ช.ทวี ผู้นำในการออกแบบผลิตสินค้าเพื่อสนับสนุนการขนส่งด้านต่างๆ มากมายหลายประเภท ที่มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี โดย “คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน จำกัด (มหาชน) หลังประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจส่วนตัวแล้ว ตั้งใจกลับไปพัฒนาบ้านเกิด “เมืองดอกคูณเสียงแคน” รวบรวมกำลังพลพรรคนักธุรกิจเมือง ก่อตั้งบริษัท พัฒนาเมืองขอนแก่น จำกัด หรือ KKTT ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาทในนามกองทุนโครงสร้างพื้นฐานจังหวัด หรือ PIF (Provincial Infrastructure Fund) ระดุมทุนจากคนขอนแก่นสร้าง “รถรางไฟฟ้า” วิ่งรอบเมือง นำร่องสายสีแดง สำราญ-ท่าพระ ระยะทาง 15 กม. ภายใต้คอนเซ็ปต์ “คนขอนแก่นสร้าง คนขอนแก่นใช้ กำไรเพื่อคนขอนแก่น” ใช้งบ 4,000 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายใน 4 ปี จากนั้นตั้งเป้าจะเพิ่มอีก 4 สายทาง 
 
 
คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท พัฒนาเมืองขอนแก่น จำกัด หรือ KKTT เปิดเผยถึงที่มาที่ไปโครงการก่อสร้างรถรางไฟฟ้าพัฒนาเมืองขอนแก่นให้พี่น้องสมาชิกได้ทราบทั่วกัน
 
ตั้งบริษัท KKTT ระดมทุน 200 ล้าน 
 
พวกเราได้ปรึกษาหารือกันระหว่างพรรคพวกนักธุรกิจหลากหลายสาขา ซึ่งล้วนแล้วเกิดที่ขอนแก่นทั้งนั้น จึงได้แนวคิดว่าเมื่อปัจจุบันมีตลาดทุนอยู่แล้ว ทำไมเราไม่รวมตัวกันแล้วสร้างกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาจังหวัดของเราเอง ผมศึกษาเรื่องนี้มานาน 4 ปี วันนี้ทุกภาคส่วนเห็นว่าใช่ แต่ไม่มีใครเป็นผู้นำ ช.ทวีเป็นบริษัทแรกในจังหวัดขอนแก่น ที่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เหมือนกับว่าเคยเดินไปดูแล้ว จากนั้นกลับมาบอกทุกคนว่าทางนี้ดี มีแสงสว่าง และสามารถช่วยได้ ทุกคนเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว จากนั้นก็เกิดรวมตัวของบรรดาเอกชนนักธุรกิจหลากหลายสาขาอาชีพ 14 รายรวมกับที่ปรึกษาแล้วก็ประมาณ 20 คน โดยที่ไม่มีกลุ่มสีการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวร่วมกันก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด หรือ KKTT โดยมีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ในนามกองทุนโครงสร้างพื้นฐานจังหวัด หรือ PIF (Provincial Infrastructure Fund) 
 
พัฒนาขอนแก่นโตอย่างยั่งยืน  
 
ประเทศไทยเราติดกับดักอยู่ 2 อย่าง อย่างแรก คือไม่มีใครประกาศว่าจะนำพาประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว วันนี้รายได้เฉลี่ยประชากรไทย 6,000 เหรียญ/คน/หัว/ปี แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วอยู่ที่ประมาณ 12,500 เหรียญ/คน/หัว/ปี ถามว่าประเทศจะก้าวไปถึงหรือเปล่า ทีดีอาร์ไอบอกว่าได้แต่ต้องรอไปอีก 40 ปี ณ วันนี้แนวทางการพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างไม่มีเป้าหมาย ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เป็นการแก้ปัญหารายวัน ส่วนกับดักที่สองนั้น คือกับดักทางความคิดของคนไทย เพราะทุกวันนี้คนไทยล้วนแล้วแต่คิดพึ่งพาคนอื่น ไม่คิดพึ่งตัวเอง วันนี้ขอนแก่นเราเจอทางออกแล้ว เราปลดล็อคกับดักทั้งสองอย่างทิ้ง เราจะไม่รอความหวังจากภาครัฐอีกต่อไป ณ วันนี้ขอนแก่นรู้เรื่องศาสตร์ในการพัฒนาเมืองขอนแก่น เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คิดแค่เมื่อปีที่แล้ว คิดกันมานานและแก้ไขกันมานานตั้งแต่รุ่นพ่อผม พี่ชายผม แต่ติดตรงกับดักที่ไม่มีเงิน เพราะต้องพึ่งพาเงินหลวงทั้งนั้น เราจึงอยากแก้ปัญหานี้ โดยเอาเงินของคนขอนแก่นพัฒนาเมืองขอนแก่นดีกว่าแนวคิดนี้จึงเป็นการสลัดออกจากกับดับทั้ง 2 อย่างออกมาได้   
 
โปร่งใส ห่วงใย เป็นธรรม และแบ่งปัน 
 
เราจัดตั้งตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ ถามว่าตลาดทุนเป็นเงินของประเทศไทยเราประเทศเดียวหรือเปล่า ก็เปล่าเลย ตลาดทุนตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่เงินของประเทศไทยเพียงประเทศเดียว เป็นเงินที่เชื่อมโยงกันทั้งโลก ถ้าเรามีแรงสนับสนุนดีพอ ถ้าเรามีเสน่ห์พอ เงินก็ไหลเข้าขอนแก่น โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดขอนแก่น ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย รวมถึงองค์กรความร่วมมืออื่นเราลงทุนครั้งนี้บนพื้นความชัดเจนในทุกมิติ ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ นอกจากนั้น เราก็เป็นห่วงต่อคนขอนแก่น ที่ทำให้คนขอนแก่นมีรายได้เพิ่ม และที่สำคัญคือเราแบ่งปันอย่างเป็นเป็นธรรม เมื่อคุณลงทุนมาเราก็แบ่งปันผลกำไรคุณกลับไป ถ้าถามว่าบริษัทผมได้ประโยชน์ไหม ผมไม่ปฏิเสธว่าผมได้ประโยชน์ แต่พี่น้องประชาชนคนขอนแก่นได้ประโยชน์มากกว่าผมซะอีก เราใช้งบประมาณครั้งนี้ 4,000 ล้านบาท โดยมีกองทุนอีก 3 กองทุนอยากเข้าร่วมทุน ซึ่งเป็นกองทุนละ 1,000 ล้านบาท แต่ตอนนี้เราอยากให้คนขอนแก่นเป็นเจ้าของก่อนเป็นอันดับแรกในราคาเจ้าของ ซึ่งผมคาดว่าเราจะระดมทุนจากคนขอนแก่นด้วยกัน 2,000-3,000 ล้านบาท 
 
นำร่องสายสีแดง สำราญ-ท่าพระ 33 กม.  
 
การออกแบบเมืองใหม่ต้องพัฒนาเมืองใหม่โดยใช้ระบบขนส่งมวลชน คือรถรางไฟฟ้า เป็นตัวขับเคลื่อนหรือเป็นตัวนำ (Transit Oriented Development : TOD ) โดยเราจะลงทุนสร้างหอประชุมเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นหอประชุมใหญ่ระดับไบเทค บางนา ตอนนี้เรามีที่ดิน เริ่มร่างสัญญา ออกแบบแล้ว เพราะเราเชื่อว่าขอนแก่นเป็นศูนย์กลาง เมื่อเออีซีเปิด การจัดประชุมระดับนานาชาติก็จะมีมากขึ้น การจัดแสดงงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติก็มีมากเช่นกัน และเรื่องต่อไปก็คือ คือรถรางไฟฟ้า สายแรก คือสายสีแดง โดยจะวิ่งตามถนนเส้นมิตรภาพในระยะทาง 33 กม.จากสำราญ (หน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น) ถึงอำเภอท่าพระ โดยเราจะใช้รถรางไฟฟ้า (RLT) ประมาณ 15 กม. 15 สถานี จากนั้นเราจะใช้รถบัส (BRT) สนับสนุน อัตราค่าบริการ 5-20 บาทตลอดสาย มี 2 ขบวน โดยมี 2-3 (3 Cars set) ตู้ต่อขบวนรถในหนึ่งเที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้เที่ยวละ 150 คน ส่วนโรงงานเราจะใช้เทคโนโลยีทรานสเฟอร์ โดยนำเข้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์สำคัญจากต่างประเทศ ส่วนที่เหลือเราจะทำเอง   
 
ปั้นแผนขยายเพิ่มอีก 4 สายทาง 
 
เส้นทางสายถนนมิตรภาพ เป็นถนนที่อุดมด้วยความเจริญในด้านต่างๆ เริ่มตั้งแต่หน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ไล่เรียงไปก็จะมีบริษัทห้างร้าน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า บิ๊กซี โลตัส แม็คโคร มหาวิทยาลัยเอกชน โรงงาน โรงพยาบาล คอนโดมิเนียม  เทอร์มินัล 21 โฮมโปร เป็นต้น การนำร่องสายสีแดงในเส้นทางถนนมิตรภาพ จึงเป็นการเปิดตัวที่เหมาะสมมากที่สุด บันไดขั้นต่อไปหลังจากนั้นเราจะขยายเพิ่มเส้นอีก 4 สายทางวิ่งครอบคลุมทั่วเมืองขอนแก่น คือสายชมพู สีเหลือง ม่วง และน้ำเงิน ตามลำดับ