โดย…วณัฐสุข สงวนศิริ

พัฒนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของกรมการขนส่งทางบกก็มีมาอย่างต่อเนื่อง เป็นความห่วงใยและตั้งใจให้วงการบรรทุกขนส่งคนโดยสาร สัตว์ และสิ่งของ มีความปลอดภัย มีมาตรฐานและได้รับประโยชน์ต่าง ๆ อีกมากมาย

ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ความปลอดภัยจะช่วยลดต้นทุน จะช่วยให้มีกำไรเพิ่มมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างในระยะยาว เมื่อมีการริเริ่มพัฒนาต่าง ๆ ก็ย่อมมีความเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบเกิดขึ้นตามมาบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

ผู้ประกอบการฯ อาจจะเหนื่อยเพิ่มขึ้นบ้าง อาจจะต้องมีการบริหารจัดการซับซ้อนมากขึ้น แต่จะอย่างไรก็ตามก็มีความเชื่อว่ากรมการขนส่งทางบกมีความหวังดีกับประชาชนเสมอ

สำหรับประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง หลักสูตร ระยะเวลา และหลักเกณฑ์การอบรมผู้ขับรถที่ใช้ในการขนส่ง พ.. 2560 (การอบรมพนักงานขับรถประจำปี) ประกาศ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ลงนามโดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก สนิท พรหมวงษ์ เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

ภายในปี 2561 สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

ภายในปี 2562 สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางฯ

และภายในปี 2563 สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล ที่บรรทุกคนโดยสาร ขนส่งสัตว์และสิ่งของ (รายละเอียดต่าง ๆ สามารถสอบถามได้ที่ สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก ในวันและเวลาราชการ)

หลักสูตรมีทั้งหมด 7 บท ประกอบด้วย 1.ทัศนะคติและจิตสำนึกในการขับรถอย่างปลอดภัย 2.การเตรียมความพร้อมของสภาพร่างกายและจิตใจของพนักงานขับรถ 3.การเตรียมความพร้อมของรถ 4.การขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ 5.การประเมิน ควบคุม และแก้ไขสถานการณ์ไม่ปกติและฉุกเฉิน 6.การบริหารจัดการความเหนื่อยล้า และ 7. การขับรถประหยัดน้ำมัน ในแต่ละบทก็จะมีหลายหัวข้อย่อย เมื่ออ่านดูแล้วพบว่ามีรายละเอียดดีมาก ๆ

การอบรมพนักงานขับรถในประเทศไทยเริ่มมีมาหลายปี ซึ่งมีหลากหลายบริษัทหลากหลายธุรกิจที่มีการอบรม ตัวอย่าง เช่น กลุ่มบริษัทบรรทุกขนส่งวัตถุไวไฟ กลุ่มวัตถุอันตราย เป็นต้น การที่บริษัทมีข้อกำหนดให้ต้องมีการอบรมพนักงานขับรถก็เพื่อจะให้ทุกคนมีความรู้ที่เหมือนกัน มีแนวปฏิบัติเดียวกัน เมื่อทุกคนรู้และปฏิบัติเหมือนกันก็จะช่วยให้ พนักงานขับรถทั้งองค์กรมีพฤติกรรมการขับขี่เหมือนกัน มีวัฒนธรรมที่มาตรฐาน (พฤติกรรมการขับขี่ทั่วไปมี 5 พฤติกรรม ประกอบด้วย พฤติกรรมมาตรฐาน พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางบวก พฤติกรรมการขับเบี่ยงเบนทางลบ พฤติกรรมการขับไม่ดี และพฤติกรรมการขับดี)

การอบรมเป็นวิธีหนึ่งที่นำมาใช้หล่อหลอมให้พนักงานขับรถมีมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร การถ่ายทอดความรู้ที่จะช่วยให้เข้าใจได้เร็วและจดจำก็ควรจะประกอบด้วย การอบรมภาคทฤษฏีหรือการให้ความรู้ทางวิชาการหรือทางเทคนิคและการปฏิบัติจริงซึ่งเราจะเห็นว่าผู้เข้าอบรมสามารถปฏิบัติได้หรือไม่ ยกตัวอย่าง เช่น การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า การจับพวงมาลัย การเข้าโค้งช้าออกโค้งเร็ว การมองกระจกข้าง การมองไปข้างหน้า เป็นต้น การอบรมเฉพาะภาคทฤษฏีจะได้ผลในระดับหนึ่งส่วนการปฏิบัติจะช่วยให้ได้ผลมากยิ่งขึ้นครับ