การขนส่งทางบก ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลจะมุ่งมั่นพัฒนาระบบราง เพื่อให้ระบบโลจิสติกส์สมบูรณ์แบบและลดต้นทุนให้กับประเทศมากขึ้น แต่การขนส่งทางบกก็ยังคงเป็นหนึ่งที่ไม่อาจจะละทิ้งได้ คุณสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแผนการบริหารงานในส่วนของการขนส่งทางบกให้ได้รับทราบทั่วกัน ดังนั้

นโยบายเร่งด่วน

จะเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกด้านทั้งทางบก ถนน ราง น้ำ และอากาศ โดยทางบกจะเป็นเรื่องการขนส่งทางบก รถโดยสารสาธารณะ ซึ่งเป็นการให้บริการคน รวมถึงการพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าตามจุดต่างๆ การจัดทำจุดพักรถบรรทุกในทุกเส้นทางสายหลัก ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน หรือ AEC ทางถนน จะเป็นการแก้ปัญหาคอขวดในทุกเส้นทางที่เป็นปัญหา เช่น กรณีบางเส้นทางเป็นถนน 4 เลน แต่มีบางช่วงเป็นถนน 2 เลน ทำให้เกิดปัญหากระจุกตัวของรถ การขนส่งสินค้าทำได้ล่าช้า มีปัญหาการจราจรติดขัด

นอกจากนี้ ยังมีด่านชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านก็มีปัญหาถนนที่เป็นคอขวดเช่นเดียวกัน ทำให้การเข้า-ออกบริเวณด่านไม่คล่องตัว มีสภาพทรุดโทรม เช่น ด่านสะเดา จ.สงขลา เป็นต้น ซึ่งจะมีการก่อสร้างทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เป็นทางเลือกในการขนส่งสินค้าจากด่านสะเดาไปถึงอำเภอหาดใหญ่แทน เพราะเขตทางเดิมไม่สามารถขยายช่องจราจรเพิ่มเติมได้อีกแล้ว รวมถึงด่านชายแดนอื่นๆ ก็จะทำให้คล่องตัวมากขึ้นด้วย

พัฒนาด่านชายแดน

เป้าหมายในปี 2557-2558 จะมีการจัดตั้งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษให้สมบูรณ์ โดยพัฒนา 6 พื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพ ได้แก่ 1.ด่านแม่สอด จ.ตาก 2.ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว 3.ด่านหาดเล็ก (ท่าเรือคลองใหญ่) จ.ตราด 4.ด่านมุกดาหาร 5.ด่านสะเดา 6.ด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ส่วนที่เหลืออีก 12 ด่านจะทยอยดำเนินการในระยะต่อไป

สร้างจุดพักรถบรรทุก

กระทรวงคมนาคมมีโครงการศึกษารายละเอียดการพัฒนาจุดพักรถบรรทุกตามเส้นทางขนส่งสินค้าหลักของประเทศ รวม 41 แห่ง ทั่วประเทศ วงเงินทั้งสิ้น 8,500 ล้านบาท เพื่อลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ ตามแผนแม่บทการพัฒนาจุดพักรถบรรทุก โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 15 ปี ซึ่งการดำเนินโครงการระยะแรก จะอยู่ในแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย

สำหรับจุดพักรถที่สร้างจะแบ่งเป็นศูนย์บริการพักรถบรรทุก 13 แห่ง และจุดจอดพักรถ 28 แห่ง แบ่งการลงทุนเป็น 3 ระยะ ระยะละ 5 ปี ระยะเร่งด่วนปี 58-62 ระยะกลางปี 63-67 และระยะยาวปี 67-72 เบื้องต้นอยู่ระหว่างศึกษาโครงการต้นแบบที่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จเดือนก.ย.นี้ จากนั้นเดือนธ.ค.จะเสนอครม.พิจารณา คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี หรือเปิดให้บริการได้ปลายปี 58 ถึงต้นปี 59

น้ำหนักรถต้อง 50.5 ตัน

กระทรวงคมนาคมได้ประชุมหารือกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กรณีที่ภาคเอกชนขอผ่อนผันให้รถบรรทุกชนิด 7 เพลา 24 ล้อ บรรทุกน้ำหนักรวมได้ถึง 58 ตัน มากกว่าน้ำหนักที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 50.5 ตันแล้ว แต่ที่ประชุมยังยืนยันจะไม่ผ่อนผันตามที่ผู้ประกอบการร้องขอ

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและสมาคมผู้ประกอบการรถบรรทุกได้หารือ เพื่อหาข้อสรุปเรื่องน้ำหนักรถบรรทุกที่เหมาะสมมานานแล้ว จนมีผลการศึกษาเป็นที่ยอมรับร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคม ตำรวจและทหารทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้มีการทุจริตรับส่วย จึงไม่เป็นปัญหาตามที่ภาคเอกชนกังวล

ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการภาคขนส่งเสนอให้มีบทลงโทษ ผู้ว่าจ้างขนส่งสินค้ากรณีที่รถบรรทุกถูกจับคดีบรรทุกน้ำหนักเกินด้วย จากปกติที่มีบทลงโทษเฉพาะคนขับรถ จึงได้ให้กรมทางหลวงไปศึกษาข้อมูลทางกฎหมายเพิ่ม และให้ปรับกฎหมายที่ดูแลระบบขนส่งทางบก ทั้ง พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ร.บ.ขนส่งทางบก และ พ.ร.บ.จราจร ให้สอดคล้องกัน เพื่อให้การดูแลมีเอกภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดกรมขนส่งทางบก ร่างกฎกระทรวงเพื่อให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกออกใบรับรองการขนส่งที่จะระบุถึงสินค้าและน้ำหนักที่บรรทุกตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตรวจสอบได้ คาดแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ ขณะเดียวกันสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีแนวคิดที่จะจัดให้มีผู้รับผิดชอบรถบรรทุก ซึ่งจะเป็นผู้รับผิดชอบตรวจน้ำหนัก สินค้า สภาพรถและคนขับให้ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมายก่อนออกเดินทางเหมือนต่างประเทศ

นอกจากนี้ ได้เร่งรัดให้ สนข. ทำแผนเกี่ยวกับการขนส่งรถบรรทุกเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการขนส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558

“ต้องเร่งรัดให้มีการสรุปเรื่องเส้นทางขนส่ง สำหรับรถบรรทุก การตรวจสอบสภาพ จุดพักรถและน้ำหนักรถบรรทุก หากไทยกำหนดให้บรรทุกได้ 50.5 ตัน แต่ประเทศเพื่อนบ้านกำหนดให้บรรทุกได้แค่ 30 ตัน จะเกิดปัญหาเมื่อมีการขนส่งข้ามประเทศ ปัญหาจะไม่เกิดขึ้นเฉพาะในไทยแต่จะสร้างปัญหาไปถึงการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้านได้ และให้กรมทางหลวงทำโครงการสร้างจุดจอดรถนำร่องแล้วที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ส่วนการลงทุนเรื่องจุดจอดรถและศูนย์พักรถสนข. กำลังศึกษาอยู่อยากให้เสร็จทันปีหน้า เพราะการขนส่งทางบกยังเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ”