หลังจากดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ดร.ชุมพล สายเชื้อ เลขาธิการสหพันธ์การขนส่งฯ และคุณสิรภพ พิชัยรัตนพงศ์ เหรัญญิกสหพันธ์การขนส่งฯ ได้เข้ามาเป็นสามทหารเสือ และเป็นแกนหลักในการดูแลสมาชิกทั้งหมด 11 สมาคมขนส่งทางบกต่าง ๆ โดยปัจจุบันใกล้ครบวาระการทำงาน 2 ปีแล้ว

อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนเมษายน 2561 นี้ ทางสหพันธ์การขนส่งฯ จะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีและเลือกตั้งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนสามทหารเสือชุดปัจจุบัน

สำหรับผลงานเด่นของสหพันธ์การขนส่งฯ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น ถือได้ว่าสามารถสร้างประโยชน์ให้กับบรรดาสมาชิกอย่างมากมาย ซึ่งแยกออกเป็น 3 ผลงานเด่น

เริ่มจากเรื่องแรก คือ การช่วยให้ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกสามารถส่งสินค้าในเขตสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง หรือ ICD ลาดกระบัง ได้รวดเร็วขึ้น เพราะแต่เดิมนั้น ในเขต ICD ลาดกระบัง สภาพถนนแทบจะใช้งานไม่ได้เลย และการจราจรแทบจะเป็นอัมพาต เพราะมีผู้วางสิ่งของและทำการค้ารุกพื้นที่ออกมามากเกินครึ่งหนึ่งทีเดียว ซึ่งผู้ที่รับผลกระทบหนักก็คือ กลุ่มขนส่งสินค้าไม่สามารถส่งตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นรถไฟไปยังท่าเรือแหลมฉบังได้ทันเวลาที่กำหนด ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก

จึงได้ประสานงานไปยังกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (...) ซึ่งที่เป็นเจ้าของสถานที่ รวมถึงยังมีการประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้สภาพการจราจรสามารถใช้งานได้ดีขึ้น จนส่งผลให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากการร่วมประชุมและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็ถือว่า เป็นการลดความเดือดร้อนให้กับบรรดาสมาชิกได้ในระดับหนึ่ง

เรื่องที่สอง คือ เมื่อปี 2560 ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ออกกฎระเบียบให้รถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปต้องติดระบบ GPS ด้วยจุดประสงค์เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานบนถนนมากที่สุด แต่ผู้ประกอบการขนส่งได้รับความเดือดร้อนในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ด้วยระบบ GPS ยังไม่มีความเสถียรภาพ มีการรายงานข้อมูลของรถ 10 ล้อขึ้นไปคาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จึงได้เข้าพบและรายงานความเป็นจริงทุกอย่างให้ทางกรมการขนส่งทางบกได้รับทราบ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับและเลื่อนระยะเวลาการบังคับใช้ GPS ออกไปก่อน ซึ่งคาดว่าจะงานจริงได้ภายในปี 2561 นี้

หลังจากมีการหารือเรื่องนี้แล้วได้ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งส่วนมากมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เพราะจากความไม่เสถียรภาพของศูนย์ตรวจสอบ GPS ส่งผลให้มีบริษัทขนส่งบริษัทหนึ่งมีค่าปรับที่ส่งมาทางไปรษณีย์มากถึงเดือนละ 100,000 บาทีเดียว ซึ่งหากต้องจ่ายจริงก็แทบจะไม่มีกำไรเลย โดยทางกรมการขนส่งทางบกก็รับเรื่องไว้และไม่มีการปรับใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะทางกรมการขนส่งทางบกก็ยอมรับว่า ศูนย์ตรวจสอบระบบ GPS ยังไม่มีความเสถียรภาพเต็มที่ ได้รับปากว่าจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ตรงนี้ต้องมีการหารือกันอีกต่อไป

และเรื่องที่สาม คือ เรื่องการจัดทำโครงการอบรมคนขับรถใหญ่ หรือ โครงการพัฒนาผู้ขับขี่รถบรรทุกเพื่อการประหยัดพลังงานในธุรกิจขนส่งสินค้า ซึ่งได้รับการมอบหมายมาจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ที่จะต้องทำให้ประหยัดการใช้น้ำมันดีเซลได้มากถึง 250 ล้านบาท/ปี ทางสหพันธ์ฯ ได้เริ่มทำการประมูลโรงเรียนสอนขับรถใหญ่ต่าง ๆ แล้ว โดยได้วางเป้าหมายไว้ว่า จะต้องมีคนขับรถใหญ่เข้าร่วมอบรมปีละกว่า 5,000 คน เป็นเวลาถึง 4 ปีทีเดียว

 

โดยหลักสูตรของโครงการฯ นี้ ได้มีนักวิชาการจากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ได้กำหนดรูปแบบและวิธีการ รวมทั้งยังมีขั้นตอนของการตรวจสอบการสิ้นเปลืองน้ำมันดีเซลหลังจากเรียนภาคปฏิบัติแล้วด้วย เมื่อโรงเรียนต่าง ๆ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว ต้องนำไปศึกษา และปฏิบัติการฝึกสอนอย่างละเอียด เพื่อให้ได้เป้าหมายสุดท้ายตามที่คาดหวังไว้ จึงเชื่อว่า แผนการในปีแรกก็ต้องประสบความสำเร็จแน่

ส่วนสนามสอนภาคทฤษฎีและปฏิบัตินั้น จะกระจายไปสู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ หากภูมิภาคใดมีบริษัทผู้ประกอบการขนส่งทางบกเป็นจำนวนมาก ก็จะมีการฝึกสอนมากตามจำนวนคนขับที่เข้าร่วมอบรม หากภูมิภาคใดได้รับความสนใจเป็นจำนวนไม่มากนัก ก็จะมีการฝึกสอนตรงตามจำนวนไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เพราะจะเสียงบประมาณโดยเช่นเหตุ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวโครงการฯ อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคม 2561 นี้

ส่วนวิธีการที่จะทำให้เถ้าแก่ผู้ประกอบการขนส่งทางบกให้การยอมรับในโครงการฯ นั้น การส่งคนขับให้มาเรียนรู้วิธีการขับรถอย่างประหยัดน้ำมันและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุนี้ ทางสหพันธ์ฯ จะมีค่าใช้จ่ายให้กับคนขับในช่วงเวลาที่เรียนรู้ทุกวัน พร้อมทั้งยังมีอาหารกลางวันให้อีกด้วย เพื่อช่วยทำให้เถ้าแก่ประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงเมื่อสิ้นสุดการฝึกอบรมแล้ว ก็จะได้คนขับช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรเป็นอย่างมาก เพราะสามารถลดค่าใช้จ่ายน้ำมัน แถมยังช่วยดูแลสภาพรถให้พร้อมทำงานตลอดเวลา และที่สำคัญยังช่วยลดการเกิดอุบัติได้อีกทางหนึ่งด้วย

โดย…ยกล้อ