แม้ว่าหอการค้าไทยจะคาดการณ์ว่าการขนส่งภายในประเทศจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จากเศรษฐกิจที่จะขยายตัวมากกว่า 4% แต่ในที่นี้ไม่ได้แยกอย่างละเอียดว่าการขนส่งของไทยนั้น ที่่มีทั้งขนส่งของคนไทย 100% หรือคนส่งต่างชาติที่ร่วมทุนด้วย แต่ด้วยการคลุกคลีอยู่กับขนส่งไทยบอกได้เลยว่าการขนส่งของคนไทยโตขึ้นเพียงแค่ 5% เท่านั้น

ในปีนี้มองเห็นได้ชัด ๆ คือการขนส่งของคนไทยมีการแข่งขันกันเองอย่างรุนแรง มีลดค่าจ้างลงมาต่ำกว่าต้นทุน แทนที่จะทำให้การขนส่งทางบกดีขึ้น แต่เมื่อมีผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมากกว่าผู้ว่าจ้าง แนวโน้มที่ขนส่งของคนไทยจะแย่ลงและธุรกิจขนส่งจากต่างชาติจะมาแรงขึ้น เพราะเมื่อตลาดขนส่งมีราคาถูกก็จะต้องทำให้ถูกกว่าราคากลาง เพื่อให้มีผู้มาว่าจ้างมากขึ้น ยอมขาดทุนประมาณ 3 ปี ธุรกิจขนส่งของคนไทยก็จะหายไปเป็นจำนวนมาก

หากเราเป็นขนส่งทางบกรายใหญ่ก็ให้มองข้ามขนส่งขนาดเล็กไปเลยจะดีกว่า หันมาเป็นผู้ขนส่งสินค้าจำนวนมาก ๆ ไปยังตัวจังหวัดใหญ่และกระจายไปยังอำเภอเล็ก ๆ ต่อไป นอกจากนี้จะขอเสนอทางเลือกให้กับขนส่งรายใหญ่ให้พิจารณาต่อไปว่า ประเทศในกลุ่ม CLMV ก็มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเน้นที่ประเทศกัมพูชา รองลงมาคือ เมียนมา สปป.ลาว และเวียดนามเป็นประเทศสุดท้าย

มีบริษัทขนส่งรายใหญ่แห่งหนึ่งเป็นตัวอย่างให้กับเพื่อนพันธมิตรขนส่งด้วยกัน เมื่อมีบริษัทผลิตสินค้าจากต่างประเทศในแถบยุโรปมีคำสั่งซื้อมาจากลูกค้าในกัมพูชา บริษัทขนส่งแห่งนี้ก็ไปรับสินค้ามาขากท่าเรือแหลมฉบังและขับรถข้ามแดนไปส่งที่กัมพูชาเลย และมองเห็นว่าในอนาคตก็สามารถขยายจากกัมพูชาไปยังอินเดียและจีนต่อไปได้ จึงคิดแผนที่ตั้งสาขาในกัมพูชา

ในการตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AEC ประเทศไทยถูกยกย่องให้เป็นศูนย์กลางขนส่ง ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะเป็นศูนย์กลางการขนส่งได้ ด้วยเมืองไทยมีท่าเรือขนส่งสินค้าหลายแห่ง ทั้งแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพฯ เมื่อลูกค้าในประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในอาเซียนสั่งสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาต่างก็ต้องใช้รถบรรทุกสินค้าไปส่งให้ ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้บริษัทขนส่งรายใหญ่มองข้ามการขนส่งภายในประเทศ และมุ่งขยายตัวไปยังประเทศเพื่อนบ้านแทน

ที่สำคัญได้มีบริษัทขส่งของคนไทยรายหนึ่งไปตั้งสาขาที่เมียนมา และกัมพูชา เรียบร้อยแล้ว ส่วนเป้าหมายต่อไปจะต้องขยายสาขาไปให้ครบในกลุ่ม CLMV ให้ได้

โดย…ยกล้อ