ด้วยชื่อเสียงและการทำงานของ บริษัทตันจง อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด ที่จำหน่ายทั้งรถใหญ่และรถเล็กแทบทุกประเทศในเอเชีย ทำให้มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 9,000 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีความตั้งมั่นที่จะทำให้รถใหญ่ยี่ห้อ “โฟตอน” ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 รถใหญ่จีนที่จำหน่ายในไทย

คุณณัฐภูมิ ปุรณะชัยคีรี ผู้จัด-การทั่วไป บริษัท โฟตอน ทรัค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนเชิงรุกในการปั้นรถใหญ่โฟตอน ให้ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 รถจีนที่จำหน่ายในไทยอย่างภาคภูมิ และมีมาตรฐานสูงที่สุดสำหรับผู้ประกอบการขนส่งไทย

โฟตอนไทยคุณภาพสูงกว่าจีน

รถใหญ่โฟตอนรุ่นประกอบเป็นรุ่นแรกในเมืองไทย คือ รถดั๊มพ์ 380 แรงม้า และรถหัวลาก 6×4 380 แรงม้า ซึ่งคุณภาพและเทคโนโลยีในการเลือกใช้ชิ้นส่วนจะนำแบบอย่างของค่ายญี่ปุ่นมาใช้ เนื่องจากรถใหญ่ที่มาจากประเทศจีนจะมีชิ้นส่วนที่มากกว่า เพราะต้องบรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักมากกว่าในเมืองไทยเป็นอย่างมาก

ดังนั้นเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานถนนในเมืองไทยจึงต้องใช้ชิ้นส่วนน้อยกว่าแต่มีคุณภาพสูงกว่า จึงได้นำแบบอย่างมาจากค่ายฟูโซ่ที่อยู่ในบริษัทเดียวกัน คือ บริษัท ตันจงฯ มาเป็นแบบอย่าง ซึ่งถือได้ว่าการประกอบในประเทศไทยนี้มีคุณภาพมากกว่าบริษัทแม่ในประเทศจีนอย่างแน่นอน

“แม้ว่าจะจำหน่ายในเมืองไทยได้เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น แต่กลางปี 2557 ที่ผ่านมา ก็ได้เริ่มประกอบรถใหญ่ “เฮฟวี่ ดิวตี้” ซึ่งมีมาตรฐานการประกอบสูงกว่าที่ประกอบในเมืองจีน เพราะใช้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาดูแล”

ปี 58 ตั้งเป้า 600 คัน

ในปี 2558 นี้ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะประกอบที่เมืองไทยเพิ่มอีก 5 รุ่น แบ่งเป็นรถ 6 ล้อ 4 รุ่น และรุ่น เฮฟวี่ ดิวตี้ อีก 1 รุ่น เมื่อมีจำนวนรุ่นเพิ่มมากขึ้น ก็จะเจาะตลาดขนส่งหลายกลุ่มเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเป้าหมายในการขายจึงต้องได้ 600 คันเป็นอย่างน้อย

โฟตอน โตต่อเนื่อง

เริ่มจากในปี 2556 ที่ได้ตั้งบริษัทโฟตอนทรัค (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่นำเข้าและจัดจำหน่ายรถใหญ่โฟตอน ซึ่งรถรุ่นแรก คือ รถมิกเซอร์ และรถหัวลาก แม้ว่าจะทำยอดจำหน่ายได้ไม่มากนัก แต่ก็สามารถสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าได้รู้จัก และในปีต่อมาก็สามารถทำยอดขายได้มากประมาณ 120 คัน ส่วนในปีที่แล้ว คือ ในปี 2557 สามารถทำยอดขายได้มากถึง 130 คัน ถึงแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะตกต่ำมากกว่าในปี 2556 ก็ตาม แต่ก็มียอดขายเพิ่มมากขึ้น

เพิ่มจุดขาย 15 แห่ง

การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มลูกค้า ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นการมีโชว์รูม ศูนย์บริการ และโกดังสต็อกอะไหล่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ลูกค้าเดินทางได้สะดวกเป็นสิ่งที่สำคัญ จากเดิมที่มี ทีซี ออโต้ฮับ ทั่วประเทศ 5 แห่ง และจากดีลเลอร์เดิมที่มีอยู่ 5 แห่ง และจะขยายเพิ่มอีก 5 แห่ง จึงเป็นเป้าหมายที่ทางบริษัทต้องทำให้ได้ เพื่อลูกค้าจะได้ไว้ใจเมื่อใช้รถใหญ่ยี่ห้อโฟตอน นอกจากนี้ การให้บริการนอกสถานที่ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อรถของลูกค้าเกิดอุบัติเหตุหรือขัดข้องทางเทคนิคต้องการการดูแลโดยด่วน ก็จะมีรถโมบายเซอร์วิส ให้บริการบนถนนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

บริษัทแม่ส่งพนักงานช่วย

ด้วยทางบริษัทแม่ที่ประเทศจีนได้ให้ความใส่ใจในภาพรวมของรถโฟตอนเป็นอย่างมาก เพราะมองเห็นว่าเมืองไทยเป็นฮับของรถใหญ่ จึงได้ส่งพนักงานระดับบริหาร 3 ตำแหน่งมาช่วยดูแลในเมืองไทยเป็นการเฉพาะ คนแรกจะดูแลเรื่องการตลาด คนที่สองจะดูแลเรื่องการบริการหลังการขาย ส่วนคนสุดท้ายจะดูแลเรื่องโรงงาน ซึ่งช่วยให้การติดต่อประสานงานกับบริษัทแม่เป็นไปได้อย่างรวดเร็วทันต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้า

โดยเรื่องที่ทางบริษัทแม่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การบริการหลังการขาย ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของผู้บริหารของทางบริษัท ตันจงฯ เหมือนกัน ดังนั้นการลงทุนกว่า 50 ล้านบาท เพื่อทำการสต็อกอะไหล่ในจำนวนที่เพียงพอ ไม่ว่าลูกค้าต้องการเมื่อไรก็จะมีอะไหล่ให้ลูกค้าในทันที

ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา ปี 59

ถึงแม้ว่าค่ายรถใหญ่จากประเทศจีนจะสามารถประสานงานกับทางบริษัทแม่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว รวมทั้งยังได้รับการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนของรถตามที่ลูกค้าต้องการเร็วกว่าค่ายรถใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมากก็ตาม แต่การตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา หรืออาร์แอนด์ดีในเมืองไทย ก็จะมีประสิทธิภาพรวดเร็วยิ่งกว่า ดังนั้นทางบริษัทแม่ จึงได้กำหนดออกมาแล้วว่าในปี 2559 จะตั้งศูนย์อาร์แอนด์ดีทั้งในเมืองไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เพื่อให้คุณภาพ ประสิทธิภาพ และรูปลักษณ์ของตัวรถตรงกับความต้องการในแต่ละประเทศให้ได้มากที่สุด ซึ่งศูนย์อาร์แอนด์ดีแต่ละแห่งนั้น จะต้องใช้เงินลงทุนมากถึง 100 ล้านบาทเลยทีเดียว

สำหรับรถใหญ่โฟตอน ซึ่งได้วางรากฐานที่จะให้โรงงานเมนูแฟคเจอริ่ง แอนด์ ทีซีแอสแซมบลีย์ เป็นผู้ทำการประกอบนั้น เริ่มแรกจะต้องมีมาตรฐานของชิ้นส่วนที่สูงขึ้น และในอนาคตอันใกล้ก็จะต้องใช้ชิ้นส่วนที่ประกอบในประเทศให้ได้ถึง 40% เพื่อที่จะได้ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียน โดยไม่เสียภาษีส่งออก