่รถบรรทุกเพื่อการประหยัดพลังงานในธุรกิจขนส่งสินค้า” เพื่อส่งเสริมเติมเต็มให้พนักงานขับรถบรรทุกมีทักษะการขับขี่ประหยัดพลังงาน ช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงานภาคขนส่ง และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งสินค้าลดต้นทุนค่าขนส่งได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน

การขนส่งสินค้าทางถนนเป็นภาคการขนส่งที่มีความนิยมมากที่สุด และเมื่อกล่าวถึงผู้มีบทบาทสำคัญในการขนส่งทางถนนก็คงหนีไม่พ้นพนักงานขับรถบรรทุก ที่ต้องมีทักษะการขับขี่ที่ดีนอกจากก่อให้เกิดความปลอดภัยแล้ว ยังถือเป็นตัวแปรสำคัญให้เกิดการลดใช้เชื้อเพลิงในรถบรรทุกขนส่งสินค้าลงได้”

อย่างไรก็ดี ตามแผนอนุรักษ์พลังงานปี 2558-2579 ของประเทศไทย ต้องการลดค่าเข้มข้นการใช้พลังงานของประเทศลงร้อยละ 30 ในปี 2579 เมื่อเทียบปี 2553 ภาคขนส่งมีสัดส่วนการใช้พลังงานมากที่สุดถึงร้อยละ37.8 ของรูปแบบการขนส่งทั้งหมด ดังนั้น ตามแผนฯ ดังกล่าว จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับศักยภาพหนักงานขับรถบรรทุกให้มีทักษะการขับขี่ประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังเป็นการยกระดับวิชาชีพให้ได้มาตรฐานและให้เป็นที่ยอมรับของสังคม

พนักงานขับรถดี ลดต้นทุนการขนส่งได้

คุณยงยุทธ์ เปิดเผยอีกว่า โครงการนี้ฯ สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถขนส่งเป็นหลัก ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงการประหยัดต้นทุนการขนส่งที่เกิดจากการปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของผู้ขับขี่เพื่อการประหยัดพลังงาน โดยจะครอบคลุมถึงกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับคุณภาพบุคลากรด้านขนส่ง กลุ่มผู้ขับขี่รถบรรทุก กลุ่มอาชีพอื่นที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ กลุ่มผู้กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานด้านการขับขี่รถยนต์เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งาน หรือเข้าสู่อาชีพพนักงานขับรถ

รูปแบบการฝึกอบรมสามารถจัดขึ้นได้ในหลายสถานที่ภาคเอกชนที่กระจายอยู่ในแต่ละภูมิภาค ซึ่งจะช่วยยกระดับการพัฒนาผู้ขับขี่รถบรรรทุกไม่น้อยกว่า 5,000 คน ให้มีทักษะที่ดีในการขับรถให้เกิดการประหยัดพลังงานในรถบรรทุก ประเภท ได้แก่ รถบรรทุก 10 ล้อ รถบรรทุกพ่วง รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ รถบรรทุกควบคุมอุณหภูมิ และรถบรรทุกวัตถุอันตราย นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นวิทยากรสอนขับรถแบบประหยัดพลังงานอีกด้วย”

ตั้งเป้าปี 61 ประหยัดน้ำมันได้ 248 ล้าน

ทั้งนี้ ในปี 2561 กรมฯ ตั้งเป้าหมายที่จะฝีกอบรมวิทยากรให้มีความเชี่ยวชาญการขับรถบรรทุกประหยัดพลังงานไม่น้อยกว่า 50 คน เพื่อนำไปถ่ายทอดต่อให้กับผู้เข้ารับการอบรมในโครงการนี้ไม่น้อยกว่า 5,000 คน คาดว่าจะส่งผลดีและเกิดการประหยัดพลังงานได้ 8 Ktoe/ปี คิดเป็นปริมาณน้ำมันดีเซล 9.2 ล้านลิตร/ปี ประหยัดเงินกว่า 248 ล้าน/ปี และลดการปล่อย CO2 ได้ 50 ล้านกิโลกรัม/ปี ในปีงบประมาณต่อไปกรมฯ มีแผนฝึกอบรมผู้ขับขี่รถบรรทุกให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตจะขยายการฝึกอบรมในสถานประกอกอบการภาคอุตสาหกรรมที่มีรถบรรทุกเป็นของตนเองอีกด้วย