ภายใต้ยุทธจักร “สิงห์รถบรรทุก” เมืองไทย หากเอ่ยถึงค่าย “ฮีโน่” คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธความยิ่งใหญ่ของค่ายรถบรรทุกสายพันธุ์ซามูไรนี้ได้ เพราะการันตีและพิสูจน์ได้ด้วยยอดขายที่สามารถยึดหัวหาดกวาดยอดสูงลิ่วในแต่ละปี เป็นดัชนีบ่งชี้วัดความสำเร็จได้เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะผงาดทะยานสู่บัลลังก์แชมป์ได้ทุกเมื่อ คุณชิน นาคามูร่า กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงาน พร้อมกลยุทธ์สู้ศึกปี 2558 ให้ได้ทราบทั่วกัน
 
การเมืองพ่นพิษ ยอดขายรถใหญ่วูบ!
 
คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2558 นี้จะฟื้นตัวดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยอาศัยแรงหนุนจากนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมกะโปรเจกต์การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้ภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวมฟื้นตัวดีกว่าปีที่ผ่านมา
 
ตลาดรถใหญ่ปี 58 ขยายตัวเพิ่ม 20 %
 
ส่วนตลาดรถใหญ่ปี 2558 คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น 20% จากปีที่แล้ว ปีนี้ยอดขายน่าจะอยู่ 3.3 หมื่นคัน โดย  ฮีโน่ตั้งเป้าไว้ 15,000 คัน ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก เพราะยอดดังกล่าวเท่ากับว่าเราต้องทำยอดขายฮีโน่ให้โตมากถึง 45% ดังนั้น พวกเราชาวฮีโน่ต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อกรุยทางสู่เป้าหมายที่เราได้วางเอาไว้ และที่สำคัญต้องเดินหน้าอย่างมืออาชีพ เพื่อชิงส่วนแบ่งมาจากค่ายยักษ์ใหญ่เจ้าของตลาดรถใหญ่ให้ได้มากกว่านี้
 
เมื่อปี 2556 ถือเป็นปีที่สุดของเรา เพราะเรามียอดขายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 19,000 คัน แต่เมื่อปี 2557 เมื่อภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวมชะลอตัว เพิ่มแรงบวกกับวิกฤติการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบให้รถบรรทุกของทุกค่ายในเมืองไทยยอดตกตามๆ กัน  ฮีโน่ก็เช่นเดียวกัน เมื่อปีที่แล้วยอดขาย ฮีโน่ตกลงถึง 38% โดยมียอดขายรวมที่ 11,740 คัน
 
ชู TOTAL Support ดันยอดขายโต 45 %
 
ด้านการกลยุทธ์หลักเพื่อสู้ศึกตลาดรถใหญ่ปี 2558 เรามุ่งมั่นต่อการขับเคลื่อนแบรนด์ฮีโน่ให้ก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อเป็นที่ไว้วางใจและเชื่อมั่นของลูกค้า ภายใต้กลยุทธ์ TOTAL Support ที่เป็นการบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่ก่อนขาย ขายไปแล้ว จนกระทั่งรถสิ้นอายุขัยการใช้งาน
 
“อย่าลืมว่างานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ต้องใช้รถตลอด 24 ชม. ซึ่งมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างจากรถประเภทอื่นๆ เมื่อเราไม่สามารถบริการลูกค้าให้ได้อย่างครบวงจร ลูกค้าก็จะเดือดร้อนตามไปด้วย เทคโนโลยีต่างๆ ในยุคนี้ สามารถก้าวทันทัดเทียมกันได้ในห้วงเวลาอันรวดเร็ว ไม่ว่าเป็นการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เราเปิดตัวและป้อนสู่ท้องตลาด อีกไม่นานคู่แข่งก็ออกตามมาเช่นกัน แต่การบริการหลังการขาย ถือเป็นหัวใจหลักการทำธุรกิจขายรถ ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญงานบริการหลังการขายเป็นอย่างมาก”
 
ผนึกไฟแนนซ์ชั้นนำ หนุนการเงินลูกค้า
 
นอกจากนี้ เรายังผนึกกับพันธมิตรไฟแนนซ์ชั้นนำของประเทศ เพื่อสนับสนุนด้านการเงินกับลูกค้า อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษ ในช่วง 100,000 กม. รถบรรทุกฮีโน่ทุกคันสามารถนำไปเช็คระยะฟรี เปลี่ยนอะไหล่ฟรี เรากล้ายืนยันว่าฮีโน่เป็นบริษัทค่ายรถแรกที่สามารถทำอย่างนี้ได้ รวมถึงยังมีศูนย์บริการฮีโน่ทั่วประเทศอีก 81 แห่ง ที่คอยให้บริการลูกค้าฮีโน่ ปีนี้จะเพิ่มอีก 10 แห่ง ปีหน้าจะเพิ่มให้ครบ 100 แห่ง ดังนั้น ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ บวกกับประสบการณ์ที่ฮีโน่อยู่คู่กับภาคธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ไทยนาน 52 ปี  การันตีทักษะความสามารถคู่ขนานไปกับความใกล้ชิดกับลูกค้าทำให้เรารู้ใจลูกค้ามากที่สุด เราจึงเชื่อมั่นว่าฮีโน่มีความพร้อมที่จะดูแลและเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ประกอบการขนส่งไทยอย่างถึงที่สุด 
 
ปรัชญาการทำงานชาว “ฮีโน่”
 
ภายใต้ปรัชญาการทำงานที่พวกเราชาวฮีโน่ทำมาตลอด เพื่อช่วยให้ประชาชนและสินค้าสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้ด้วยความปลอดภัย ประหยัด มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรายังเดินตามคอนเซ็ปต์ที่ว่าด้วย QDR Q = Quality หมายถึงความคงคุณภาพและมาตรฐานไว้อย่างมั่นคง D=Durability หมายถึงความแข่งแกร่งทนทาน ส่วน R =Reliability หมายถึงความไว้วางใจได้เสมอ ซึ่งคอนเซ็ปต์ดังกล่าว นอกจากจะเอื้อความสำเร็จต่อองค์กรแล้ว ยังสามารถนำมาปรับกับการดำเนินชีวิตของทุกคนได้อีกด้วย โดยต้องทำตัวเองให้มีคุณภาพ ทั้งการศึกษา ร่างกาย ความคิดที่เฉลียวฉลาด และมีทัศนคติที่ดี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและผดุงชีวิตให้ประสบความสำเร็จและความสุขที่สมดุลได้
 
แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมา 52 ปีแล้วก็ตาม แต่ทว่า ดีเอ็นเอในมิติ “คุณภาพ ความแข็งแกร่ง และความไว้วางใจ” ได้หลอมรวมเป็นวัฒนธรรมองค์กร ที่ค่ายยักษ์ใหญ่อย่างฮีโน่ยังคงอยู่คู่กับวงล้อธุรกิจขนส่งไทยตราบนานเท่านาน!