โดย…วณัฐสุข สงวนศิริ

ประเทศไทยของเรากำลังพัฒนาปรับปรุงสร้างถนนหนทางเพิ่มสำหรับรองรับปริมาณการสัญจรทางบกให้เพียงพอสำหรับปริมาณคนและสินค้าในอนาคตอันสืบเนื่องมาจากการเปิดเสรีทางการค้าในกลุ่มอาเซียนที่มีประชากรรวมกันหลายร้อยล้านคน

และโอกาสการที่ประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางการค้าในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านหลักประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม การขนส่งสินค้าและการเดินทางของคนจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้องพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องอาศัยถนน ความต้องการในด้านปัจจัย 4 คือสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วอย่างต่อเนื่องและก็จะยิ่งขยายเพิ่มขึ้น

หากถามว่าแล้วในอนาคตจะมีชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยมากเท่าใดก็คงขออนุญาตนำเอาคำพูดของ อ. ดร. เชี่ยว ชอบช่วย (พิธีการรายการบ้านไม่บาน ผศ. ดร. ภัทรพล เวทยสุภรณ์ ผู้คร่ำหวอดในวงการอาพาร์ตเมนต์ให้เช่า) กล่าวไว้ในหนังสือ สร้างเครื่องผลิตเงินอัตโนมัติที่ใครก็ทำได้ พิมพ์เมื่อปี 2559 หน้า 192 ย่อหน้า 2 ว่า “เมื่อได้เปิดการค้าเสรีอาเซียนสมบูรณ์แบบแล้ว ชาวต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเพื่อนบ้านเราจะยิ่งเข้ามาในประเทศของเรามากขึ้น จากประชากร 60 ล้านคนก็กลายเป็น 600 ล้านคน”

สำหรับถนนหมายเลข 359 ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองตอนจากแหลมฉบัง – หนองคายเมื่อสร้างเสร็จก็จะช่วยให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้นโดยเฉพาะจากเส้น 359 เดิม (สระแก้ว – เขาหินซ้อน) ไปท่าเรือแหลมฉบังก็ไม่ต้องกังวลว่าการจราจรจะติดขัดอีกต่อไป สำหรับการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ระยะตามสีที่ปรากฏในภาพ ระยะทางจากแหลมฉบังไปบรรจบกับเส้น 359 เดิมก็ 125 กิโลเมตรค่าก่อสร้าง 7 หมื่นกว่าล้าน

(ภาพจาก Google)

จุดเริ่มต้นจากแหลมฉบังจากถนนสุขุมวิทก็ประมาณพิกัดหลักกิโลเมตรที่ 130 + 500 เมื่อดูจากภาพก็พบว่าเกือบ ๆ จะขนานกับสาย 331 จะอย่างไรก็ตามสำหรับตอนที่ 3 ว่าเส้นทางสายนี้จากสระแก้วจะไปถึงหนองคายได้อย่างไร ตัดผ่านที่ไหนบ้างก็จะติดตามข้อมูลมานำเสนอในโอกาสต่อไป

ถนนสายนี้มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว จะเอื้ออำนวยให้การขนส่งระหว่างภาคตะวันออกของไทยไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและลาวใต้ อีกทั้งจากภาคตะวันออกไปสู่ประเทศกัมพูชาฝั่งอรัญประเทศคลองลึกปอยเปตซึ่งเป็นด่านชายแดนที่มีสินค้าผ่านเข้าออกมากเป็นอันดับหนึ่ง สินค้าหลักสินค้าสำคัญจากไทยไปกัมพูชาจะผ่านที่นี่มากที่สุด

ในส่วนที่จะเกิดประโยชน์กับคนไทยผู้ใช้ทางสัญจรก็มีมากเช่นกัน เส้นทางที่เพิ่มขึ้นช่วยลดร่นระยะเวลาในการเดินทาง ประหยัดเชื้อเพลิง ทั้งนี้และทั้งนั้นเพราะการจราจรไม่ติดขัดนั่นเอง อีกทั้งในยามที่เกิดน้ำท่วมถนนบางเส้นรถยนต์อาจไม่สามารถผ่านได้ เราก็จะยังคงมีเส้นทางสำรองให้สัญจรไปมาไม่ทำให้เศรษฐกิจหรือการบรรทุกขนส่งสินค้าหยุดชะงัก และที่สำคัญอีกประการหนึ่งเมื่อถนนมีเพียงพอ การขับรถก็ไม่เครียดและนั่นย่อมส่งผลให้เกิดความปลอดภัยตามมาอย่างแน่นอนครับ