ปัจจุบันรถยนต์ของทาทา มอ- เตอร์ส ถูกใช้งานอยู่บนท้องถนนในประเทศอินเดีย มากกว่า 8 ล้านคัน โดยบริษัท ทาทา มอเตอร์ส ถือเป็นผู้ผลิตรถบรรทุกรายใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก และเป็นผู้ผลิตรถโดยสารรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก ทั้งรถยนต์ รถโดยสาร รถบรรทุก หรือรถเพื่อการพาณิชย์ ของ ทาทา มอเตอร์ส เป็นที่ยอมรับและจำหน่ายในหลายประเทศทั้งในในภูมิภาคยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ เอเชียอาคเนย์ อเมริกาใต้ และรัสเซีย

ล่าสุด ได้เข้ามาเปิดตลาดในเมืองไทยอย่างเต็มตัว และเข้าร่วมงาน BUS & TRUCK ’14 ระหว่างวันที่ 6-8 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี เหตุนี้ทีมข่าว BUS & TRUCK จึงขอโอกาสเข้า “จอดคุย” คุณซานเจย์ มิชรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อทราบถึงแผนการดำเนินงานต่าง ๆ ให้พี่น้องสมาชิกได้รับทราบทั่วกัน

ตลาดรถบรรทุกไทยหอม

ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดสำคัญ และทาง ทาทา มอเตอร์ส ได้เห็นการเติบโตในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในปี 2557 ทาง ทาทา มอเตอร์ส ได้ตัดสินใจลงทุนในประเทศไทยเป็นที่แรกที่ลงทุนนอกประเทศอินเดีย เนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถกระบะใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากอเมริกา แต่ถ้าเป็นกระบะขนาด 1 ตัน ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของโลก ส่วนตลาดรถบรรทุกในประเทศไทยถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน

สำหรับการทำธุรกิจในประเทศ ไทยครั้งแรกนั้น ได้นำเสนอรถกระบะขนาด 1 ตัน หลังจากนั้นก็ได้แนะนำสินค้าตัวใหม่ที่มีขนาดต่ำกว่า 1 ตัน คือ ทาทา ซุปเปอร์เอซ ถ้ามองในแง่ของการขนส่งและโลจิสติกส์เราคิดว่า ประเทศไทยมีจุดภูมิศาสตร์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างชาติอาเซียน เราสามารถเห็นการขยายเส้นทางลงมาจากประเทศจีนผ่านมาไทยไปยังสิงคโปร์ และมีเส้นทางผ่านไปยังเวียดนามไปจนถึงอินเดีย ฉะนั้นเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ธุรกิจเพื่อการขนส่งจะขยายตัวมากขึ้นเป็นทวีคูณ

ปี 58 ขนรถทุกรุ่นบุกไทย

ในปี 2558 ทาทา มอเตอร์ส จะมีสินค้าทั้งรถกระบะ ทาทา ซีนอน ที่จะอัพเกรดเพิ่มเติมความสะดวกสบายขึ้นมาอีกมากมาย รถกระบะ ทาทา ซุปเปอร์เอซ ที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซล อัพเกรดขึ้นไปอีกเช่นกัน ส่วนรถใหญ่จะนำรถหัวลาก รถมิกเซอร์ รถดัมพ์ เข้ามาเพิ่มเติม เพราะถ้าเปิด AEC การขนส่งจะเพิ่มขึ้น การก่อสร้างก็จะเพิ่มขึ้น จึงต้องนำมาเสนอในปีหน้า

ทั้งนี้ ก็ต้องนำเสนอรถหัวลาก “ทาทา พริมา” และ “แดวู โนวัส” ด้วย หลังจากนำมาเสนอในงาน BUS & TRUCK ’14 ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยรถหัวลาก “แดวู โนวัส” ผลิตที่ประเทศเกาหลีทั้งหมด ซึ่ง แดวู นั้น เป็นบริษัทลูกของ ทาทา มอเตอร์ส และทางเราจัดให้รถ หัวลากรุ่นนี้อยู่ในระดับบนที่มีแรงม้ามากกว่า 400 แรงม้า ส่วนกลุ่มรองลงมาก็คือ รถหัวลาก “ทาทา พริมา” จะประกอบที่บริษัทแม่ในประเทศอินเดีย โดยจะมีกำลังอยู่ที่ 200-300 แรงม้า เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า

BUS&TRUCK ’14 เปิดตัวสวย

ภาพรวมงาน BUS & TRUCK ’14 ที่ผ่านมาถือว่าพอใจ เพราะงาน BUS & TRUCK จะตรงกลุ่มกว่างานมอเตอร์โชว์ หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป ถึงแม้ว่าจะมีคนเดินน้อยแต่ก็เป็นลูกค้าที่สนใจจริง ๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรายังเป็นน้องใหม่ในวงการ ลูกค้าจึงสนใจสอบถามเรื่องการบริการหลังการขาย เรื่องอะไหล่ เพื่อความมั่นใจ ซึ่งตรงนี้ทาง ทาทา มอเตอร์ส มีให้พร้อมทุกข้อ จึงเตรียมแผนจะร่วมงาน BUS & TRUCK ’15 อีกครั้ง เพื่อเปิดตลาดให้ลูกค้าได้เห็นศักยภาพของบริษัทอย่างแท้จริง

ปีหน้าตั้งเป้าขายรถใหญ่ 300 คัน

ยอดขายของ ทาทา มอเตอร์ นั้น ในส่วนของทาทา ซีนอน และทาทา ซุป-เปอร์เอซ เริ่มนับในเดือน เม.ย. 2557 ไปถึงเดือน มี.ค. 2558 ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ 2,000 คัน จากปีที่แล้ว 2,500 คัน ส่วนรถบรรทุก ถ้าได้เปิดดีลเลอร์น่าจะขายได้ 300 คันในปี 2558

“ปี 2556 ที่ผ่านมา จีดีพีอยู่ที่ 3.5% ปี 2557 อยู่ที่ 1-1.5% ปี 58 นักวิเคราะห์หลายสำนักบอกว่า น่าจะอยู่ที่ 4.5-5% และถ้าประกอบกับการเปิด AEC การก่อสร้าง และการขนส่งน่าจะเพิ่มขึ้น ตลาดรถใหญ่ก็จะขยายตัวตามไปด้วย”

วางแผนเพิ่มดีลเลอร์ 10 แห่ง

ในปี 2558 ตั้งเป้าจะมีดีลเลอร์ให้ครบ 10 แห่ง ซึ่งขณะนี้มีแล้ว 3 ดีลเลอร์ และในช่วงไตรสมาสแรกของปี 2558 จะเพิ่มอีก 3 ดีลเลอร์ และทั้งปีจะครบ 10 ดีลเลอร์ ซึ่งถือว่าครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทั้งภาคกลาง ภาคอีสานตอนบน ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคเหนือ

เล็งประกอบรถใหญ่ในไทย

ก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวรถกระบะทาทา ซีนอน ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี จึงได้มีการประกอบที่เมืองไทยไปแล้ว ส่วน ทาทา ซุปเปอร์เอซ ก็ได้รับการตอบรับที่ดี จึงเตรียมแผนที่จะประกอบในไทยกลางปี 2558 ในส่วนของรถบรรทุกนั้น ปัจจุบันยังนำเข้ามาขายในไทย แต่ถ้าได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกับ ทาทา ซีนอน และ ทาทา ซุปเปอร์เอซ ก็ต้องมีแผนประกอบในประเทศไทยเช่นกัน

“ทาทา มอเตอร์ส เชื่อมั่นประเทศ ไทย เราจึงต้องพยายามแนะนำสินค้าทุกตัวให้ลูกค้าได้รับทราบมากขึ้น และได้เตรียมบริการไว้อย่างเพียบพร้อมเพื่อบริการลูกค้า สิ่งสำคัญที่อยากได้รับโอกาสจากผู้ประกอบการไทย คือ ลองเปิดใจรับสินค้าของเราไปทดลองดู ซึ่งก็มั่นใจว่า สินค้าของเราไม่เป็นสองรองใคร ทั้งในเรื่องพละกำลัง ความทนทาน และยังคงเอกลักษณ์ ที่มีความประหยัดเชื้อเพลิง คุ้มค่าคุ้มราคา ประหยัดค่าใช้จ่าย และในระดับต่อๆ ไป เรากำลังมองถึงการขยายตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ พร้อมเพิ่มเครือข่ายช่องทางในการจัดจำหน่ายและให้บริการในตลาดประเทศไทยอีกด้วย”