ผลสรุปสถิติจำนวนรถใหม่ (ป้ายแดง) ที่จดทะเบียนโดยแยกยี่ห้อรถ ประเภทรถบรรทุกและรถโดยสารทั่วประเทศ ประจำปี 2560ที่ผ่านมา ออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยอ้างอิงจากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งถือเป็นอีกปีที่ยอดจดทะเบียนทั้งรถโดยสารและรถบรรทุกตกลงไปเป็นอย่างมาก โดยยอดจดทะเบียนรวมรถโดยสาร อยู่ที่ จำนวน 1,394 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ จำนวน1,561 คัน ลดลง จำนวน จำนวน 167 คัน ส่วนรถบรรทุกมียอดจดทะเบียนรวม อยู่ที่ จำนวน 25,605 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ จำนวน27,890 คัน ลดลง จำนวน จำนวน 2,285 คัน

ISUZU นั่งบัลลังก์แชมป์ต่อ

สำหรับสถิติจำนวนรถใหม่ (ป้ายแดง) ที่จดทะเบียนโดยแยกยี่ห้อรถ ประเภทรถบรรทุกรวมทั่วประเทศ ประจำปี 2560 โดย 3 อันดับแรกจากค่ายรถญี่ปุ่น คือ ค่าย ISUZU ครองแชมป์ต่อเนื่อง มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 12,256 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ จำนวน 12,722 คัน ลดลง จำนวน 466 คัน ตามมาด้วย ค่าย HINOมียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 10,935 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ จำนวน 11,946 คัน ลดลง จำนวน 1,011 คัน และค่าย UD TRUCKS มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 729 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ จำนวน744 คัน ลดลง จำนวน 15 คัน

SCANIA ครองแชมป์ครั้งแรก

ด้านค่ายรถจากยุโรป ค่าย SCANIA ขึ้นมานำเป็นที่ 1 ครั้งแรก โดยมียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 472 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ จำนวน 383 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 89 คัน ตามมาด้วย ค่าย VOLVO มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 347 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ จำนวน 410 คัน ลดลง จำนวน 63 คัน และค่าย IVECO มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 79 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ จำนวน 127 คัน ลดลง จำนวน 48 คัน

SANY ยอดตกแต่ยังเป็นผู้นำ

ฟากค่ายรถจากจีน ค่าย SANY นำเป็นที่ 1 โดยมียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 124 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ จำนวน 142 คัน ลดลง จำนวน 18 คัน ตามมาด้วย ค่าย FOTON มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 94 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ จำนวน 119 คัน ลดลง จำนวน 29 คัน และค่าย FAW มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 75 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ 96 คัน ลดลง จำนวน 21 คัน

บัส SUNLONG ยอดทะลุเป้า

ในส่วนของสถิติจำนวนรถใหม่ (ป้ายแดง) ที่จดทะเบียนโดยแยกยี่ห้อรถ ประเภทรถโดยสารรวมทั่วประเทศ โดยค่ายที่มียอดจดทะเบียนประจำปี 2560 มากที่สุด คือ ค่าย SUNLONG มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 596 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ 142 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 454 คัน ตามมาด้วย ค่าย HINO มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 266 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ 228 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 38 คัน และค่าย VOLVO มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 224 คัน จากปี 2559 อยู่ที่ 82 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 142 คัน

สแกนเนีย วางเป้าขาย 790 คัน

คุณสเตฟาน ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถบรรทุกและรถบัสโดยสารในปี 2017 โดยภาพรวมของตลาดมียอดการจดทะเบียนที่ลดลง แต่ในทางกลับกันการเติบโตของสแกนเนียในประเทศไทยมียอดขายสูงถึง 609 คัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 30% โดยแบ่งเป็นรถบรรทุก 472 คัน เพิ่มขึ้น 24% และรถโดยสาร 137 คัน เพิ่มขึ้น 27% นอกจากนี้ การให้บริการหลังการขายของสแกนเนียก็มียอดเติบโตเพิ่มสูงขึ้นถึง 25% ด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกถึงความพึงพอใจของลูกค้าในการให้บริการของสแกนเนีย

ปี 2560 ที่ผ่านมา เราสามารถก้าวสู่เบอร์หนึ่งได้สำเร็จ มาในปีนี้ เราจะขยายสาขารองรับจำนวนรถสแกนเนียในตลาดที่เพิ่มขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยสแกนเนียคาดว่าในปี 2018 จะเพิ่มยอดขายสำหรับรถบรรทุกได้ที่650 คัน และรถบัสโดยสาร 140 คัน รวมเป็น 790 คัน และจะยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์ได้เช่นเดิม ทั้งนี้ ยังคงเน้นนโยบายในเรื่องของการให้บริการหลังการขายเป็นสำคัญ เพราะทุกอย่างนั้นเริ่มต้นมาจากลูกค้า สแกนเนียจึงพยายามที่จะทำให้รถที่ลูกค้าแต่ละรายซื้อได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานให้ได้มากที่สุด”

วอลโว่ กรุ๊ป มองปี 61 สัญญาณบวก

คุณกําลาภ ศิริกิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จํากัด ซึ่งเป็นผู้ผลิต และจัดจําหน่ายรถบรรทุกวอลโว่ ทรัคส์ และยูดี ทรัคส์ เปิดเผยว่า ตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่และขนาดกลางเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา หดตัวลงประมาณ 6.3% จาก 25,178 คันในปี 2559 มาเป็น 23,600 คันในปีที่แล้ว โดยรถบรรทุกขนาดใหญ่ลดลงประมาณ 5.1% จาก 17,172 คันในปี 2559 มาเป็น 16,293 คันเมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่รถบรรทุกขนาดกลางลดลงมากถึง 8.7% จาก 8,006 คันในปี 2559 มาเป็น 7,307 คัน เมื่อปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 นี้ เริ่มมีสัญญาณที่เป็นบวกมากขึ้นโดยเฉพาะโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคที่รัฐบาล โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคําสั่งตามมาตรา 44 เมื่อปลายปี ที่แล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่ง จัดทําผังพื้นที่ระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ Eastern Economics Corridor (EEC) ให้เสร็จภายใน เดือนกรกฎาคม 2561ซึ่งนโยบายนี้เป็นที่จับตามองของนักลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศจีน ซึ่งหากเป็นไปตามคําสั่งรัฐบาลมาตรา 44 ก็จะสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

สําหรับวอลโว่ กรุ๊ป นั้น มียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จาก 1,191 คันเมื่อปี 2559 มาเป็น 1,251 คันเมื่อปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็นรถวอลโว่ ทรัคส์ 356 คัน และรถยูดี ทรัคส์ 895 คัน ซึ่งถือว่า ดีกว่าตลาดโดยรวมที่มีอัตราเติบโตติดลบประมาณ 6.3% ทั้งนี้เป็นผลจากการเปิดตัวรถบรรทุกขนาดกลาง ยูดี โครเนอร์ เมื่อต้นปีที่แล้ว

เบนซ์ พร้อมวิ่งชนเป้า 200 คัน

คุณสุรัติ วทานิยปราโมทย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย ทรัค จำกัด ตัวแทนจำน่าย (ดีลเลอร์)รถใหญ่ยี่ห้อ เมอร์เซเดสเบนซ์ เปิดเผยว่า สำหรับยอดขายที่วางเป้าไว้ในปี 2561 นี้ แบ่งเป็นรถบรรทุก จำนวน 100 คัน และรถโดยสาร จำนวน 100 คัน ซึ่งเมื่อรวมกับยอดจำหน่ายที่ขายได้ในปีที่แล้ว จำนวน 120 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก จำนวน 50 คัน และรถโดยสาร จำนวน 70 คัน จึงทำให้รถใหญ่เบนซ์มีวิ่งอยู่บนถนนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ทางบริษัทฯ จึงได้วางแผนที่จะให้เพื่อน ๆ ดีลเลอร์พันธมิตรทั้ง 9รายทั่วประเทศ ที่จำหน่ายรถใหญ่ฟูโซ่ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายของเดมเลอร์ ที่ดูแลทั้งรถใหญ่เบนซ์และฟูโซ่ ทำการซ่อมบำรุงรถใหญ่ยี่ห้อเบนซ์เพิ่มอีกยี่ห้อหนึ่งด้วย

MAN วางยอดขาย 120 คัน

คุณธนภัทร อินทวิพันธุ์ กรรมการบริหาร บริษัท ทีซี อินดัสเดรียล อีควิปเม้นท์ (ประเทศไทยจำกัด หรือ MCVT ผู้แทนจำหน่ายรถใหญ่ ยี่ห้อ MAN เปิดเผยว่า สำหรับยอดขายรถใหญ่ MAN ในปี 2561 นี้ ทางบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าไว้ประมาณ 120 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก จำนวน 8คัน และรถบัส จำนวน 4คัน ซึ่งเพิ่มมาจากปีที่ผ่านมาไม่มากนัก สาเหตุเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ยังไม่เติบโตมากนัก ทำให้รถใหญ่ทุกยี่ห้อต่างต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือด และกลยุทธ์ทางการตลาดที่ได้วางไว้คือจะมีรถหัวลากรุ่นใหม่ เครื่องยนต์ 280 แรงม้า ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2.2ล้านบาท ซึ่งถือว่าถูกมาก แต่มีคุณภาพในการใช้งานที่สูงเป็นอย่างมาก แถมยังดูแลรักษาง่าย และทางบริษัทฯ พร้อมดูแลให้เต็มที่ด้วย จึงเชื่อว่าจะเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าได้

ส่วนรถบัสนั้น จะมีขนาดเครื่องยนต์ใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่ม คือ ขนาด เพลา เครื่องยนต์ 350 แรงม้า ซึ่งประกอบจากโรงงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยใช้เครื่องยนต์และแซสซีส์นำเข้ามาจากบริษัทแม่ ประเทศเยอรมนี ซึ่งจะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้ามาในประเทศไทยแต่อย่างใด และจะทำให้ราคาจำหน่ายที่สมเหตุสมผล ลูกค้าสามารถจับต้องได้ ที่สำคัญลูกค้าสามารถรับรถได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ ยังได้ขยายดีลเลอร์เพิ่มขึ้นอีกด้วย จากเดิมมีอยู่ จำนวน แห่ง และจะเพิ่มอีก จำนวน แห่ง รวมเป็น 9แห่ง ซึ่งดีลเลอร์ทุกรายจะต้องมีรถโมบายเซอร์วิสบริการลูกค้าตลอด 24 ชมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกจังหวัดทั่วประเทศว่า จะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่แน่นอน

ฮีโน่ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ลูกค้า

คุณดลฤดี ศรีม่วง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการขาย บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทยจำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่ยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดขายรถฮีโน่ทุกรุ่น เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา สามารถจำหน่ายได้มากถึง 12,000 คัน โดยในปี 2561 นี้ คาดว่า ความต้องการตลาดรวมจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3% ทั้งนี้เป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจยังไม่เติบโตขึ้นมากนัก แต่ก็มีโครงการเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ได้เริ่มโครงการแล้วหลายโครงการ ทำให้ความต้องการรถใหญ่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ในปี 2561 นี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณท์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้รถที่ดี มีเทคโนโลยีที่สูง และตรงกับความต้องการของลูกค้า และขอให้มั่นใจได้เลยว่า ฮีโน่ฯ ยินดีสนับสนุนทุกความต้องการของลูกค้า เพื่อก้าวเข้าไปเป็นรถบรรทุกอันดับ ในใจของทุกคน

อีซูซุ ครองส่วนแบ่งตลาด 49%

คุณโทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันอีซูซุมีกำลังผลิตรถบรรทุกอยู่ที่ 25,000-26,000 คันต่อปี และอนาคตที่ประเทศไทยต้องรับผิดชอบในส่วนของการผลิตเพื่อส่งออกเเน่นอน ขณะที่ตลาดรถบรรทุกโดยรวมในปี 2560 อีซูซุมียอดขายประมาณ 13,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 12,000 คัน มีส่วนเเบ่งทางการตลาดที่ 49% ด้านสัดส่วนการขายนั้นแบ่งเป็นรถบรรทุกขนาดกลาง ตระกูลเอ็น ซีรีส์ 50% และรถบรรทุกขนาดใหญ่ เอฟ ซีรีส์ และ จีซีรีส์ อีก 50% โดยในจำนวนนี้ยอดขายของระหว่าง 2 รุ่น จะเป็น 80% และ 20% ตามลำดับ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราสามารถรักษาส่วนเเบ่งทางการตลาดอยู่ในอันดับหนึ่งมาได้อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาที่ค่อนข้างนานมากกว่าในรอบหลาย 10 ปี ซึ่งจะเห็นตลาดนี้ผู้นำตลาดเบอร์ 1 และ 2 มีส่วนเเบ่งทางการตลาดรวมกันถึง 90%”

โฟตอน เปิดตัวรุ่นใหม่สู้

คุณภานุวัฒน์ ภาวะภตานนท์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย บริษัท โฟตอน ออโต้โมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยทางบริษัทฯ มีความมุงมั่นที่จะรุกตลาดขนส่งในเมืองไทยอย่างเต็มที่ โดยในเดือนเมษายน 2561 นี้ จะทำการเปิดตัวรถใหญ่รุ่นใหม่ จำนวน แบบ ได้แก่ 1.รถบรรทุก ล้อ ที่มีเครื่องยนต์ 3ขนาด คือ 245 แรงม้า 210 แรงม้า และ 168 แรงม้า ซึ่งแต่ละรุ่นจะเน้นเจาะกลุ่มขนส่งที่บรรทุกสินค้าแตกต่างกัน และระยะทางแตกต่างกันไม่มากนัก แต่เชื่อว่าตรงใจผู้ประกอบการแน่นอน 2.รถมิกเซอร์ ที่มีทั้งขนาด คิว เครื่องยนต์ 160 แรงม้า และขนาด คิว เครื่องยนต์ขนาด 350 แรงม้า ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ตั้งแต่งานเล็กไปจนถึงงานขนาดใหญ่ได้ และ 3.รถหัวลาก เครื่องยนต์ 400 แรงม้า เพื่อเป็นตัวเสริมจากเมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ได้ทำการเปิดตัวรถรุ่น EST เครื่องยนต์ 380 แรงม้า และ 430 แรงม้า ทั้งนี้ เพื่อที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น และให้ลูกค้าได้เลือกรถใหญ่ที่ตรงกับงานขนส่งให้ได้มากที่สุด

สำหรับเป้าหมายในการขายที่ได้วางไว้สำหรับรถใหญ่ทุกรุ่นในปี 2561 นี้ ก็คือจะต้องขายได้ถึง 400 คันเป็นอย่างน้อย เพราะด้วยคุณภาพที่ดี ราคาขายที่ถูก และการการันตีที่สูง จึงมั่นใจว่า จะต้องเป็นไปตามจุดประสงค์ที่วางไว้อย่างแน่นอน ส่วนการสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้านั้น ภายในสิ้นปี 2561 นี้ จะต้องมีตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์รถใหญ่โฟตอน จำนวน 10 แห่งทั่วประเทศเป็นอย่างน้อย ซึ่งทุกแห่งจะต้องมีทั้งโชว์รูม ศูนย์บริการ และโกดังสต๊อกอะไหล่ ร่วมถึงยังต้องมีรถโมบายเซอร์วิสบริการนอกสถานที่อีกด้วย

รัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพียบ

คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในปี 2561 เตรียมลงทุนเพิ่มอีก 8 โครงการ โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 1.03 แสนล้านบาท ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าภูมิภาค 4 โครงการใน จ.ภูเก็ต จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา และจ.เชียงใหม่, โครงการทางด่วนมอเตอร์เวย์ 2 โครงการ สายรังสิตบางปะอิน และสายกรุงเทพฯมหาชัย, โครงการปรับปรุงสนามบินขอนแก่น และสนามบินกระบี่, โครงการท่าเรือบกที่ จ.ขอนแก่น

ทั้งนี้ ยังมีโครงการที่จะดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปี 2561 จะมีรวมทั้งสิ้น 51 โครงการ แยกเป็น โครงการที่เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะกรรมการ PPP จำนวน 24 โครงการ และอยู่ระหว่างประกวดราคา 27 โครงการ โดยเป็นโครงการต่อเนื่อง 43 โครงการ งบลงทุน 1.27 ล้านล้านบาท ส่วนอีก 8 โครงการใหม่ในปี 2561 จะใช้งบลงทุน 1.03 แสนล้านบาท

โดย…กองบรรณาธิการ BUS & TRUCK