การกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ถือได้ว่ามีส่วนสำคัญเป็นมากที่จะร่วมด้วยช่วยกันให้ชาติไทยกลับมาแข็งแกร่ง และในโอกาสที่ประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะเปิดเต็มบานในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 นี้ เจ้ากระทรวงต่างๆ ก็เริ่มเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับกระทรวงคมนาคม ที่มี “พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เร่งทำงานอย่างสุดความสามารถ เพื่อผลักดันให้นโยบายของรัฐบาล เดินหน้าได้ตามแผน
 
  
เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
 
กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ ให้เชื่อมโยงโครงข่ายหลักของประเทศ ได้แก่ ปรับปรุงขยายท่าอากาศยานแม่สอด จ.ตาก การก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 ตาก-แม่สอด ตอน 4 สะพานข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 การออกแบบขยายทางหลวงให้เป็น 4 ช่องจราจร ในเส้นทางอรัญประเทศ-ชายแดนไทย/กัมพูชา (หนองเอี่ยน – สตึงบท) ทางหลวงหมายเลข 3 ตราด-หาดเล็ก ตอน 2 พิจารณาแนวเส้นทางใหม่ของทางหลวงหมายเลข 12 กาฬสินธุ์-นาไคร้-อ.คำชะอี ตอน 1 การดำเนินงาน ท่าเรือสงขลา แห่งที่ 2 เส้นทางถนนและรถไฟจากปากบารา-ท่าเรือสงขลา แห่งที่ 2 รวมทั้งมอบให้กรมทางหลวงเร่งศึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการมอเตอร์เวย์ สายสะเดา-หาดใหญ่
 
ร่วมมือพัฒนาด่านชายแดน
 
ส่วนเรื่องเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนั้น คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ได้กำหนดให้ 5 พื้นที่ชายแดน ได้แก่ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พื้นที่ชายแดน จ.ตราด พื้นที่ชายแดน จ.มุกดาหาร และ อ.สะเดา จ.สงขลา (ด่านศุลกากรสะเดา และปาดังเบซาร์) เป็นตัวแทนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะพัฒนาในระยะแรก ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวต้องต้องร่วมกันพัฒนา เพื่อให้การขนส่งมีความคล่องตัวมากขึ้น
 
โดยมีรายละเอียด ประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ด่านศุลกากร การบริหารจัดการด่านชายแดน นิคมอุตสาหกรรม และระบบสาธารณูปโภค (ชลประทาน ประปา ไฟฟ้า) เพื่อให้มีประสิทธิภาพและสามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายหลักของประเทศ รวมถึงบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความสะดวกในการขนส่งสินค้า และการเดินทางข้ามพรมแดน
 
 
หนุนพัฒนา จุดพักรถบรรทุก
 
ตามที่กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการพัฒนาจุดพักรถบรรทุกตามเส้นทางการขนส่งสินค้าสายหลักของประเทศจำนวน 41 แห่ง รวม 3 ระยะระหว่างปี 2559-2573 เพื่อลดอุบัติภัยและความสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความอ่อนล้าของผู้ขับรถบรรทุก และการจอดพักบริเวณไหล่ทางถนนให้ผู้ขับรถได้มีสถานที่สำหรับจอดพักรถบรรทุกได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งยกระดับการบริหารจัดการขนส่งสินค้าทางถนนให้มีประสิทธิภาพ และสามารถลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้น 
 
โดยดำเนินการนำร่องเป็นแห่งแรกในจุดจอดพักรถบรรทุกอำเภอเนินสูง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา (ขาเข้า) มีเนื้อที่ 13 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่จอดรถ 23 คัน พื้นที่จอดรถส่วนบุคคล 22 คัน และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่เพียงพอต่อการให้บริการ และทางกรมการขนส่งทางบกได้ทำเรื่องเชิญชวนผู้ประกอบการขนส่งนำรถบรรทุกเข้าใช้บริการ ณ จุดจอดพักรถบรรทุก อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมาแล้ว ซึ่งจะเปิดให้บริการเดือนเมษายน 2558 นี้เป็นต้นไป
 
อย่างไรก็ดี แผนการพัฒนาจุดพักรถบรรทุกตามเส้นทางขนส่งสินค้าสายหลักทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 41 แห่ง แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ จุดจอดพักรถบรรทุก (Truck Rest Area) จำนวน 28 แห่ง เป็นจุดพักรถขนาดเล็กที่มีการใช้งานในระยะเวลาสั้นๆ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการหยุดพักรถ และศูนย์บริการพักรถบรรทุก (Truck Service Area) จำนวน 13 แห่ง เป็นจุดพักรถขนาดใหญ่ ที่มีการใช้งานระยะเวลานาน มีบริการที่เกี่ยวเนื่อง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่อย่างเหมาะสม 
 
ทั้งนี้ การพัฒนาจุดพักรถบรรทุกดังกล่าว เพื่อสร้างความปลอดภัยสำหรับผู้ขับรถบรรทุก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ที่จอดรถ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง ร้านอาหารโดยไม่มีกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตทางหลวงและพื้นที่ของทางราชการ ส่วนศูนย์บริการพักรถบรรทุก นอกจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานแล้วจะมีศูนย์ซ่อมบำรุงและมีศูนย์ควบคุมในด้านความปลอดภัยมีการเชื่อมฐานข้อมูลของรถบรรทุกกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อควบคุมรถบรรทุกให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งเรื่อง น้ำหนักตัวรถ การพักรถ ความปลอดภัยในการขนส่ง ซึ่งจะต้องออกกฎกระทรวงในเรื่องความปลอดภัยในการขนส่งด้วยรถบรรทุก เพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และครอบคลุมเส้นทางขนส่งสินค้าหลักทั่วประเทศ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าในประเทศและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 2573