เป็นที่ชัดเจนว่า การท่องเที่ยวไทยเติบโตขึ้นทุกปี และถือเป็นรายได้หลักของประเทศไทยทีเดียว ที่สำคัญยังส่งผลดีไปถึงธุรกิจการบิน โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงธุรกิจรถทัวร์ด้วย

เมื่อท่องเที่ยวไทยส่งกลิ่มหอมหวานออกไปสู่ชาวโลก นักธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้ประกายไอเดียเข้ามารุกตลาดท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีทั้งเชิงสร้างสรรค์ เชิงกอบโกย และเชิงการสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญ

ปี 59 ทัวร์ศูนย์เหรีญระบาดหนัก

ช่วงปี 2559 ธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญกลายเป็นประเด็นร้อน เพราะนักธุรกิจชาวจีนเข้ามาตั้งธุรกิจท่องเที่ยวรถโดยสารให้เช่า โรงแรม ร้านอาหาร ร้านจิวเวอรี่ และร้านขายของชำร่วยมารวมกัน ในนามนอมินีไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมายังเมืองไทยมีโครงการนำเที่ยวให้เบ็ดเสร็จ ไม่ต้องมีธุรกิจของคนไทยเข้ามาปะปน รายได้ทุกอย่างจึงเป็นของชาวจีนทั้งหมด เรียกง่าย ๆ คือแค่เปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวจากเมืองจีนมาเมืองไทยเท่านั้น

สำหรับวิธีการดำเนินธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญ ก็คือ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบอกกับนักท่องเที่ยวว่า เที่ยวฟรี กินฟรี ในเมืองไทย แต่จุดเริ่มต้นจะขายทัวร์แบบขาดทุน ราคาต่ำกว่าความเป็นจริง โดยบริษัททัวร์ต้นทางจากจีนที่ขายแพ็กเกจทัวร์ โดยคิดแค่ค่าเครื่องบินบวกกำไรนิดหน่อย ส่วนค่าเครื่องบินที่กดราคาลงมาให้มีราคาถูกได้นั้น นิยมใช้เครื่องเช่าเหมาลำ หรือ ชาร์เตอร์ไฟลท์ ซึ่งเป็นที่แพร่หลายกันในหมู่คณะทัวร์ที่มาจากมณฑลจีนที่ไม่มีสนามบินหลัก หรือไม่มีเที่ยวบินประจำเข้าไทย และล้วนเป็นนักท่องเที่ยวที่มาไทยเป็นครั้งแรก

เมื่อเช่าเครื่องบินมาแล้วก็ต้องหาคนใส่ให้เต็มเที่ยวบิน ฉะนั้นคนมาทีหลังอาจยิ่งได้ราคาถูกเข้าไปอีก เพราะขายถูก ถือเป็นการเอาทุนคืนดีกว่าปล่อยที่นั่งว่าง เมื่อเดินทางถึงเมืองไทยก็ส่งต่อลูกทัวร์ให้บริษัททัวร์ฝั่งไทย โดยไม่ได้จ่ายค่าหัวหรือค่าใช้จ่ายให้ โดยทำเพียงส่งลูกทัวร์ให้แบบไม่ให้เงินสักบาท จึงเรียกว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ด้วยเหตุนี้ คนจีนจึงมองว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางราคาถูก ตรงข้ามกับความพยายามสร้างภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีคุณภาพ

บทสรุปก็คือ ปัญหาที่เกิดจากทัวร์ศูนย์เหรียญ ถือเป็นการก่อให้เกิดการสูญเสียภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย ในส่วนของบริษัททัวร์ไทย เมื่อต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทั้งค่าโรงแรมที่พัก ค่าอาหาร รถทัวร์ขนส่ง ค่าไกด์นำเที่ยว ก็ย่อมต้องหาทางเพื่อหารายได้เอากับลูกทัวร์ที่รับมาจนกว่าจะคุ้มทุน ขณะเดียวกันอุปนิสัยใจคอของคนจีนเองก็ชอบช้อปปิ้งเวลาเดินทางไปต่างถิ่นต่างเมือง จึงกลายเป็นโอกาสให้ทัวร์ศูนย์เหรียญถอนทุนคืนโดยง่าย

ภาครัฐเดินหน้ากำจัดทัวร์ศูนย์เหรียญ

เมื่อทัวร์ศูนย์เหรียญดำเนินธุรกิจได้รุ่งเรือง การขยายธุรกิจก็เริ่มเติบโตขึ้นไปอีก ซึ่งมีมาหลากหลายรูปแบบ และก็มีบริษัทจีนแห่งหนึ่งซึ่งถือว่าใหญ่มาก ได้ดำเนินธุรกิจนำเที่ยวโดยเน้นไปที่ชาวต่างชาติเป็นหลัก มีบริษัทรถโดยสารให้เช่า ซึ่งได้นำเข้ารถโดยสารจากประเทศจีนจำนวนกว่า 300 คัน เพื่อมาใช้ในธุรกิจของตัวเอง และได้ประสานความร่วมมือกับโรงแรมต่าง ๆ ร้านอาหาร ร้านจิวเวอรี่ ร้านขายของที่ระลึก ที่เป็นของชาวจีนในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

หากนักท่องเที่ยวมาเป็นจำนวนมากเกินกว่าจำนวนรถบัสที่เตรียมไว้ ก็จะทำการจ้างรถบัสนำเที่ยวที่ไม่มีงานทำให้มาช่วยทำการเสริม โดยจ่ายค่าจ้างให้วันละประมาณ 4 พันบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมากแต่ก็ต้องรับทำ เพื่อที่จะได้มีเงินมาใช้หมุนเวียนบ้าง แม้จะทราบดีว่าผู้ที่ว่าจ้างคือผู้ที่แย่งงานไปนั่นเอง

จนในที่สุดรัฐบาลไทยก็ทราบเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญนี้ และก็ต้องการขจัดออกไปจากเมืองไทยได้หมด โดยเป็นข่าวใหญ่เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา พล...ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการเข้าตรวจค้นบริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด และ บริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด เป็นบริษัทนำเที่ยวภายในประเทศไทยต่ำกว่าทุน หรือบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญ ที่มีนางถวัล แจ่มโชคชัย และนายสมเกียรติ คงเจริญ ชาวจีนที่ลักลอบสวมบัตรประชาชนของนายสมเกียรติ คงเจริญ คนไทย ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2550 เป็นกรรมการผู้จัดการและมีหุ้นอยู่ในบริษัทฝูอัน

จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท ฝูอัน และ บริษัท ซินหยวน ใช้บริการรถบัสโดยสารของบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด โดยไม่ต้องจ่าย ค่าเช่ารถบัสโดยสาร แต่มีข้อตกลงและเงื่อนไขต้องพานักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าตามร้านที่บริษัท โอเอ กำหนดไว้ 4 ที่ 1.บริษัท รอยัล เจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 2.บริษัทรอยัล พาราไดซ์ จำกัด 3.บริษัท รอยัล ไทย เฮิร์บ จำกัด 4.บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซ็นเตอร์ จำกัด โดยมัคคุเทศก์ใช้วิธีบังคับ ล่อลวง ขู่เข็ญนักท่องเที่ยว ให้ซื้อสินค้าในราคาสูงเกินจริง ทั้งนี้ บริษัท โอเอ (ซึ่งมีนางนิสา โรจน์รุ่งรังสี นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กับพวก เป็นประธานกรรมการและกรรมการ) จะจ่ายเงินค่าตอบแทน 20-30% จากยอดขายที่นักท่องเที่ยวซื้อสินค้า และหากไม่เป็นไปตามข้อตกลง บริษัท ฝูอัน และ บริษัท ซินหยวน จะต้องถูกปรับค่าเสียหาย

ปี 60 ทัวร์ศูนย์เหรียญใหญ่กว่าเดิม

หลังจากที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมากล่าวชมเจ้าหน้าที่ของทางราชการที่ได้ทำหน้าที่ควบคุมและดูแลกลุ่มทัวร์ศูนย์เหรียญ และร้านค้าต่าง ๆ อีก 29 แห่ง ที่ทำผิดกฎหมาย ทำธุรกิจทัวร์และไม่ยอมจ่ายภาษีสูญเสียมากกว่า 8,000 ล้านบาท แม้ว่าเรื่องจะไม่จบลงด้วยดี เพราะกลุ่มทัวร์ศูนย์เหรียญและกลุ่มร้านค้า 29 แห่ง ไม่ถูกศาลอาญาฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากไม่มีผู้เสียหายในคดีดังกล่าวนั่นเอง พร้อมทั้งได้ฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ของทางราชการที่ดำเนินในคดีนี้ด้วย

แหล่งข่าวในวงการธุรกิจรถทัวร์ที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย ได้กล่าวถึงกรณีทัวร์ศูนย์เหรียญนี้ว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา ธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญถือได้ว่ายิ่งใหญ่และสามารถกอบโกยผลประโยชน์ต่าง ๆ เข้าหาตัวเองได้เป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้ธุรกิจรถทัวร์ในประเทศต้องซบเซาลงไปเป็นอย่างมาก เมื่อทางธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญถูกจับดำเนินคดีแทนที่ธุรกิจผิดกฎหมายนี้จะหมดไป แต่ก็มีธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญรูปแบบใหม่เกิดขึ้น และคราวนี้มาใหญ่กว่าเดิมอีก เรียกว่าทุกบาททุกสตางค์ไม่กระเด็นไปไหนเลย จึงได้ส่งรายละเอียดของเรื่องนี้ให้กับทางรัฐบาลได้ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

ปี 61 รถทัวร์ถูกกฎหมายงานเงียบ

คุณทนงพันธุ์ สุทธิพงษ์ นายกสมาคมผู้ประกอบกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าตั้งแต่ต้นปี 2561 และในช่วงตรุษจีน ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาพักผ่อนในเมืองไทยเป็นอย่างมาก แต่สิ่งหนึ่งที่น่าแปลกใจมากก็คือ บรรดาสมาชิกของสมาคมฯ มีงานเช่ารถโดยสารเป็นจำนวนที่น้อยมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกใจและสวนทางกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีความมั่นใจว่า ธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญยังไม่สามารถกำจัดให้หมดไปจากเมืองไทยได้

อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา มีรถทัวร์ป้ายแดงเป็นจำนวนมาก ที่คอยรับส่งผู้โดยสารนักท่องเที่ยวชาวจีน แต่ทางสมาคมฯ ได้แจ้งข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเรื่อง เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย จนปัจจุบันนี้ก็แทบจะไม่เห็นรถโดยสารป้ายแดงวิ่งบนถนนเลย และเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนที่ถูกต้องแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่กลุ่มรถโดยสารได้ทำถูกกฎหมายขนส่ง

ในเรื่องของทัวร์ศูนย์เหรียญที่ยังมีในเมืองไทยถือเป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลต้องหาทางปราบปรามและป้องกัน ให้หมดไปและไม่ให้มีขึ้นในเมืองไทยอีก เพราะส่งผลเสียต่อธุรกิจรถทัวร์และธุรกิจท่องเที่ยวไทย ตรงนี้ทางสมาคมฯ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับภาครัฐในการดูแลเรื่องดังกล่าว เนื่องจากทางสมาคมฯ ไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจคนอื่นได้ ทำได้เพียงชี้เป้าความไม่ชอบมาพากลเท่านั้น”

เอกชนชี้รัฐปราบปรามให้สิ้นซากได้

คุณวรพจน์ ชะรินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท สวีทรานส์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับการป้องกันและปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก มีแต่ทางรัฐบาลเท่านั้นที่จะทำงานนี้ได้สำเร็จ เพราะต้องทำงานเกี่ยวข้องกับทางรัฐบาลต่างประเทศซึ่งเป็นต้นเรื่อง หลังจากนั้นจึงต้องบริหารจัดการกับธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทัวร์ศูนย์เหรียญ เพื่อไม่ให้กลับมาระบาดได้อีก

ส่วนความเห็นส่วนตัวที่จะป้องกันทัวร์ศูนย์เหรียญนั้น ทางรัฐบาลสามารถเริ่มต้นสืบได้ตั้งแต่รถโดยสารที่ทัวร์ศูนย์เหรียญต้องใช้ เพราะรถโดยสารถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องใช้รับส่งลูกค้า หากมีการเพิ่มจำนวนมากจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบว่า ซื้อไปเพื่อใช้งานอะไร ธุรกิจมีการเติบโตมากน้อยเพียงไหน ควรแก่การซื้อรถโดยสารในจำมานที่มากหรือไม่

ต่อมาก็ต้องดูที่ต้นกำเนินของรถโดยสารที่ซื้อ จะมีการนำมาเปลี่ยนแปลงประเทศที่ผลิตเหมือนอย่างในกรณีที่เคยมีแล้วหรือไม่ เพราะจะทำให้ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ซึ่งสามารถลดราคารถโดยสารต่างกันเกือบ 1 ล้านบาททีเดียว และสุดท้าย ต้องเปลี่ยนสีของทะเบียนรถให้แตกต่างจากรถโดยสารที่ให้บริการประจำทาง หากเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นก็จะทราบได้ว่ารถโดยสารคันนี้ใช้งานเฉพาะภายในบริษัทเท่านั้น ไม่สามารถนำออกมาให้เช่าเดินทางท่องเที่ยวได้ ทั้งหมดนี้ถือเป็นอำนาจหน้าที่ของทางรัฐบาลที่จะปฏิบัติได้ แต่สำหรับธุรกิจรถโดยสารให้เช่านั้น ทำได้เพียงแค่แสดงความคิดเห็นเท่านั้น