“ไทคอน” ผู้นำตลาดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ทุ่มงบลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท ชูกลยุทธ์ Total Dimension ขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ พร้อมขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในอาเซียนภายใน 3 ปี

คุณวีรพันธ์ พูลเกษ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TICON กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาถือเป็นอีกปีที่มีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของบริษัทฯ อาทิ การเข้ามาถือหุ้นของ บริษัท เฟรเซอร์ส เซ็นเตอร์พอยต์ ลิมิเต็ด (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด) ซึ่งมีธุรกิจหลักในการพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท ถือเป็นการเริ่มต้นในการปรับโมเดลธุรกิจของไทคอนครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเริ่มส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมาเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะจากการปรับโครงสร้างทางการเงิน จากเงินเพิ่มทุนกว่า 13,000 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มรายได้ค่าเช่ามากขึ้น สร้างความมั่นคงในโครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ ทำให้ผลการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมาน่าพึงพอใจ จะเห็นได้จากผลประกอบการรวมกว่า 2,086 ล้านบาท โดยมียอดกำไรสุทธิ 482 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากปี 2559

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ผนึกกำลังกับบริษัท เซอร์ยา ซีเมสตา อินเตอร์นูซ่า จำกัด (มหาชน) หรือ SSIA ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของอินโดนีเซีย เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าในประเทศอินโดนีเซีย ในปีที่ผ่านมาก็สามารถคว้าบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่างยูนิลีเวอร์ ยามาฮ่า อายิโนะโมะโต๊ะ และหัวเว่ย มาเป็นลูกค้า และได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี โดยมีผู้เช่าคลังสินค้าเต็มทุกพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมในปีนี้ คาดว่ามีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมองเห็นสัญญาณบวกจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ แรงหนุนด้านการลงทุนของรัฐบาล อาทิ การลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง การอนุมัติร่าง พ.ร.บ. โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เป็นต้น อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนที่มาจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในธุรกิจ New S-Curve รวมถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ที่จะนำไปสู่ความต้องการด้านการจัดเก็บและกระจายสินค้า ซึ่งปัจจัยข้างต้นส่งผลให้ความต้องการโรงงานและคลังสินค้าที่มีมาตรฐานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยบวกในตลาดดังที่ได้กล่าวมา บริษัทจึงได้ทุ่มงบลงทุน 10,000 ล้านบาท พร้อมประกาศโรดแมปแผนการดำเนินธุรกิจ 3 ปี ภายใต้ปรัชญาการดำเนินงานในการเป็น “ผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์อันทรงคุณค่าเพื่อลูกค้า” หรือ “Delivering Valuable Experiences” โดยเราจะเป็นเสมือนเพื่อนคู่คิด ของลูกค้าและพันธมิตร ที่พร้อมจะส่งมอบสินค้า โซลูชั่น และบริการที่ตรงความต้องการ ที่สำคัญจะใช้นโยบายเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนองค์กรและพันธมิตรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ หรืออุตสาหกรรมยุค 4.0 ที่จะเข้ามามีบทบาทในอนาคตอันใกล้” คุณวีรพันธ์ กล่าว

ด้าน คุณโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับโรดแมปหรือแผนการดำเนินธุรกิจ 3 ปี ไทคอนจะใช้กลยุทธ์ Total Dimension ขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติผ่านแผนธุรกิจเชิงรุก 4 ด้าน ดังนี้ 1.รุกเจาะตลาดด้วยจุดแข็งด้านบริการที่ครบวงจร พร้อมเปิดธุรกิจใหม่ขยายฐานลูกค้า 2.รุกสร้างนวัตกรรมให้องค์กรและผลิตภัณฑ์ 3.รุกผลักดันธุรกิจให้เติบโต และ 4.รุกวางรากฐานการเงินที่แข็งแกร่ง สร้างสมดุลด้านการบริหารจัดการรายได้

“จากกลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ และแผนธุรกิจต่างๆ ภายใต้โรดแมป 3 ปีที่วางไว้ ตลอดจนการเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้ประกอบการทุกอุตสาหกรรมและกลุ่มนักลงทุน เรามั่นใจว่าจะช่วยผลักดันกำไรสุทธิปีนี้ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด สามารถครองความเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศให้กว้างขึ้น และก้าวสู่ผู้นำตลาดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมในระดับอาเซียนภายในปี 2020 ด้วยพื้นที่บริหารจัดการกว่า 3 ล้านตารางเมตร” คุณวีรพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย