โดย…ยกล้อ

เมื่อหลายปีก่อน เจ้าหน้าที่ของทางราชการต่างนิยมตั้งด่านกันเป็นอย่างมาก มีทั้งตรวจจับความเร็ว แอลกอฮอล์ และยาเสพติด ซึ่งแต่ละด่านจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน บางที่มีเพียงเจ้าหน้าที่ยืนโบกรถเพียงคนเดียว บางที่แอบหลบอยู่หลังต้นไม้ พอเจอรถที่ผิดกฎหมายวิ่งผ่านมาก็โบกมือเรียก และมีอีกมากมายหลายด่านใหญ่ ที่มีแต่พวกรุ่นน้องควรตรวจตราแต่ไม่มีหัวหน้ามาคุมแต่อย่างใดเลย

(รูปภาพไม่เกี่ยวข้องกับข่าว เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

ด้วยเหตุนี้เอง หน่วยงานของทางรัฐบาล จึงได้สั่งให้การจัดตั้งด่านตรวจนั้น จะต้องมีอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมอยู่ด้วย เริ่มตั้งแต่ป้ายตรวจต้องตั้งให้เห็นชัดเจนก่อนถึงจุดตรวจ และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือจะต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ที่อยู่ในชั้นสัญญาบัตรต้องมานั่งประจำในด่านตรวจนี้ด้วย ตั้งแต่นั้นมา ด่านตรวจทุกแห่งจึงเป็นระเบียบ เรียบร้อยมากยิ่งขึ้น ไม่ทำให้ประชาชนหวาดกลัวเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

แต่เมื่อกลางเดือนมกราคม 2561 ที่ผ่านมา ได้มีเรื่องเศร้าเกี่ยวกับด่านตรวจเกิดขึ้นที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากผู้คนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทางราชการว่า ถนนสายนี้มักจะมีรถใหญ่วิ่งอยู่เลนขวา จากความเป็นจริงควรที่จะวิ่งอยู่เลนซ้าย ตรงนี้รถใหญ่ไม่ทำตามกฎหมายกำหนด ดังนั้น เจ้าหน้าที่ของทางราชการจำนวน 2 คน จึงไปจอดรถริมถนนสังเกตการณ์ และก็พบว่า ในเลนซ้ายสุดไม่มีรถยนต์คันไหนวิ่งเลย เนื่องจากถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ทุกคันต่างใช้เลนขวาวิ่งเพราะพื้นถนนเรียบกว่า ทำให้การวิ่งรถไปได้อย่างนิ่มนวล

เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เจ้าหน้าที่ของทางราชการเห็นรถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งมาเลนขวาสุด ด้วยสัญชาตญาณการจับคนผิด จึงได้วิ่งออกไปยังกลางถนน โบกมือให้คนขับรถบรรทุกจอดในทั้นที แต่รถเก๋งคันข้างหน้าไม่ทราบว่าโบกเรียกใครจึงชลอจอด คันที่ตามหลังมาก็ต้องจอดกระทันหัน ส่วนคันที่สามคือรถใหญ่คันที่เรียกซึ่งมีระยะเบรคที่ใกล้จึงเบรคไม่ทันชนสามคันรวด

ตรงนี้มีคนได้รับบาดเจ็บและรถรถยนต์ได้รับความเสียหาย คำถามจากสังคมจึงถามว่า เจ้าหน้าที่รับผิดชอบไหม? คำตอบคือไม่….

ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางราชการแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ระดับล่าง 2 คนนี้ที่ทำการเรียกรถบรรทุกให้หยุดนั้น ไม่มีความผิด เพราะรถบรรทุกทำความผิดต่อหน้าสามารถจับกุมได้เลย แต่ก็ถือว่ามีความผิดโดยไม่เจตนา เพราะต้องการเรียกให้คนกระทำผิดหยุดรอตรวจสอบก่อน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้บริสุทธิ์ไม่ได้ระวังตัว และมีการหยุดรถกระทันหันจนรถชนกันสามคันรวด ถือเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ระมัดระวัง

สุดท้ายเรื่องก็จบลงที่ว่า เจ้าหน้าที่ของทางราชการ 2 คนดังหล่าวโดนย้ายไปทำงานในเขตอื่นแทน แม้จะไม่มีความผิดทางวินัย และอาญาใด ๆ ก็ตาม เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แม้จะปฏิบัติตามหน้าที่ทุกอย่างแต่ก็ต้องมองการณ์ไกลถึงอุบัติเหตุที่จะตามมาด้วย